โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริศนา 12 ล้านข้างถังขยะ โยงใยถึงเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง

THE STANDARD

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • thestandard.co
ปริศนา 12 ล้านข้างถังขยะ โยงใยถึงเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง

การพบลังเงินสดมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ถูกทิ้งไว้ข้างถังขยะในคอนโดมิเนียมย่านเมืองทองธานี กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา เมื่อชายผู้แสดงตนเป็นเจ้าของเงินคืออดีตทนายความที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานรัฐระดับสูง

ความสงสัยต่อที่มาของทรัพย์สินมหาศาลนี้นำไปสู่การเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นจาก 3 หน่วยงานหลักด้านปราบปรามการทุจริต ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปป.

ลังเงินสดข้างถังขยะ จุดเริ่มต้นปริศนา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เมื่อ อุษา และเพื่อน ได้พบ ลังพลาสติกสีเทา วางอยู่ข้างถังขยะบริเวณจุดทิ้งขยะหน้าลิฟต์ ชั้น 4 ตึก P2 คอนโดเมืองทองธานี ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อเปิดออก จึงพบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวนมาก รวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท บรรจุอยู่ภายใน

นอกจากนี้ยังพบเอกสารสำคัญหลายอย่าง เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และซองจดหมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีชื่อ ทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ระบุอยู่ ซึ่งกลายเป็นเบาะแสสำคัญในการตามหาเจ้าของเงิน

พลเมืองดีไม่รอช้า รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

อดีตทนาย ในเงาอนุกรรมการ ป.ป.ช.

หลังจากข่าวการพบเงินแพร่ออกไปวันต่อมา 6 มิถุนายน 2568 ทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ซึ่งปรากฏชื่อบนเอกสารในกล่องเงิน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อแสดงตนเป็นเจ้าของเงิน 12 ล้านบาทดังกล่าว

ทวีวัฒน์ ชี้แจงเบื้องต้นว่าเงินจำนวนนี้เป็น เงินเก็บสะสมที่ได้มาจากการทำงานเป็นทนายความและที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่งมานานกว่า 15 ปี โดยเงินได้ถูกเบิกมาจากธนาคารตั้งแต่ปี 2563 ส่วนสาเหตุที่นำเงินไปทิ้งไว้ ทวีวัฒน์ระบุว่า ‘ห้องพักเกิดน้ำรั่วซึม’ ทำให้ต้องรีบขนของออกจากห้อง รวมถึงกล่องใส่เงินสดนี้ด้วย ซึ่งตนเองลืมทิ้งไว้ที่จุดทิ้งขยะ

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ทวีวัฒน์ ไม่ใช่แค่เพียงอดีตทนายความ แต่ยังมีตำแหน่งเป็น คณะอนุกรรมการในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลายคณะ ตั้งแต่ปี 2565 และที่สำคัญยังเป็น อนุกรรมการไต่สวนในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย

ทำให้เกิดคำถามและข้อสงสัยถึงที่มาของเงิน และความโปร่งใสในการดำเนินงานของบุคคลที่มีตำแหน่งในหน่วยงานรัฐ

3 หน่วยงานรัฐจับมือคลี่คลายปม เงิน 12 ล้าน

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา สุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), อรณิช สุขบาล ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามที่มาของเงิน 12 ล้านบาท

ภายหลังการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง สุขสันต์ เปิดเผยว่า ป.ป.ช. จะแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ เพื่อให้มีมติในการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินของภรรยาของทวีวัฒน์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการในหน่วยงาน ป.ป.ช. เอง

โดยตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กำหนดให้ต้องยื่นแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทั้งของตัวเอง คู่สมรส และครอบครัวทุก 3 ปี หากพบว่ามีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน จะมีโทษทั้งทางอาญาและทางวินัย คาดว่าจะมีมติภายใน 1-2 วันนี้

อีกส่วนหนึ่งคือการร่วมตรวจสอบที่มาที่ไปของเงิน 12 ล้านบาท โดยทั้ง 3 หน่วยงานจะรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ (สภ.ปากเกร็ด) พิสูจน์ทราบก่อนว่าเงินดังกล่าวเป็นของผู้ใด และมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้ส่งหลักฐานไปยังกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว หากได้ข้อสรุปเรื่องเงินแล้ว จึงจะเป็นอำนาจหน้าที่ของ 3 หน่วยงาน ในการพิสูจน์ว่าเป็นเงินอะไร และได้มาจากอาชีพสุจริตหรือไม่

หากเป็นเงินที่ได้มาโดยมิชอบ ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป สุขสันต์ย้ำว่า ตอนนี้ยังต้องรอผลสอบของตำรวจในพื้นที่ก่อน

ด้าน พล.ต.ต. ประสงค์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 มิถุนายน ทั้ง 3 หน่วยงานจะเดินทางไปประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวนต่อไป ส่วน อรณิช ตั้งข้อสังเกตว่า เส้นทางการเงินอาจไม่ได้มีแค่ 12 ล้านบาท แต่จะต้องร่วมประชุมกับตำรวจพื้นที่อีกครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูล

ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ป.ป.ช. เตรียมสอบลึกบัญชีทรัพย์สิน

คดีนี้ได้ยกระดับการสอบสวนให้เข้มข้นขึ้น โดย พล.ต.ต. กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) ได้เข้ามาควบคุมการสอบสวนอย่างใกล้ชิด และล่าสุด (10 มิถุนายน) ตำรวจยังคง ไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมดของทวีวัฒน์

และกำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อยืนยันที่มาของเงิน และความเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายหรือการฟอกเงินหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงที่พบในลังพลาสติกด้วย

คดีนี้ยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก และบุคคลที่มีตำแหน่งในหน่วยงานรัฐ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและธรรมาภิบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...