ปิยบุตร ยันยุบสภา ไม่ใช่ทางตัน ไม่ซ้ำรอยยุคทักษิณ-ปู มั่นใจจากนี้อิ๊งค์ เจอนิติสงครามหนักแน่
ปิยบุตร ยันซ้ำยุบสภา ไม่ซ้ำรอยยุคทักษิณ-ปู มั่นใจจากนี้อิ๊งค์ เจอนิติสงครามเล่นงานแน่ เสี่ยงถึงทางตัน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ การยุบสภา คือ ทางออก ไม่ใช่ทางตัน ] แสดงความคิดเห็นกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยมีเนื้อหาดังนี้
เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) ผมได้ไปร่วมรายการทางช่อง Friends Talk ตามนัดหมายปกติทุกอาทิตย์ เป็นจังหวะพอดีกับที่มีสถานการณ์พิเศษเรื่องคลิปเสียงคุณแพทองธารกับฮุน เซนหลุดออกมา ในรายการเมื่อวานนี้ผมได้ย้ำอีกครั้งถึงข้อเสนอของผมที่เสนอให้คุณแพทองธารยุบสภา และวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และตอบข้อสงสัยที่หลายท่านตั้งขึ้นมา ซึ่งผมขอใช้โอกาสนี้นำมาสรุปให้ทุกท่านได้พิจารณาอีกครั้ง
มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอเรื่องการยุบสภาของผมด้วยหลายเหตุผลว่าถ้ายุบสภาตอนนี้ รัฐบาลคุณแพทองธารจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ จะไม่มีใครที่มีอำนาจเต็มมาจัดการปัญหาชายแดนกับกัมพูชา ต้องอดทนประคับประคองกันไปก่อน แต่ผมขอถามกลับว่า ต่อให้อดทนประคับประคอง แต่สถานะที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารไม่เหลือความชอบธรรมทางการเมืองแล้ว จะไปทำงานเรื่องละเอียดอ่อนอย่างปัญหาชายแดนเพื่อนบ้านได้หรือ ทุกคนต้องเสียสละประคองนายกรัฐมนตรีคนนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือประคองไปแล้วก็แก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดีอย่างนั้นหรือ?
ถ้ารัฐบาลไปต่อไม่ได้ก็ควรต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีหรือเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งตามระบบมีสองวิธี คือนายกรัฐมนตรีลาออก ครม. พ้นทั้งคณะ จับขั้วเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ในสภา หรือการยุบสภาเลือกตั้งใหม่หมดภายใน 45-60 วัน
นอกจากนี้ยังมีผู้วิพากษ์วิจารณ์อีกว่าหากยุบสภาแล้วจะซ้ำรอยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 กลายเป็นรัฐบาลรักษาการจนไม่มีอำนาจเต็มในการจัดการสถานการณ์เวลานั้น แน่นอนว่าสถานการณ์ในวันนี้แม้จะมีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์ทั้งเมื่อปี 2548 ที่ความชอบธรรมทางการเมืองของรัฐบาลไทยรักไทยดิ่งลงจากกรณีขายหุ้นเทมาเส็ก กับเมื่อปี 2556 ที่ความชอบธรรมทางการเมืองของรัฐบาลเพื่อไทยหมดไปจากกรณีร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง แต่ก็มีความต่างตรงที่ประเทศไทยเพิ่งบอบช้ำจากการรัฐประหารมา จึงยังไม่เกิดกระแสเรียกร้องการรัฐประหารหนักเหมือนช่วงนั้น
อีกทั้งสถานการณ์ในวันนี้ไม่เหมือนปี 2556 เพราะในเวลานั้นพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี สส. กลุ่มหนึ่งตัดสินใจลาออก เพื่อเข้าร่วมการชุมนุม กปปส. ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใต้ข้ออ้าง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” แต่สถานการณ์ในเวลานี้พรรคฝ่ายค้านวันนี้คือพรรคประชาชน ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์แบบในอดีต ซึ่งไม่เดินแบบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2556 ไม่ลาออกจาก ส.ส. ไปปลุกการชุมนุม ให้เกิดสุญญากาศให้ทหารยึดอำนาจ ไม่หลอกล่อรัฐบาลจนพารัฐบาลไปสู่ทางตันแน่นอน
เมื่อครั้งปี 2556 เมื่อคุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจยุบสภา ในเวลานั้นผมเห็นต่างว่ารัฐบาลต้องอยู่ต่อเพื่อให้มีอำนาจเต็มในการจัดการสถานการณ์ ยุบสภาเมื่อไหร่เข้าทางนักสร้างสุญญากาศแน่ แต่รอบนี้บริบทคือฝ่ายค้านคือพรรคประชาชนที่อยากเลือกตั้ง และคนที่เชียร์ให้ไปสู่ทางตันการรัฐประหารน้อยกว่าเวลานั้นมาก
ดังนั้น การยุบสภารอบนี้จะไม่พาไปสู่ทางตัน แต่ในทางตรงกันข้าม การยุบสภาคือทางออกในการคืนอำนาจให้กับประชาชน เมื่อประชาชนใช้อำนาจเลือกมาตอนปี 2566 แล้วถูกบิดผันจนทำให้องค์ประกอบของรัฐบาลไม่ตรงกับเจตจำนงในการเลือกของประชาชน ข้ามขั้วแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ไร้เสถียรภาพ เกิดปัญหาความเชื่อมั่นเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อผลเป็นแบบนี้ก็เอาอำนาจที่เอามาจากประชาชนคืนกลับไปให้ประชาชนตัดสินใจเลือกใหม่ เริ่มต้นใหม่กันตามระบบเสียดีกว่า
นอกจากนี้ยังมีคนบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอการยุบสภาว่าจะทำให้ “เข้าทางฮุน เซน” แต่ผมอยากชวนให้ทุกท่านคิดดีๆ ว่าการยุบสภาจะไปเข้าทางฮุน เซนได้อย่างไร? ฉากในหัวของคนไทยจำนวนมากวันนี้ถูกหลอมให้คิดถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในเวลานี้ราวกับว่าเรากำลังจะเข้าสู่สภาวะสงครามกันแล้ว
แต่ในความจริงแล้วไม่ถึงขนาดนั้น การเจรจาล่าสุดก็นำไปสู่ความคลี่คลายระดับหนึ่ง อีกทั้งหากพิจารณาให้ดีการยุบสภาจะเข้าทางได้อย่างไร ฮุน เซนอยากล้มรัฐบาลนี้หรือ หรือถ้าไม่มีรัฐบาลนี้แล้วฮุน เซนจะทำอะไรกับประเทศไทยได้อย่างนั้นหรือ?
แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่เลือกยุบสภา ไปเลือกลาออกแทน สถานการณ์ก็มีแน้วโน้มจะแย่ลงกว่าเดิม เพราะต้องหานายกรัฐมนตรีใหม่ในสภา พรรคประชาชนก็ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว จับขั้วใหม่กันอย่างไรก็ได้กลุ่มเดิมและนำไปสู่ทางตันแบบเดิม ตราบที่ยังมีเพื่อไทยเป็นแกนอยู่ เพราะนั่นย่อมหมายความว่าคุณทักษิณก็ยังจะมีบทบาทอยู่ต่อไป กลุ่มอนุรักษนิยมก็จะยังคงไม่ไว้ใจรัฐบาลในเรื่องกัมพูชา พรรคภูมิใจไทยก็จะยังคงมีแต้มต่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็เหลือน้อยลง มีแค่คุณอนุทิน คุณชัยเกษม คุณพีระพันธ์ุ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังคงสถานะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่
ดังนั้น การลาออกของนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะยังเป็นกระดานเดิม ตัวเลขเดิม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเดิม ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนเกิดขึ้นแล้ว ทางแก้ปัญหาเดียวจึงอยู่ที่การกลับไปเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด แล้วดูว่าฉันทามติของประชาชนกลับมาใหม่เป็นอย่างไร
หรือถ้าจะประคับประคองกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก วิกฤตที่รออยู่ข้างหน้าก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จ่อเป็นคิวแรกอยู่ในวาระทันทีที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนกรกฎาคม สถานะของร่างกฎหมายนี้คือเชื้อเพลิงในทางการเมือง ถ้ายังดันเข้าอีกสถานการณ์จะยิ่งไปไกล
และเชื่อได้เลยว่า ในเวลานี้ฝั่งอนุรักษนิยมวางแผนกันแล้ว ที่จะใช้นิติสงครามในเล่นงานพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจากกรณีนี้ ฝ่ายอนุรักษนิยมที่ชุมนุมอยู่ได้คลิปไปปลุกระดมคนได้เยอะขึ้น นักร้องได้เอากรณีนี้ไปร้อง ยังไม่รู้ว่า ส.ว. จะไปร้องด้วยหรือไม่ในเมื่อพรรคภูมิใจไทยออกมาเป็นฝ่ายค้านแล้ว
แม้ผมยืนยันว่า อารมณ์ของสังคมตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นปี 2548 หรือ 2556 แต่ถ้ารัฐบาลยังเดินต่อไปแบบนี้ ฉากต่อไปที่วาดภาพรอไว้ได้เลย คือวันหนึ่งจะมี “สัญญาณ” อะไรบางอย่างให้พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดทิ้งพรรคเพื่อไทย ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แล้วมีการใช้กระบวนการนิติสงครามเอาคุณแพทองธารออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็อาจจะมีการเปลี่ยนให้ภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แต่ถ้ายังมีเพื่อไทยเป็นองค์ประกอบอยู่สถานการณ์ก็จะยังคงเป็นทางตัน
หรือถ้านายกรัฐมนตรีถูก “นิติสงคราม” เอาออกจากตำแหน่ง แล้วทุกพรรคไม่ยอมร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย คราวนี้ แล้วมีรองนายกรัฐมนตรี มารักษาการแทน เดี๋ยวก็จะมีพวกมาตีความอีกว่า รักษาการนายกฯไม่มีอำนาจยุบสภา สถานการณ์ก็จะนำไปสู่ทางตัน นักสร้างสุญญากาศสามารถใช้โอกาสนี้ในการปูทางไปสู่การเรียกร้องให้เกิดการรัฐประหารได้
เมื่อยิ่งเดินยิ่งนำไปสู่ทางตันรัฐบาลก็ควรถอนตัวออกมาก่อน เริ่มใหม่ผ่านการเลือกตั้ง ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เปิดโอกาสให้มีคนสร้างสุญญากาศเอาอำนาจไปให้ทหาร วันนี้นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจก็ขอให้รีบตัดสินใจเสียเถอะครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปิยบุตร ยันยุบสภา ไม่ใช่ทางตัน ไม่ซ้ำรอยยุคทักษิณ-ปู มั่นใจจากนี้อิ๊งค์ เจอนิติสงครามหนักแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th