โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อื้อฉาว! กลาโหมยิวอ้างหน้าตาเฉย “รูปเด็กปาเลสไตน์” อดอาหารผอมเหลือแต่กระดูก” แท้จริงป่วยโรคทางพันธุกรรม ไฟเขียว 120 รถบรรเทาทุกข์ ฝูงชนกาซาเดือดปล่อยให้ไล่ตามอาหารหย่อนจากฟ้าเหมือนหมาไล่ตามเครื่องบิน

Manager Online

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 19.57 น. • MGR Online

เอเจนซีส์ – กระทรวงกลาโหมอิสราเอลอ้างรูปเด็กชาย 5 ขวบผอมเหลือแต่กระดูกทั่วโลกเชื่อขาดอาหารขั้นวิกฤตแท้จริงป่วยโรคทางพันธุกรรมปัจจุบันรักษาตัวที่อิตาลี ยืนยันไฟเขียวรถบรรเทาทุกข์ 120 คันเข้ากาซาวันอาทิตย์(27 ก.ค) วันจันทร์(28 ก.ค) อีก 180 คัน ฝูงชนกาซาไม่พอใจปฎิบัติการหย่อนอาหารจากอากาศเหมือนโดนดูหมิ่นรู้สึกไม่ต่างสุนัขไล่ตามเครื่องบิน ยอดเสียชีวิตรวมพุ่ง 59,921 คน บาดเจ็บ 145,233 คน

ไทม์สออฟอิสราเอลรายงานวานนี้(28 ก.ค)ว่า หน่วยงานประสานงานกิจกรรมรัฐบาลอิสราเอลในดินแดนหรือ COGAT ภายใต้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯแถลงอ้างว่า ภาพเด็กชายปาเลสไตน์วัย 5 ปีที่กลายเป็นข่าวไปทั่ว โอซามา อัล-ราคาบ( Osama al-Rakab) ถูกใช้เพื่อป้ายสีเทลอาวีฟถึงวิกฤตขาดอาหารขั้นร้ายแรงภายในเขตฉนวนกาซาแต่แท้จริงแล้วนั้น COGAT แถลงอ้างว่า เด็กคนดังกล่าวปัจจุบันกำลังรักษาตัวอยู่ในอิตาลีพร้อมแม่และเขาป่วยโรคทางพันธุกรรมขั้นร้ายแรง

ตามแถลงการณ์ระบุว่า อัล-ราคาบถูกอพยพออกนอกกาซาไปตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ยที่ผ่านมาผ่านทางสนามบินรามอนพร้อมแม่และน้องชาย

“ภาพที่น่าสยองขวัญอย่างหนักสร้างความรู้สึกทางอารมณ์อย่างสูง แต่เมื่อภาพเหบล่านี้ถูกใช้เพื่อสร้างความเกลียดชังและการโกหก รูปเหล่านี้เป็นผลร้ายมากกว่าดี”รายงานจากแถลงการณ์ของ COGAT บนแพลตฟอร์ม X พร้อมเสริมว่า “อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเวทนาสงสารถูกใช้เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนประณาม”

สื่อยิวชี้ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ออกมาแก้ข้อสงสัยในรายงานที่ออกไปอย่างกว้างขวางถึงสภาพการขาดอาหารและโภชนาการอย่างหนักภายในกาซา แต่แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมเทลอาวีฟพุ่งเป้าไปที่เฟคนิวส์ที่มาจากภาพที่น่าหดหู่ใจเท่านั้น

อัลญะซีเราะฮ์ของกาตารายงานว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ที่นั่งหารือร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายืนยันว่า ภาพเด็กกาซาขาดอาหารขั้นร้ายแรงนั้นเผยแพร่กระจายเป็นไวรัลไปทั่วสาธารณะในอังกฤษและชี้ว่า จำเป็นต้องส่งความช่วยเหลือเข้าไปอย่างเร่งด่วนเป็นจำนวนมาก โดยเสนอไปถึงการหย่อนอาหารจากเครื่องบินแต่อย่างไรก็ตามยังไม่เท่ากับการอนุญาตให้รถบรรเทาทุกข์เข้าสู่เขตฉนวนกาซาได้

ไทม์สออฟอิสราเอลรายงานว่า เทลอาวีฟไฟเขียวรถบรรเทาทุกข์ 120 คันเข้ากาซาวันอาทิตย์(27 ก.ค) วันจันทร์(28 ก.ค) อีก 180 คัน

และรายงานต่อว่า ภาพอื้อฉาวอีกภาพเป็นภาพแม่กำลังอุ้มลูกชายผอมติดกระดูกที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทั่วโลกเมื่อไม่กี่วันมานี้คือภาพผู้เป็นแม่ ฮีดายา ยัสซิน อัล-มุตาวัค(Hidaya Yassin al-Mutawaq) กำลังอุ้มลูกชาย โมฮัมเหม็ด อัล-มุตาวัค(Mohammed al-Mutawaq)

ไทม์สออฟอิสราเอลรายงานอ้างว่า โมฮัมเหม็ดมีความผิดปกติทางพันธุกรรมขั้นร้ายแรงและได้ถูกวินิจฉัยป่วยโรคสมองพิการ ( cerebral palsy) พร้อมยืนยันว่าภาพดังกล่าวโดนตัดบางส่วนออกไปที่คนทั่วโลกไม่มีโอกาสเห็นภาพน้องชายคนน้องที่มีร่างกายมีสุขภาพดีกว่า

ปฎิบัติการหย่อนอาหารจากท้องฟ้าได้เริ่มขึ้นแต่ทว่ามีประชาชนปาเลสไตน์บางส่วนแสดงความโกรธแค้นต่อการส่งอาหารให้ชาวกาซาทางอากาศที่ฝูงชนต้องวิ่งไล่ตามเครื่องบินที่ปล่อยกล่องบรรเทาทุกข์ลงมา

เป็นต้นว่าตามการรายงานของ CNN ของสหรัฐฯ ระบุว่าปฎิบัติการหย่อนอาหารที่พิกัด Al-Zawayda ทางตอนกลางของเขตฉนวนกาซา สำหรับคนจำนวนมากอาหารในกล่องนั้นเป็นอาหารต่อมื้อสำหรับรับประทานเฉพาะในวันนั้น แต่คนจำนวนมากไม่มีทางเลือกแต่ต้องวิ่งไล่ตามอาหารหย่อนจากฟ้าที่เป็นเหมือนการหมิ่นศักดิศรี

“ความช่วยเหลือนี้ช่างน่าละอาย พวกเราไม่ใช่หมาที่ต้องให้ไล่ตามของแจก” อาห์หมัด ฟาอิซ ฟาย์ยัด เปิดใจกับ CNN และยืนยันว่า “พวกเราขอตายด้วยความหิวด้วยศักดิศรีมากกว่าตายในความน่าอับอายและสกปรก”

จอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เริ่มปฎิบัติการบินหย่อนสิ่งของบรรเทาทุกข์ครั้งแรกเมื่อสุดสัปดาห์

ทั้งนี้อัลญะซีเราะฮ์ของกาตาร์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จอร์แดนกล่าวว่ามีการหย่อนของบรรเทาทุกข์หนัก 25 ตันเข้าสู่ทางเหนือของกาซาวันอาทิตย์(29) ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขกาซาแถลงวันจันทร์(28)ว่า ยอดเสียชีวิตชาวปาเลสไตน์รวมพุ่ง 59,921 คน บาดเจ็บ 145,233 คน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...