หลาน 3 ขวบ บีบองุ่นในซุปเปอร์ฯ พนง.อึ้งได้ยิน "คำชมของปู่" โกรธจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่!
เด็กชาย 3 ขวบ พังตะกร้าองุ่นกลางซูเปอร์มาร์เก็ต ปู่กลับชมว่า "เก่งมาก" พนักงานได้ยินกลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะท้อนปัญหาใหญ่จากการเลี้ยงลูกแบบตามใจ
เหตุการณ์หนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ประเทศจีน กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบ เล่นซนจนทำองุ่นพังเสียหายทั้งตะกร้า แต่แทนที่ผู้ปกครองจะอบรมหรือขอโทษ กลับปกป้องและกล่าวชื่นชมอย่างภาคภูมิใจ จนพนักงานถึงกับร้องไห้ด้วยความอัดอั้น
ตามรายงานระบุรายละเอียดเหตุการณ์ว่า "หนิงหนิง" (นามสมมุติ) เด็กชายวัย 3 ขวบ เนื่องจากพ่อแม่ทำงานทั้งคู่และไม่ค่อยมีเวลาดูแล เขาจึงอาศัยอยู่กับปู่ย่าที่เต็มไปด้วยความรักและเอ็นดู เลี้ยงมาแบบ "เจ้าชายน้อย" อยากได้อะไรก็ได้ ไม่เคยถูกดุแรงๆ หรือลงโทษจริงจัง แม้จะทำผิดก็ถูกมองว่า "ยังเด็กอยู่ ยังไม่รู้เรื่องอะไร"
วันหนึ่ง ปู่พาหนิงหนิงไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะกำลังเลือกผลไม้อยู่นั้น หนิงหนิงแอบบีบองุ่นจนแตกเละทั้งตะกร้า พนักงานสังเกตเห็นเข้าจึงเข้าไปตักเตือนอย่างสุภาพว่า"หนูจ๊ะ อย่าเล่นผลไม้แบบนี้นะ" ในขณะที่คุณปู่เมื่อเห็นมือหลานเปื้อนน้ำองุ่น ก็เพียงแค่เช็ดมือให้และหัวเราะพูดว่า "หลานฉันซนจริงๆ เลย"
อย่างไรก็ตาม เด็กชายยังไม่ยอมหยุดมือ และทำผลไม้อื่นเสียหายเพิ่มอีก พนักงานจึงต้องเตือนเสียงดังขึ้นว่า "อย่าจับอีกนะคะ นี่ของขายนะคะ!" เสียงนี้เองทำให้หนิงหนิงตกใจร้องไห้ลั่น ปู่จึงรีบอุ้มหลานขึ้นมาโอ๋ พร้อมหันไปตำหนิพนักงานกลับว่า"แค่ผลไม้ไม่กี่ลูก ทำไมต้องขู่เด็กด้วย เด็กยังเล็ก จะรู้เรื่องอะไร!" อีกทั้งยังชื่นชมว่า"เก่งมาก"
พนักงานถึงกับน้ำตาคลอด้วยความอึดอัด และตอบกลับอย่างมีเหตุผลว่า "ถ้าเด็กไม่รู้ ผู้ใหญ่ต้องสอน ของพวกนี้คือของขาย ไม่ใช่ของเล่น" ทำให้คุณปู่โมโหยิ่งขึ้น ตอบกลับว่า"ได้! งั้นฉันซื้อให้หมดเลย!" พร้อมจ่ายเงินให้ผลไม้ที่เสียหาย ก่อนที่จะหันไปบอกหลานอีกครั้งว่า"เล่นต่อได้เลยลูก!"
