โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บัสสองชั้นระอุ! รวมพลเขาพับผ้ากว่า 100 คัน ไล่ “สุรพงษ์” พ้น รมช.คมนาคม ชี้ประกาศห้ามวิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

77kaoded

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 21.48 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • 77Kaoded

ตรัง เครือข่ายผู้ประกอบการบัส 2 ชั้นทั่วภาคใต้ รวมตัวกลางเขาพับผ้า ร้องศาลปกครองระงับคำสั่งห้ามวิ่ง 7 เส้นทางเสี่ยง อ้างส่งผลเสียหายกว่าร้อยล้าน ซัดประกาศออกแบบลัดขั้นตอน ไร้การศึกษาผลกระทบ ชี้ไม่เข้าเกณฑ์ความชัน เสี่ยงถูกฟ้อง ม.157 เตรียมเคลื่อนพันคันบุกกรุงรอฟังคำตอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ว่า จากกรณีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่ง ดำเนินการจัดรถโดยสารประเภทรถโดยสารชั้นเดียวเข้าทำการเดินรถแทนในเส้นทางดังกล่าว กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเปลี่ยนรถตามที่กำหนดได้ ให้กรมการขนส่งทางบก หารือกับผู้ประกอบการในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินรถเป็นเส้นทางอื่นที่มีความปลอดภัย และไม่ผ่านจุดเสี่ยงตามที่กำหนด ทั้งนี้ ในส่วนของรถโดยสารไม่ประจำทางเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ส่วนรถโดยสารประจำทางมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

.

กรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบทั้งผู้ประกอบการเดินรถที่ต้องวิ่งอ้อมเพิ่มระยะทางอีกนับร้อยกิโลเมตร ไปใช้เส้นทางจ.สตูล หรือไปใช้เส้นทางอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชแทน รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ห้องพัก ต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนคำสั่งในเส้นทางเขาพับผ้าดังกล่าว โดยระบุว่าที่ผ่านมาเส้นทางเขาพับผ้ารถบัส รวมทั้งรถบัส2ชั้นไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน

.

คืบหน้าล่าสุดวันนี้(4มิ.ย.68) เวลา 08.00 น. ที่บริเวณอันดามันเกตเวย์ บนเส้นทางเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง เครือข่ายผู้ประกอบการเดินรถบัส 2 ชั้นในพื้นที่ภาคใต้ นำโดยสมาคมรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) นัดรวมพลผู้ประกอบการรถบัสโดยสาร 2 ชั้นทั่วภาคใต้กว่า 100 คัน ขับเคลื่อนขบวนมาจากทั้งฝั่งจ.ตรังและจ.พัทลุง มาจอดบรรจบพบกันที่บริเวณอันดามันเกตุเวย์ บนเขาพับผ้า โดยมีการจัดพื้นที่ชุมนุม ตั้งเวทีปราศรัยสะท้อนผลกระทบจากประกาศดังกล่าว รวมทั้งการชูป้ายคันค้านประกาศ ข้อความว่า “ไม่เอา 7เส้นทาง ไม่เอาคำสั่งเผด็จการ ไม่เอารมช.คมนาคม ไม่เอาอธิบดี” บนเวทีมีการปราศรัยการตำหนิการทำงานของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาค กำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก รวมถึงอธิบดีกรมการชนส่งทางบก ที่เดินหน้าให้มีประกาศดังกล่าวจนส่งผลกระทบอย่างมากในทุกมิติ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง นับร้อยนาย โดยมีการจัดการจราจรกันพื้นที่สำหรับจอดรถ 2 ชั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อเส้นทางสัญจรหลักระหว่างตรัง-พัทลุง

.

ต่อมาเวลา 10.00 น. พันจ่าเอกอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เดินทางมายังพื้นที่ชุมนุม เพื่อร่วมรับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมโดยนายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) ส่งถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีเจ้าหน้ทที่กรมการขนส่งฯทั้งจากจ.ตรังและจ.พัทลุง นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ ร่วมสังเกตุการณ์

.

นายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) (เสื้อสูทสีดำสวมแว่น) กล่าวว่า เครือข่ายผู้ประกอบการรถ 2 ชั้น รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจร้านค้าต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยรมช.คมนาคมได้ดำเนินการให้มีการออกคำสั่งเพื่อโชว์การดำเนินการในช่วงสงกรานต์ แต่ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบใดๆเลย ทั้งที่หลักการในการออกคำสั่งด้านความปลอดภัยนั้นต้องมีข้อมูลสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงในระยะ 10 ปีประกอบด้วย แต่เส้นทางเขาพับผ้านี้จากข้อมูลไม่ปรากฏการเกิดอุบัติเหตุของรถบัส 2 ชั้นมาก่อนเลย นับตั้งแต่มีการปรับปรุงเส้นทางใหม่ ข้อมูลสำคัญที่เราพบคือ หลักเกณณ์ในการออกประกาศ ระบุไว้สำหรับเส้นทางที่มีความชัน 8% เป็นระยะทางต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร และเคยเกิดอบุบัติเหตุ 5 ครั้งต่อปี แต่จากการสำรวจเส้นทางเขาพับผ้า พบว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องประกาศแน่นอน เพราะมีความลาดชัน 8%จริง แต่เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตรถึง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์การประกาศ การออกคำสั่งดังกล่าวก็ออกอย่างลัดขั้นตอนและรวบรัดมาก ใช้เวลาในการออกคำสั่งเพียงแค่ 10 วัน ทั้งที่ตามปกติของการออกระเบียบหรือกฎหมาย ต้องศึกษาผลกระทบและใช้เวลา 30-60 วันเพื่อความรอบคอบ จึงมองว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบใดๆเลย นอกจากนี้สำหรับอีก 6 เส้นทางที่เหลือในแง่ของความลาดชัน ยังถือว่าดีกว่าเส้นทางเขาพับผ้ามาก

.

นายสุริยะ กล่าวว่า ประกาศที่ออกมานี้ เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมต้องการสื่อสารมาตรการกับสื่อต่างๆก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ ว่าได้ดำเนินการในภาพใหญ่แล้วเท่านั้น โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดรองรับและผลกระทบต่างๆ เพราะไม่ได้เป็นแค่การปิดเส้นทาง แต่เป็นการปิดเส้นทางการเดินทางและทำมาหากินของคน ส่วนที่มีการอ้างอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่าสาเหตุอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากการขับขี่ เป็นเรื่องของคนขับ แต่จะมาห้ามเกี่ยวกับเส้นทางนั้นไม่ตรงจุด เพราะรถ 2 ชั้นมีการพัฒนามาตรฐานร่วมกับกรมการขนส่งฯในระดับมาตรฐานUN ด้วยซ้ำ วันนี้รถ 2 ชั้นถูกตราหน้าว่าเป็นโลงศพเคลื่อนที่ จนกลายเป็นอุปทานหมู่ รถ 2 ชั้นทุกวันนี้เหมือนถูกกระทำ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการนำเสนอข้อมูลด้านมาตรฐานความปลอดภัยที่เราได้ยกระดับขึ้นมาเลย ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดในช่วง 1-2 เดือนจากประกาศนี้ เฉพาะผลกระทบที่ไม่สามารถเดินรถได้นับร้อยล้านบาทแล้ว ยังไม่รวมความเสียหายในระบบเศรษฐกิจต่อเนื่องด้านท่องเที่ยว และการค้าขายต่างๆ ใครจะรับผิดชอบตรงนี้

.

“รมช.คมนาคมที่ผลักดันให้ออกประกาศนี้ ไม่มีความรู้ด้านนี้ เพราะจบด้านเกษตร ไม่มีความรู้ด้านคมนาคมและวิศวกรรม จึงทำให้เกิดปัญหา แล้วที่บอกให้กลับไปใช้รถชั้นเดียว ทราบหรือไม่ว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถ 2 ชั้นน้อยกว่ารถชั้นเดียวถึง 3 เท่า ข้อมูลกรมขนส่งฯเองก็ระบุว่ารถ 2 ชั้นเป็นประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด โดยหลังจากได้ยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังรมว.คมนาคมเพื่อพิจารณาทบทวนคำสั่งดังกล่าวแล้ว ในวันพรุ่งนี้(5มิ.ย.) จะมีการประชุมร่วมกับรมช.คมนาคมที่กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ได้ข้อสรุปทางออก และจากที่เราศึกษาคำสั่งแล้วเชื่อว่าออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ก็จะมีการยื่นต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อไป หากศาลพิจารณาแล้วเป็นคำสั่งมิชอบ เราก็จะเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทาแพ่งที่เกิดจากประกาศดังกล่าวทั้งหมดด้วย และหลังจากนี้จะมีการยกระดับด้วยการเคลื่อนขบวนรถ 2 ชั้นเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าในเร็วๆนี้”นายสุริยะกล่าว

