บัสสองชั้นระอุ! รวมพลเขาพับผ้ากว่า 100 คัน ไล่ “สุรพงษ์” พ้น รมช.คมนาคม ชี้ประกาศห้ามวิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ตรัง เครือข่ายผู้ประกอบการบัส 2 ชั้นทั่วภาคใต้ รวมตัวกลางเขาพับผ้า ร้องศาลปกครองระงับคำสั่งห้ามวิ่ง 7 เส้นทางเสี่ยง อ้างส่งผลเสียหายกว่าร้อยล้าน ซัดประกาศออกแบบลัดขั้นตอน ไร้การศึกษาผลกระทบ ชี้ไม่เข้าเกณฑ์ความชัน เสี่ยงถูกฟ้อง ม.157 เตรียมเคลื่อนพันคันบุกกรุงรอฟังคำตอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ว่า จากกรณีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่ง ดำเนินการจัดรถโดยสารประเภทรถโดยสารชั้นเดียวเข้าทำการเดินรถแทนในเส้นทางดังกล่าว กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเปลี่ยนรถตามที่กำหนดได้ ให้กรมการขนส่งทางบก หารือกับผู้ประกอบการในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินรถเป็นเส้นทางอื่นที่มีความปลอดภัย และไม่ผ่านจุดเสี่ยงตามที่กำหนด ทั้งนี้ ในส่วนของรถโดยสารไม่ประจำทางเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ส่วนรถโดยสารประจำทางมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
.
กรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบทั้งผู้ประกอบการเดินรถที่ต้องวิ่งอ้อมเพิ่มระยะทางอีกนับร้อยกิโลเมตร ไปใช้เส้นทางจ.สตูล หรือไปใช้เส้นทางอ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชแทน รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ห้องพัก ต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนคำสั่งในเส้นทางเขาพับผ้าดังกล่าว โดยระบุว่าที่ผ่านมาเส้นทางเขาพับผ้ารถบัส รวมทั้งรถบัส2ชั้นไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน
.
คืบหน้าล่าสุดวันนี้(4มิ.ย.68) เวลา 08.00 น. ที่บริเวณอันดามันเกตเวย์ บนเส้นทางเขาพับผ้า ตรัง-พัทลุง เครือข่ายผู้ประกอบการเดินรถบัส 2 ชั้นในพื้นที่ภาคใต้ นำโดยสมาคมรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) นัดรวมพลผู้ประกอบการรถบัสโดยสาร 2 ชั้นทั่วภาคใต้กว่า 100 คัน ขับเคลื่อนขบวนมาจากทั้งฝั่งจ.ตรังและจ.พัทลุง มาจอดบรรจบพบกันที่บริเวณอันดามันเกตุเวย์ บนเขาพับผ้า โดยมีการจัดพื้นที่ชุมนุม ตั้งเวทีปราศรัยสะท้อนผลกระทบจากประกาศดังกล่าว รวมทั้งการชูป้ายคันค้านประกาศ ข้อความว่า “ไม่เอา 7เส้นทาง ไม่เอาคำสั่งเผด็จการ ไม่เอารมช.คมนาคม ไม่เอาอธิบดี” บนเวทีมีการปราศรัยการตำหนิการทำงานของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาค กำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก รวมถึงอธิบดีกรมการชนส่งทางบก ที่เดินหน้าให้มีประกาศดังกล่าวจนส่งผลกระทบอย่างมากในทุกมิติ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง นับร้อยนาย โดยมีการจัดการจราจรกันพื้นที่สำหรับจอดรถ 2 ชั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อเส้นทางสัญจรหลักระหว่างตรัง-พัทลุง
.
ต่อมาเวลา 10.00 น. พันจ่าเอกอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เดินทางมายังพื้นที่ชุมนุม เพื่อร่วมรับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมโดยนายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) ส่งถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีเจ้าหน้ทที่กรมการขนส่งฯทั้งจากจ.ตรังและจ.พัทลุง นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ ร่วมสังเกตุการณ์
.
นายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) (เสื้อสูทสีดำสวมแว่น) กล่าวว่า เครือข่ายผู้ประกอบการรถ 2 ชั้น รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจร้านค้าต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยรมช.คมนาคมได้ดำเนินการให้มีการออกคำสั่งเพื่อโชว์การดำเนินการในช่วงสงกรานต์ แต่ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบใดๆเลย ทั้งที่หลักการในการออกคำสั่งด้านความปลอดภัยนั้นต้องมีข้อมูลสถิติอุบัติเหตุร้ายแรงในระยะ 10 ปีประกอบด้วย แต่เส้นทางเขาพับผ้านี้จากข้อมูลไม่ปรากฏการเกิดอุบัติเหตุของรถบัส 2 ชั้นมาก่อนเลย นับตั้งแต่มีการปรับปรุงเส้นทางใหม่ ข้อมูลสำคัญที่เราพบคือ หลักเกณณ์ในการออกประกาศ ระบุไว้สำหรับเส้นทางที่มีความชัน 8% เป็นระยะทางต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร และเคยเกิดอบุบัติเหตุ 5 ครั้งต่อปี แต่จากการสำรวจเส้นทางเขาพับผ้า พบว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องประกาศแน่นอน เพราะมีความลาดชัน 8%จริง แต่เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตรถึง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์การประกาศ การออกคำสั่งดังกล่าวก็ออกอย่างลัดขั้นตอนและรวบรัดมาก ใช้เวลาในการออกคำสั่งเพียงแค่ 10 วัน ทั้งที่ตามปกติของการออกระเบียบหรือกฎหมาย ต้องศึกษาผลกระทบและใช้เวลา 30-60 วันเพื่อความรอบคอบ จึงมองว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบใดๆเลย นอกจากนี้สำหรับอีก 6 เส้นทางที่เหลือในแง่ของความลาดชัน ยังถือว่าดีกว่าเส้นทางเขาพับผ้ามาก
.
นายสุริยะ กล่าวว่า ประกาศที่ออกมานี้ เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมต้องการสื่อสารมาตรการกับสื่อต่างๆก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ ว่าได้ดำเนินการในภาพใหญ่แล้วเท่านั้น โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดรองรับและผลกระทบต่างๆ เพราะไม่ได้เป็นแค่การปิดเส้นทาง แต่เป็นการปิดเส้นทางการเดินทางและทำมาหากินของคน ส่วนที่มีการอ้างอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนหน้านี้ ต้องยอมรับว่าสาเหตุอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากการขับขี่ เป็นเรื่องของคนขับ แต่จะมาห้ามเกี่ยวกับเส้นทางนั้นไม่ตรงจุด เพราะรถ 2 ชั้นมีการพัฒนามาตรฐานร่วมกับกรมการขนส่งฯในระดับมาตรฐานUN ด้วยซ้ำ วันนี้รถ 2 ชั้นถูกตราหน้าว่าเป็นโลงศพเคลื่อนที่ จนกลายเป็นอุปทานหมู่ รถ 2 ชั้นทุกวันนี้เหมือนถูกกระทำ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการนำเสนอข้อมูลด้านมาตรฐานความปลอดภัยที่เราได้ยกระดับขึ้นมาเลย ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดในช่วง 1-2 เดือนจากประกาศนี้ เฉพาะผลกระทบที่ไม่สามารถเดินรถได้นับร้อยล้านบาทแล้ว ยังไม่รวมความเสียหายในระบบเศรษฐกิจต่อเนื่องด้านท่องเที่ยว และการค้าขายต่างๆ ใครจะรับผิดชอบตรงนี้
.
