โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

[Vision Exclusive] CBG ธุรกิจไม่สะดุด มาร์เก็ตแชร์นิวไฮ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - CBG ยันธุรกิจไม่สะดุดจากสถานการณ์ชายแดน ยอดขาย-ขนส่งปกติ เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิดพร้อมรับมือ ยันเป้ารายได้ปี 68 โต 30% – ส่วนแบ่งตลาด All Time High สิ้นปี 29% จากมิ.ย. 26.8% ยืนราคาขายคาราบาว 10 บ. โบรกมอง น่าสนใจยิ่งขึ้นจากการที่ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาดูเหมือนจะได้ผ่านจุดต่ำสุดในระยะสั้นไปแล้ว นลท.จะหันมองเชิงบวกมากขึ้น ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ ราคา 61.50 บาท

นายร่มธรรม เสถียรธรรมะ กรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าในปัจจุบัน บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ โดยการขนส่งสินค้าทางเรือยังดำเนินการได้ตามปกติ และตัวแทนจำหน่ายยังสามารถเข้ามารับสินค้าได้ตามปกติ ทั้งนี้ ยอดขายในช่วงเวลานี้ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าแนวโน้มในอนาคตยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน ต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด

ดังนั้นบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนการเติบโตปี 2568 อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ 21,170 ล้านบาท โดยส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) เติบโตได้ดีอย่างมีนัยสำคัญโดยในเดือนมิถุนายน ส่วนแบ่งตลาด CBG ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ที่ 26.8% (+220 bps YoY, +140 bps MoM)ทั้งในแง่ของแบรนด์และผู้ผลิต บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้แตะระดับ 29% ภายในสิ้นปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของประเทศ ทั้งนี้ ทั้งนี้ในส่วนของกำลังซื้อขณะนี้ ในส่วนของบริษัทยังไม่ได้กระทบต่อยอดขาย

ส่วนธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอก ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเหล้าขยายตัวได้ดี ส่วน “เบียร์” เป็นการเติบโตค่อยเป็นค่อยไป และยังได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์สร้างความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคเพื่อขยายฐานผู้ดื่ม โดยเน้นการทำตลาดผ่านร้านค้าในกลุ่ม On-trade (เช่น ผับ บาร์ และร้านอาหารในหัวเมืองใหญ่), การจัดกิจกรรมในงานอีเว้นท์และคอนเสิร์ต ตลอดจนการใช้การแข่งขันฟุตบอล Carabao Cup เป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และยกระดับแบรนด์ “Carabao Beer” และ “Tawandang Beer” ให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทำไมเรากลับมามองแนวโน้มเป็นบวกด้วย risk/reward ที่น่าสนใจขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาเริ่มผ่อนคลาย โดยมีข้อตกลงที่จะหยุดยิง”ทันทีและไม่มีเงื่อนไข” มีผลตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นจากผลการประชุมที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29
กรกฏาคม 2568 ในการหารือสถานการณ์ระหว่างสองประเทศเพิ่มเติม นอกจากนี้การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จะจัดขึ้นโดยกัมพูชาในวันที่ 4 สิงหาคม 2568แม้จะยังไม่มีการกล่าวถึงการเปิดจุดผ่านแดนอีกครั้งก็ตาม ปัจจุบัน CBG มีรายได้ราว 15%จากกัมพูชา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของกำไรสุทธิ โดยที่ CBG วางแผนที่จะเริ่ม CODโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังร่วมทุน (JV) ที่กำลังทำร่วมกันในกรุงพนมเปญโดยเร็วที่สุดใน ธันวาคม 2568

อีกทั้งสหรัฐฯ ได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพันธมิตรหลายรายของนายพลผู้ปกครองเมียนมา เมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งส่งสัญญาณถึงความพยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับเมียนมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าถึงแร่ธาตุหายาก ปัจจุบัน CBG มีรายได้ประมาณ 6-7% จากเมียนมาอีกทั้ง CBG เพิ่งบรรลุ COD ในการผลิตเครื่องดื่มชูกำลังที่เมียนมาในเดือน กรกฎาคม 2568
ประมาณการ 2Q68F และแนวโน้ม 2H68F

โดยยืนยันประมาณการกำไร ไตรมาส ของ CBG โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 805 ล้านบาท (+6% QoQ และ+17% YoY) หนุนจากยอดขายในประเทศเติบโตดีตามฤดูกาล ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพด้านต้นทุนจากต้นทุนน้ำตาล อะลูมิเนียม และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง

แต่อย่างไรก็ตาม ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศคาดว่าจะลดลง และ GPM คาดว่าจะทรงตัวที่27.3% โดยลดลงเล็กน้อยจาก ไตรมาส 1/2568 แม้ว่ายอดขายในประเทศจะชะลอตัวลงก็ตาม แต่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะเมียนมายังมีการฟื้นตัวได้ ส่วนในช่วง ครึ่งปีหลัง 2568 กำไรของ CBG เทียบ QoQ น่าจะอ่อนตัวลงใน3Q68F จากนั้นกำไร 4Q68F จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ CBG ยังคงตั้งเป้าประมาณการกำไรหลัก ครึ่งปีแรก ที่ 1.6พันล้านบาท (+19% YoY) อย่างไรก็ดี การที่ margin จะดีขึ้นได้ในระยะยาวคาดว่าจะมาจากโรงงาน JVในย่างกุ้งและพนมเปญ โดยเป็นไปได้ที่ margin จะเพิ่มราว 100-150bps

ปรับเพิ่มคำแนะนำ CBG ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากถือ โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสูงขึ้นที่ 61.50 บาท(อิงจาก PE สูงขึ้นที่ 20x และค่าเฉลี่ย 3 ปีในอดีต -1.3SD) (จาก 17x) จากเดิม 52.00 บาท เชื่อว่า risk-reward ของ CBG น่าสนใจยิ่งขึ้นจากการที่ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาดูเหมือนจะได้ผ่านจุดต่ำสุดในระยะสั้นไปแล้ว ประเด็นนี้ ทำให้ discount ของ valuationลดน้อยลง โดย sentiment ของนักลงทุนจะหันมามองเชิงบวกมากขึ้นในระยะกลางถึงยาว แต่อย่างไรก็ตามแนวโน้มจะต้องเฝ้าติดตามต่อเนื่อง

รายงานโดย : ณัฏฐ์ชญา ปุริมปรัชญ์ภัทร บรรณาธิการข่าว Hoonvsion

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...