ดอลลาร์แข็ง ขานรับ NonFarm Payroll สหรัฐ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
ดอลลาร์แข็ง ขานรับ NonFarm Payroll สหรัฐ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/5) ที่ระดับ 32.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/6) ที่ระดับ 32.58/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเมื่อวันศุกร์ (6/6) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 139,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 147,000 ตำแหน่งในเดือน เม.ย. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าอาจจะเพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่ง
ขณะที่อัตราว่างงาน ยังคงอยู่ที่ระดับ 4.2% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ ในด้านของ อัลแบร์โต้ มูซาเล็ม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์เตือนว่า ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนต่อไปจนถึงช่วงฤดูร้อน จากความเสี่ยงที่สงครามการค้าภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเป็นปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้นอย่างยืดเยื้อ
มูซาเล็มเชื่อว่า หากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างประเทศและทิศทางด้านการคลังเริ่มคลี่คลายภายในเดือน ก.ค. ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและอาจเปิดทางให้เฟดกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือน ก.ย. และเขาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้กรัฐบาลทรัมป์อาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นในช่วงหนึ่งถึงสองไตรมาส แต่ขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่แรงกดันด้านราคาจะดำเนินต่อเนื่องไปยาวนานกว่านั้น
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลจะมีการประกาศชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ โดยผู้นำสหรัฐคิดว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งควรเป็นผู้ที่พร้อมลดอัตราดอกเบี้ย โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้วิจารณ์การดำเนินนโยบายของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน โดยระบุว่าพาวเวลล์ปรับลดดอกเบี้ยช้าเกินไป
พร้อมเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยลงทันที 1% ทรัมป์ยืนยันว่าการตัดสินใจเรื่องประธานเฟดคนใหม่ใกล้จะประกาศออกมาแล้ว โดยหนึ่งผู้ที่ถูกจับตามองคือ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ซึ่งทรัมป์กล่าวถึงในเชิงบวกว่าได้รับความนับถืออย่างมาก และถือเป็นตัวเต็งคนสำคัญสำหรับตำแหน่งนี้
ด้านปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (9/6) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลกถึงแนวทางการยกระดับศักยภาพของประเทศผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยได้เน้นย้ำถึงการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ คมนาคม การศึกษา สาธารณสุข และพลังงาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย
เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมฐานข้อมูล การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและการค้า และการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน
นายพิชัย ยังย้ำว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตที่ครอบคลุม โดยการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่สูงขึ้น และการบริโภคภายในประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจในระยะยาว โดยรัฐบาลเน้นดำเนินการผ่านการดึงดูดการลงทุนใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, แบตเตอรี่ไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า (BCG) ดิจิทัลและสร้างสรรค์ และศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.63-32.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.63/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/6) ที่ระดับ 1.1400/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/6) ที่ระดับ 1.4118/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ระบุว่า เขาจะผลักดันข้อตกลงให้รถยนต์จากสหรัฐเข้าสู่ยุโรปโดยปลอดภาษี แลกกับการที่สหรัฐจะยกเลิกภาษีสินค้าส่งออกทางยุโรปในลักษณะเดียวกันธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติลดดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดไว้
อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่แข็งกร้าวจากคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB บ่งชี้ว่าวัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินอาจใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1400-1.1440 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1433/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (9/6) ที่ระดับ 144./84/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (6/6) ที่ระดับ 144.07/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 เป็นหดตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายปี จากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัว 0.7%
โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสต๊อกสินค้าคงคลังของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเกินคาด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.45-144.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 144.00/01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน เม.ย. (9/6), การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน พ.ค. (9/6), ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน พ.ค. จากสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (10/6), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ค. (11/6), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (11/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (12/6), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. (12/6), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน มิ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (13/6)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.6/-7.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.3/-5.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์แข็ง ขานรับ NonFarm Payroll สหรัฐ ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net