โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กฎหมายAIคุมความเสี่ยง

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 17.48 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่ง วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า ประเด็นเรื่องความพร้อมของประเทศในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยจากการเป็นผู้ตามไปสู่การใช้ AI เพื่อยกระดับชีวิต เศรษฐกิจ และบริการของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

โดยประเทศไทยได้มีการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค จริยธรรม และการประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่างๆ ขณะที่ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบแบ่งปันข้อมูล (data sharing) และการออกแบบระบบที่คำนึงถึง อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นเจ้าของข้อมูล (data ownership) การเปิดใช้แหล่งข้อมูลแบบเปิด (open source) และการควบคุมดูแลการไหลเวียนข้อมูลในระบบภายในประเทศอย่างมั่นคงและปลอดภัย และความพร้อมทั้งสามมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านธรรมาภิบาล บุคลากร หรือโครงสร้างพื้นฐาน จะต้องถูกผลักดันไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคส่วนสำคัญของประเทศ เช่น การเกษตร การแพทย์ การท่องเที่ยว และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประโยชน์จาก AI ได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ดังนั้น กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA จึงได้เร่งเดินหน้าจัดทำ “(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์” เพื่อเป็นกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์เทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้งาน AI ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ หรือความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้เป้าหมายใหญ่คือ การสร้างสมดุลระหว่าง “การส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม” และ “การปกป้องประโยชน์สาธารณะ” โดยจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในการออกแบบแนวปฏิบัติ หรือมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของ AI ในแต่ละบริบท ตลอดจนรองรับแนวทางการกำกับดูแลในหลายระดับ ทั้ง Soft Law และ Hard Law ให้เกิดขึ้นอย่างยืดหยุ่น แต่ยังคงยึดมั่นในหลักความรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล

ขณะที่ ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กล่าวว่า ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ AI ในประเทศไทยยังอยู่ในรูปแบบ Soft Law หรือแนวทางปฏิบัติ (Guideline) แต่เนื่องจาก AI มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงอาจทำให้แนวปฏิบัติอาจมีช่องโหว่และไม่สามารถกำกับการใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะในประเด็นที่สำคัญ เช่น เรื่องความโปร่งใสในการทำงานของ AI การรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดจาก AI หรือการละเว้นความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจาก AI ที่นอกเหนือความคาดหมาย

ทั้งนี้ ETDA จึงได้มีการศึกษาหลักการสากลอย่างเข้มข้น รวมถึงประชุมเพื่อหาทิศทางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ธรรมภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือศูนย์ AIGC by ETDA ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทการกำกับ-ดูแลในภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงตัวแทนจากภาคธุรกิจ สู่การพัฒนาและจัดทำร่างหลักเกณฑ์กฎหมายและข้อบังคับให้เกิดการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากใช้ AI โดยพบว่าการวางแนวทางสำหรับธรรมาภิบาล AI นั้น ไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในรูปแบบกฎหมาย แต่สามารถทำได้ในหลายระดับไม่ว่าจะเป็นระดับ Guideline หรือ Best Practice ระดับ Soft Law และระดับ Hard Law โดยความเข้มข้นของการกำกับ-ดูแล ก็ควรจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละประเด็นที่แตกต่างกัน และต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีไปพร้อมกันด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “(ร่าง) หลักการกฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)” จะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมทั้งการวางหลักการพื้นฐานที่สำคัญแก่ระบบกฎหมาย, มาตรการส่งเสริมในทางกฎหมายที่จำเป็น เช่น Text and Data Mining, Regulatory Sandbox กำหนดแนวทางกำกับความเสี่ยงจาก AI โดยเฉพาะการใช้งานในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk AI), การส่งเสริมการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบ ผ่านกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสมในแต่ละบริบท, การกำหนดบทบาทของหน่วยงานกำกับเฉพาะด้าน ให้สามารถออกมาตรการควบคุมหรือส่งเสริม AI ได้อย่างยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการกำหนดองค์กรสนับสนุนการทำงานของกฎหมายฉบับนี้ เป็นต้น

“ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่คือการสร้าง ‘สมดุล’ ระหว่างการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ของสังคม กับการคุ้มครองความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีของมนุษย์ในยุคดิจิทัล และเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของ AI ไทย” ศักดิ์ กล่าวย้ำ

ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ “(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์” ผ่านระบบกลางทางกฎหมายได้ที่ http://bit.ly/4kBjBTU ตั้งแต่วันนี้จนถึง 9 มิถุนายน 2568.

บุญช่วย ค้ายาดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...