“รมช.คมนาคมที่ผลักดันให้ออกประกาศนี้ ไม่มีความรู้ด้านนี้ เพราะจบด้านเกษตร ไม่มีความรู้ด้านคมนาคมและวิศวกรรม จึงทำให้เกิดปัญหา แล้วที่บอกให้กลับไปใช้รถชั้นเดียว ทราบหรือไม่ว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุของรถ 2 ชั้นน้อยกว่ารถชั้นเดียวถึง 3 เท่า ข้อมูลกรมขนส่งฯเองก็ระบุว่ารถ 2 ชั้นเป็นประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด โดยหลังจากได้ยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังรมว.คมนาคมเพื่อพิจารณาทบทวนคำสั่งดังกล่าวแล้ว ในวันพรุ่งนี้(5มิ.ย.) จะมีการประชุมร่วมกับรมช.คมนาคมที่กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ได้ข้อสรุปทางออก และจากที่เราศึกษาคำสั่งแล้วเชื่อว่าออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ก็จะมีการยื่นต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อไป หากศาลพิจารณาแล้วเป็นคำสั่งมิชอบ เราก็จะเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทาแพ่งที่เกิดจากประกาศดังกล่าวทั้งหมดด้วย และหลังจากนี้จะมีการยกระดับด้วยการเคลื่อนขบวนรถ 2 ชั้นเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าในเร็วๆนี้”นายสุริยะกล่าว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการยื่นหนังสือ ได้มีการโต้เถียงกันระหว่างนายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง (เสื้อลายดอกสีเขียว) กับผู้แทนสมาคมฯ เกี่ยวกับสาเหตุที่มีการออกประกาศดังกล่าว มีต้นเรื่องมาจากขนส่งจ.พัทลุงเป็นผู้นำเสนอเส้นทางเขาพับผ้าเพื่อออกประกาศห้ามเดินรถ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ชี้แจงว่า จังหวัดพัทลุงไม่ได้มีส่วนกระทบตรงนี้ แต่ถ้าผู้ประกอบการเชื่อว่ากระทบ ก็ต้องแสดงพลังออกมาให้มาก แม้ว่าต้นเรื่องมาจากคำเสนอของฝั่งจ.พัทลุง แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้วอยากให้ฝั่งจ.ตรังที่ได้รับผลกระทบเป็นเจ้าภาพเสนอเรื่องขึ้นมาแล้วฝั่งจ.พัทลุงจะได้เห็นร่วมกัน เพื่อดำเนินการต่อไป เนื่องจากฝั่งจ.ตรังได้รับผลกระทบมากกว่าเพราะมีร้านค้าต่างๆมากกว่า อีกทั้งต้องมีการผ่องถ่ายผู้โดยสารระหว่างทาง หากฝั่งจ.ตรังเสนอเรื่องมา ฝั่งจ.พัทลุงก็เห็นด้วย เพื่อให้อธิบดีกรมชนส่งฯได้ยกเลิกคำสั่งแล้วหันมาใช้วิธีการเอ็มโอยูร่วมกันระหว่าง 2 จังหวัดผ่านคณะกรรมการจังหวัดในขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาตามความเหมาะสมกันเองระหว่าง 2 จังหวัดแทน
.
ทำให้นายวิพงษ์ศักดิ์ มงคลบุตร อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการรถสองชั้นไทย กล่าวแย้งทันทีว่า ต้นเรื่องของการออกคำสั่งห้ามใช้เส้นทางเขาพับผ้ามาจากขนส่งจ.พัทลุง ที่ได้เสนอไปยังกรมขนส่งฯเพื่อออกประกาศ โดยอ้างเรื่องความลาดชัน เราจึงทำการสำรวจเส้นทางดังกล่าวพบว่าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ประกาศได้ เพราะระยะทางความลาดชัน 8% สั้นเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่หลักเกณฑ์ระบุว่าต้องลาดชันต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 กิโลเมตร ดังนั้นประกาศที่ออกมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกประกาศ อาจจะโดนร้องมาตรา 157 ด้วย ถึงขั้นอาจต้องติดคุก
.
ด้านพันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องส่งต่อไปยังรมว.คมนาคมเพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามยอมรับว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ที่ผ่านมา เส้นทางเขาพับผ้าแม้จะมีช่วงโค้งหรือทางลาดชัน แต่ก็ไม่เคยมีอุบัติเหตุของรถบัส 2 ชั้นเกิดขึ้นในเส้นทางนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อกรมการขนส่งฯได้มีประกาศดังกล่าวออกมาแล้ว ถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ส่วนจะมีการแก้ไขดำเนินการอย่างไรต่อไป เป็นเรื่องของรมว.คมนาคมจะพิจารณาในระดับกระทรวง
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางที่มีความลาดชัน 7 เส้นทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกออกประกาศห้ามรถทัวร์ 2 ชั้นเดินรถ ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข118 ช่วงเชียงใหม่-ดอยนางแก้ว 2.ทางหลวงหมายเลข 103 ช่วงแม่ฮ่องสอน-แม่ตีบ 3.ทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงป้ว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 4.ทางหลวงหมายเลข 2013 ช่วงบ่อโพธิ์-โคกงาม 5.ทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงโจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติกูหินร่องกล้า 6.ทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว และ 7.ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง–พัทลุง