“อี แจ-มยอง” เข้าพิธีสาบานตน นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ
อี แจ-มยอง เข้าพิธีสาบานตน นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มิ.ย. 68 10:09 น.
นายอี แจ-มยอง (Lee Jae-myung) ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ จากพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party - DP) เข้าพิธีสาบานตนอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันนี้ (4 มิ.ย.) หลังชนะการเลือกตั้ง โดยให้คำมั่นนำพาเกาหลีใต้ให้หลุดพ้นจากความปั่นป่วนทางการเมือง พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภัยคุกคามจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
คณะกรรมการการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ มีมติรับรองนายอี แจ-มยอง เป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ส่วนพิธีสาบานตนได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่รัฐสภา ในช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลา 9.00 น. ของไทย หรือ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยนายอีจะมีอำนาจในฐานะประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยทันที
ผลการเลือกตั้งระบุว่า พรรคประชาธิปไตยของนายอี แจ-มยอง คว้าชัยในการเลือกตั้งอย่างขาดลอย ด้วยคะแนน 17,287,513 คะแนน คิดเป็น 49.42% ตามด้วยนายคิม มุน-ซู (Kim Moon-soo) ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน (People Power Party - PPP) ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 14,395,639 คะแนน คิดเป็น 41.15% โดยการเลือกตั้งรอบนี้ มีผู้ออกมาใช้สิทธิอยู่ที่ 79.4% มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 ตามข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ
ทั้งนี้ นายอี แจ-มยอง เป็นอดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชน วัย 61 ปี จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านที่อาจหนักที่สุดสำหรับผู้นำเกาหลีใต้ในรอบ 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาบาดแผลของประเทศจากการประกาศกฎอัยการศึกโดยอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล (Yoon Suk Yeol) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไปจนถึงมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทั้งพันธมิตรทางเศรษฐกิจและด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้
นายอี แจ-มยอง กล่าวสุนทรพจน์หลังชนะการเลือกตั้งหน้า ระบุว่า ภารกิจแรกที่จะทำ คือการเอาชนะการก่อกบฏ และสร้างความมั่นใจว่า จะไม่มีการก่อรัฐประหารที่ถือปืนและจับดาบมาทำร้ายประชาชนอีก และกล่าวว่า เราจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ โดยอาศัยการรวมพลังของประชาชน ซึ่งมีศักยภาพอันยิ่งใหญ่
นอกจากนี้ ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ยังให้คำมั่นว่า จะจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ซึ่งกระทบครัวเรือนชาวเกาหลีใต้ และสร้างความยากลำบากให้กับผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงการเร่งหามาตรรการรับมือกับเส้นตายการเจรจาภาษีนำเข้า กับสหรัฐฯ
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