โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ ยัน สหรัฐ จะคุม U.S. Steel แม้จับมือ Nippon Steel หวั่นกระทบแรงงานในเพนซิลเวเนีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 05.44 น.

ทรัมป์ ยัน สหรัฐ จะคุม U.S. Steel แม้จับมือ Nippon Steel หวั่นกระทบแรงงานในเพนซิลเวเนีย ด้านนักลงทุนจับตาเงื่อนไขควบรวม หลังข้อตกลงอาจทำให้ U.S. Steel ถูกถอนจากตลาดหลักทรัพย์

วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.58 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐจะยังคงมีอำนาจควบคุมบริษัท U.S. Steel ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือกับ Nippon Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่จากญี่ปุ่น

ตามข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัท Nippon Steel มีแผนจะลงทุน 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกิจการของ U.S. Steel ซึ่งรวมถึงการลงทุนสูงสุด 4,000 ล้านดอลลาร์ ในการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ทรัมป์ระบุว่าการควบรวมครั้งนี้จะ สร้างงานกว่า 70,000 ตำแหน่ง

เมื่อถูกนักข่าวถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติม ทรัมป์ย้ำว่า “สหรัฐจะเป็นผู้ควบคุมกิจการ ไม่เช่นนั้นผมจะไม่ทำข้อตกลงนี้” และยังเสริมว่าข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกรัฐสภาหลายคนเรียกร้องให้ดำเนินการ โดยระบุว่า “นี่เป็นการลงทุนและเป็นการถือหุ้นบางส่วน แต่สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายควบคุม”

หากข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์จะส่งผลให้บริษัทที่เกิดจากการควบรวม กลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจาก Baowu Steel Group ของจีน และ ArcelorMittal ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในลักเซมเบิร์ก (อ้างอิงจากข้อมูลของสมาคมเหล็กโลก - World Steel Association)

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่กลุ่มนักลงทุนแสดงความมั่นใจว่าเงื่อนไขของข้อตกลงน่าจะใกล้เคียงกับที่เคยตกลงกันไว้ในปี 2566 โดยคาดว่าในที่สุด U.S. Steel จะ ถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และนักลงทุนจะได้รับเงินสดจากการขายหุ้นคืน

ทั้งนี้ข้อตกลงระหว่าง U.S. Steel กับ Nippon Steel ได้รับการจับตามองอย่างมากใน Wall Street เนื่องจาก ประเด็นการถือครองโดยต่างชาติได้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ U.S. Steel

เกิดความกังวลว่า หากต่างชาติเข้ามาถือครองกิจการ อาจทำให้เกิดการ ลดการจ้างงานในท้องถิ่น แต่ทรัมป์พยายามสร้างความมั่นใจว่า สหรัฐจะยังเป็นผู้ควบคุมหลักของกิจการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแรงงานในประเทศ

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...