บทสนทนาสั้นๆ แต่ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หลายคนพากันส่ายหัวและวิจารณ์ว่า"เลี้ยงแบบนี้ เด็กเสียคนแน่" หลายคนเห็นตรงกันว่า อาจจะจริงที่เด็กเล็กไม่ผิดที่อยากรู้อยากเห็น แต่ผู้ใหญ่อย่างไรก็ปฏิเสธความผิดไม่ได้ เพราะไม่เคยสอนเรื่องขอบเขตและความรับผิดชอบ พอเด็กทำผิดแล้วไม่มีการตักเตือน เด็กก็จะเรียนรู้ว่า "อยากทำอะไรก็ได้ ไม่มีผลอะไรตามมา"
เหตุการณ์นี้เป็นภาพสะท้อนของปัญหาในหลายครอบครัว เมื่อความรักกลายเป็นการตามใจเกินขอบเขต โดยเฉพาะกรณีที่ผู้สูงวัยรับหน้าที่ดูแลหลาน การตามใจที่มาในรูปแบบ "ความรัก" กลับกลายเป็นการทำลายพฤติกรรมเด็กโดยไม่รู้ตัว
3 สัญญาณของการเลี้ยงแบบตามใจมากเกินไป
ลูกขออะไรก็ต้องได้เสมอ
พ่อแม่หรือปู่ย่าที่กลัวลูกหลานร้องไห้ มักยอมตามทุกอย่าง ส่งผลให้เด็กใช้ "น้ำตา" เป็นเครื่องมือควบคุมคนอื่นลูกทำผิดแต่ไม่มีการลงโทษหรือรับผิดชอบ
เด็กที่ไม่เคยถูกสอนให้รับผิด จะเติบโตมาโดยไม่เข้าใจผลของการกระทำตนเองผู้ใหญ่กลัวลูกเสียใจ จนหมดความน่าเชื่อถือ
การหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกเสียใจ ทำให้เด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ และมองว่าไม่มีใครกล้าสอนหรือขัดใจเขา
วิธีเลี้ยงลูกให้มีวินัยและมีขอบเขตอย่างเหมาะสม
ตั้งกฎตั้งแต่ยังเล็ก
เช่น ไม่เล่นของในร้าน ไม่กินขนมก่อนมื้ออาหาร พร้อมกำหนดผลลัพธ์หากไม่ทำตาม เช่น งดเล่นของเล่น 1 วันแยกระหว่าง "รัก" กับ "ตามใจ"
การรักลูกไม่จำเป็นต้องตอบสนองทุกคำขอ ฝึกพูดคำว่า "ไม่" กับสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลส่งเสริมให้เด็กมีหน้าที่รับผิดชอบ
เริ่มจากงานง่าย ๆ เช่น เก็บของเล่น พับผ้า เพื่อให้เข้าใจว่าทุกคนต้องมีหน้าที่ของตัวเองเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก
พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านต้องมีวินัยและให้เกียรติผู้อื่น เพราะเด็กเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใหญ่
การพูดว่า "เด็กยังไม่รู้เรื่อง" อาจฟังดูเมตตา แต่หากใช้เป็นข้ออ้างทุกครั้งที่เด็กทำผิด ก็เท่ากับกำลังสร้างคนที่ไม่รู้จักคำว่า "รับผิดชอบ" และ "รู้จักผิดชอบชั่วดี" เพราะการรักลูกไม่ใช่แค่การให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการ แต่คือการสร้างหลักการและวินัยให้เด็กเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความรับผิดชอบ
แต่การ "รักลูกให้ถูกทาง" ต้องสอนให้ลูกรู้จักขอบเขตและความรับผิดชอบ เพราะการเลี้ยงลูกให้ดี ไม่ใช่แค่ให้ทุกอย่าง แต่คือการสอนให้เขาเป็นคนดีได้ด้วยตนเอง
- แม่ตกใจ! ลูกสาวกลับจาก รร. "กุมหัวร้องไห้" เห็นอะไรติดเต็มหัว พาไป รพ.ด่วน
- เด็กอายุแค่ 4 ขวบ เป็นมะเร็งกระเพาะ รู้ต้นเหตุทำยายทรุด ที่แท้คือสิ่งที่ให้หลานกินทุกวัน