โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โตไม่หยุด! ‘พิชัย’ เผยส่งออกไทยเดือนพ.ค.68 มูลค่า 31,044.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 18.4% ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.19 น.

'พิชัย' เผยส่งออกไทยเดือน พ.ค.68 มูลค่า 31,044.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และมูลค่าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการส่งออกมา ได้แรงหนุนจากการทำงานอย่างหนักระหว่างรัฐและเอกชน และการเร่งนำเข้าเพื่อหนีภาษีสหรัฐฯ ยอดรวม 5 เดือน 138,202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 14.9% หวังทั้งปีโตเกิน 2 หลัก ขอ ธปท.ช่วยดูแลค่าเงินบาท เพื่อให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น

18 มิ.ย. 2568 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือน พ.ค.2568 มีมูลค่า 31,044.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,025,477 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 38 เดือน นับตั้งแต่ มี.ค.2565 และมูลค่าถือเป็นการส่งออกรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการส่งออกมา ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 29,928.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,001,162 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18% ได้ดุลการค้า 1,116.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24,315 ล้านบาท)

ทั้งนี้ การส่งออกรวม 5 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 138,202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4,640,426 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 14.9% การนำเข้า มูลค่า 139,325.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4,736,361 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 11.3% ขาดดุลการค้า 1,223.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (95,936 ล้านบาท)

“การส่งออกยังขยายตัวได้ดี เป็นผลจากการทำงานร่วมกันอย่างแข่งขันของกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน และคาดว่าเดือน มิ.ย.2568 เชื่อว่าจะยังไปได้ดี ส่วนทั้งปี ถ้าการส่งออกยังเป็นไปในทิศทางนี้ หรือทรงตัว ตัวเลขการขยายตัวมีโอกาสที่จะเป็นบวก อยากเห็นแตะระดับ 2 หลัก หวังว่าจะเกิน 10% ขึ้นไป ตอนนี้ 5 เดือนทำได้ 14.9% แล้ว ที่เหลือยังหวังขยายตัวต่อ แต่ก็ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตา” นายพิชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย แม้ว่าค่าเงินบาทจะไม่ได้มีส่วนช่วยสนับสนุน จึงขอเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาค่าเงินบาทให้เหมาะสม เพื่อสนับสนุนภาคส่งออก เพราะตอนนี้ สินค้าเกษตรแข่งขันได้ยาก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง หากอ่อนค่าลง จะทำให้ส่งออกดีขึ้นกว่านี้

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกในเดือน พ.ค.2568 ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากประเทศผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้า ในช่วงที่สหรัฐฯ ชะลอการบังคับใช้ภาษีต่างตอบแทนเป็นระยะเวลา 90 วัน จะบอกว่าไม่มีผลคงไม่ได้ ส่วนเดือน มิ.ย.2568 จะเป็นอย่างไร จะขยายตัวได้อีกหรือไม่ เดี๋ยวตัวเลขก็จะบอกเอง และหากการส่งออกทั้งปีจะขยายตัว 10% ตามที่นายพิชัยระบุไว้ จากนี้การส่งออกแต่ละเดือนต้องทำให้ได้มูลค่า 27,482.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับรายละเอียดการส่งออกเดือน พ.ค.2568 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 8.1% โดยสินค้าเกษตร เพิ่ม 6.8% อุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 10.1% สินค้าสำคัญที่เพิ่ม อาทิ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ส่วนสินค้าที่ลดลง เช่น ข้าว ยางพารา และเนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ 5 เดือนของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.2%

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 22.9% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ส่วนสินค้าที่ลดลง อาทิ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด ทั้งนี้ 5 เดือนของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 19.6%

ทางด้านตลาดส่งออกสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยตลาดหลัก เพิ่ม 19% มาจากสหรัฐฯ เพิ่ม 35.1% จีน เพิ่ม 28.0% สหภาพยุโรป เพิ่ม 16.6% CLMV เพิ่ม 20.8% แต่อาเซียน ลด 0.3% ญี่ปุ่น ลด 0.9% ตลาดรอง เพิ่ม 18.6% จากเอเชียใต้ เพิ่ม 22.3% ทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 8.4% ตะวันออกกลาง เพิ่ม 22.8% แอฟริกา เพิ่ม 21.4% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 15.9% รัสเซียและกลุ่ม CIS เพิ่ม 18% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 20% และตลาดอื่น ๆ ลด 15%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...