.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการยื่นหนังสือ ได้มีการโต้เถียงกันระหว่างนายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง (เสื้อลายดอกสีเขียว) กับผู้แทนสมาคมฯ เกี่ยวกับสาเหตุที่มีการออกประกาศดังกล่าว มีต้นเรื่องมาจากขนส่งจ.พัทลุงเป็นผู้นำเสนอเส้นทางเขาพับผ้าเพื่อออกประกาศห้ามเดินรถ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ชี้แจงว่า จังหวัดพัทลุงไม่ได้มีส่วนกระทบตรงนี้ แต่ถ้าผู้ประกอบการเชื่อว่ากระทบ ก็ต้องแสดงพลังออกมาให้มาก แม้ว่าต้นเรื่องมาจากคำเสนอของฝั่งจ.พัทลุง แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้วอยากให้ฝั่งจ.ตรังที่ได้รับผลกระทบเป็นเจ้าภาพเสนอเรื่องขึ้นมาแล้วฝั่งจ.พัทลุงจะได้เห็นร่วมกัน เพื่อดำเนินการต่อไป เนื่องจากฝั่งจ.ตรังได้รับผลกระทบมากกว่าเพราะมีร้านค้าต่างๆมากกว่า อีกทั้งต้องมีการผ่องถ่ายผู้โดยสารระหว่างทาง หากฝั่งจ.ตรังเสนอเรื่องมา ฝั่งจ.พัทลุงก็เห็นด้วย เพื่อให้อธิบดีกรมชนส่งฯได้ยกเลิกคำสั่งแล้วหันมาใช้วิธีการเอ็มโอยูร่วมกันระหว่าง 2 จังหวัดผ่านคณะกรรมการจังหวัดในขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาตามความเหมาะสมกันเองระหว่าง 2 จังหวัดแทน

.

ทำให้นายวิพงษ์ศักดิ์ มงคลบุตร อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการรถสองชั้นไทย กล่าวแย้งทันทีว่า ต้นเรื่องของการออกคำสั่งห้ามใช้เส้นทางเขาพับผ้ามาจากขนส่งจ.พัทลุง ที่ได้เสนอไปยังกรมขนส่งฯเพื่อออกประกาศ โดยอ้างเรื่องความลาดชัน เราจึงทำการสำรวจเส้นทางดังกล่าวพบว่าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ประกาศได้ เพราะระยะทางความลาดชัน 8% สั้นเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่หลักเกณฑ์ระบุว่าต้องลาดชันต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร ดังนั้นประกาศที่ออกมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกประกาศ อาจจะโดนร้องมาตรา 157 ด้วย ถึงขั้นอาจต้องติดคุก

.

ด้านพันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องส่งต่อไปยังรมว.คมนาคมเพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามยอมรับว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ที่ผ่านมา เส้นทางเขาพับผ้าแม้จะมีช่วงโค้งหรือทางลาดชัน แต่ก็ไม่เคยมีอุบัติเหตุของรถบัส 2 ชั้นเกิดขึ้นในเส้นทางนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อกรมการขนส่งฯได้มีประกาศดังกล่าวออกมาแล้ว ถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ส่วนจะมีการแก้ไขดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นเรื่องของรมว.คมนาคมจะพิจารณาในระดับกระทรวง

.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางที่มีความลาดชัน 7 เส้นทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกออกประกาศห้ามรถทัวร์ 2 ชั้นเดินรถ ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข118 ช่วงเชียงใหม่-ดอยนางแก้ว 2.ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ฮ่องสอน-แม่ตีบ 3.ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงป้ว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 4.ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์-โคกงาม 5.ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติกูหินร่องกล้า 6.ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว และ 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง–พัทลุง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...