โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นวัตกรรมการเรียนรู้" ที่ต้องสู้กับการเปลี่ยนแปลง

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.41 น.

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

วันนี้โลกการศึกษาต้องเผชิญกับความท้าทายที่มีพลวัตสูง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี วัฒนธรรม และเศรษฐกิจระดับโลกได้กระตุ้นให้สถาบันอุดมศึกษาต้องปรับตัวและพัฒนาแนวทางการเรียนการสอนให้เท่าทัน โดยเฉพาะในรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education - GE) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานแห่งคุณธรรม ทักษะชีวิต และความเข้าใจต่อสังคม ดังเช่นรายวิชา “พลเมืองไทยในศตวรรษที่ 21” (Thai Citizens in the 21st Century) หรือ ชื่อเดิม “พลเมืองไทย และพลเมืองโลก” (Thai and Global Citizens) และรายวิชา “คุณค่าของความสุข” (Values of Happiness) ซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนนวัตกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เป็นรูปธรรมทั้งในมิติของกระบวนการจัดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของผู้เรียน และการผลิตองค์ความรู้ใหม่

การออกแบบการเรียนรู้ของรายวิชา “พลเมืองไทยในศตวรรษที่ 21” นั้นยึดหลักแนวคิด Global Citizenship Education (GCED) และ Education for Sustainable Development (ESD) เป็นหัวใจหลัก ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยใช้รูปแบบ Hybrid Learning ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทั้งแบบเผชิญหน้าและออนไลน์อย่างยืดหยุ่น ระบบบริหารจัดการชั้นเรียนด้วย QR Code ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ แต่ยังเสริมสร้างทักษะพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) ให้กับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม

ในขณะเดียวกัน รายวิชา “คุณค่าของความสุข” ได้ออกแบบกิจกรรมภายใต้โมเดล “The Suan Dusit Approach: Learning Pathways to Happiness” ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพทางกาย กิจกรรมฐานการเรียนรู้ การฟังบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและจิตวิทยา เช่น CK Cheong, CEO Fastwork Technologies หรือ “หมอเจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์, หมอ นักแสดง และพิธีกร พร้อมกิจกรรมปิดท้ายแบบ Showcase ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้นำเสนอสิ่งที่ตนเองเรียนรู้นำเสนอในรูปแบบสร้างสรรค์ แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่ลงลึกและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนรายบุคคล

นวัตกรรมการเรียนรู้ทั้งสองรายวิชานี้มีลักษณะร่วมที่เหมือนกันคือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง โดยนักศึกษาสามารถเลือกกิจกรรมฐานการเรียนรู้ได้ตามความสนใจ มีโอกาสตั้งคำถาม พูดคุย และแลกเปลี่ยนความเห็นกับวิทยากรตามอิสระ ตัวอย่างคำถามของนักศึกษาที่ปรากฏ เช่น “ศตวรรษที่ 21 พลเมืองแตกต่างจากศตวรรษอื่นอย่างไร” หรือ “นักศึกษาสามารถใช้ AI ในการเรียนรู้ได้หรือไม่” สะท้อนถึงระดับการคิดเชิงวิเคราะห์และวิพากษ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการศึกษายุคใหม่ที่ทุกคนต้องไม่ยึดติด กล้าเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงต้องมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่น

ผลลัพธ์จากการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนและผู้สอนมีมากมาย เช่น ผู้เรียนได้รับความรู้เชิงแนวคิดเกี่ยวกับพลเมืองในบริบทโลก
ยุคใหม่ เข้าใจความรับผิดชอบต่อประเด็นสาธารณะ ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุขโดยไม่เบียดเบียนใคร ตระหนักว่าความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือน่ากลัวแต่ต้องกล้าลุกขึ้นมาลองทำใหม่ และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในเชิงสร้างสรรค์ ในขณะที่ผู้สอนเองก็ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น QR Code เครื่องมือออนไลน์ และการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมหรือสองทาง

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้รายวิชาทั้งสองรายวิชาดึงดูดนักศึกษามาเรียนจำนวนมาก ได้แก่ การบูรณาการระหว่างแนวคิดสากลกับบริบทท้องถิ่น รายวิชาพลเมืองไทยฯ เชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กับวัฒนธรรมไทยและความเป็นพลเมืองดิจิทัล ในขณะที่รายวิชาคุณค่าของความสุข นำเสนอแนวคิดเรื่องความสุขในมุมมองใหม่ที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ความสัมพันธ์ และปัญญา ผ่านการเรียนรู้เชิงปรัชญา จิตวิทยา และธุรกิจร่วมสมัย นอกจากนี้ ทั้งสองรายวิชายังยึดหลักการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ผู้เรียนได้เลือกกิจกรรมฐานการเรียนรู้ตามความสนใจ และมีอิสระแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและเปิดกว้าง

ด้านภาพรวมการดำเนินงานของรายวิชา “พลเมืองไทยในศตวรรษที่ 21” และ “คุณค่าของความสุข” นับเป็นตัวแบบที่สามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ในรายวิชาศึกษาทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผู้เรียนและผู้สอน สะท้อนความพร้อมของมหาวิทยาลัย(สวนดุสิต)ในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการศึกษาแบบก้าวกระโดด พร้อมกับสร้างสมดุลระหว่าง
“ความสุขตามอัตลักษณ์ไทย” และ “ความเป็นพลเมืองโลก” ตลอจนการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีและประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

ดังเช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแบบรายวิชากลุ่ม General Education ให้เชื่อมโยงความรู้ระหว่างศาสตร์กับชีวิตจริงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมประเด็นด้านวัฒนธรรม จริยธรรม เทคโนโลยี และพลเมืองโลก มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน มีการจัดรายวิชาศึกษาทั่วไปโดยบูรณาการหลักปรัชญาจีนโบราณเข้ากับบริบทการพัฒนาสมัยใหม่ มุ่งเน้นการสร้างพลเมืองที่มีคุณธรรมและความสามารถข้ามวัฒนธรรม ขณะที่ National University of Singapore (NUS) นำเสนอหลักสูตร General Education ที่เน้น Data Literacy, Digital Literacy และ Global Awareness ควบคู่กับการศึกษาสังคมสิงคโปร์ร่วมสมัยอย่างลุ่มลึก

กรณีตัวอย่างทั้งสามมหาวิทยาลัยล้วนสะท้อนถึงความสำคัญของการออกแบบการเรียนรู้ที่มีความสมดุลระหว่าง “ความรู้ทางวิชาการ” และ “ทักษะชีวิต” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการพัฒนารายวิชาศึกษาทั่วไปให้ตอบโจทย์โลกและสังคมยุคใหม่อันเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้เพื่อความสุขแทร่ ๆ (แท้) ของนักศึกษาจริง ๆ ครับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...