โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำแท่งเป็นเดือนที่ 7 ติดกันรวมทะลุกว่า 30 ตัน รับมือความผันผวนค่าเงินหยวน และเศรษฐกิจโลก

BTimes

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 22.51 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 10.18 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ธนาคารกลางจีน เปิดเผยว่าในเดือนพฤษภาคม 2025 ผ่านไปได้ซื้อทองคำแท่งประมาณ 60,000 ทรอยออนซ์ ส่งผลให้ เป็นการซื้อทองคำแท่งติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ติดกัน รวมเป็น 73.83 ล้านทรอยออนซ์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวลดลงราว 10,000 ทรอยออนซ์ จากจำนวน 70,000 ทรอยออนซ์ในเดือนเมษายน ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำแท่งรวมกันเดือนละกว่า 80 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกัน 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 280,500 ล้านบาท

เมื่อเดือนเมษายนผ่านมา ธนาคารกลางจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการเงินตราต่างประเทศด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิย์ในจีนสามารถซื้อเงินสกุลต่างประเทศเพื่อซื้อและนำเข้าทองคำเข้ามาในจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาเสถียรภาพค่าเงินหยวนเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐที่เกิดความผันผวนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ เปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนมีทองคำแท่งอยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 8% ไม่เพียงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ระดับ 20% แต่ยังต่ำกว่าสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศด้วย หากรัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนทองคำแท่งสำรองให้เป็น 20% และยังคงรักษาระดับการซื้อทองคำแท่งเฉลี่ยประมาณ 40 ตันต่อเดือน คาดว่าธนาคารกลางจีนจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะมีสัดส่วนทองคำแท่งเป็น 20% ของทุนสำรองระหว่างประเทศเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...