โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เตือน "โรคผื่นกุหลาบ" เจอได้บ่อยช่วงฤดูฝน พบเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้ป่วยตั้งครรภ์ระวังเสี่ยงแท้งได้

สวพ.FM91

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.36 น.

2 กรกฎาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนโรคผื่นกุหลาบ ซึ่งเป็นโรคผิวหนังมีอาการเฉียบพลัน ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด พบมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส โดยผื่นมีลักษณะเฉพาะรูปร่างกลมหรือรี มีการกระจายเป็นแนวตามร่องบนผิว คล้ายกับลักษณะของต้นสน

โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดในคนช่วงอายุ 10-35 ปี พบได้ในทุกเชื้อชาติ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผื่นมักเกิดอยู่นานประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ สามารถหายได้เอง ผู้ป่วยบางรายอาจเป็นนานถึง 5 เดือนหรือมากกว่า ผู้ป่วยตั้งครรภ์ เป็นความเสี่ยงทำให้เกิดการแท้งได้ โดยเฉพาะช่วง 15 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

ทั้งนี้ การเกิดผื่นกุหลาบ มักเกิดขึ้นบริเวณลำตัว และมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งอาจพบบริเวณคอหรือแขนขาส่วนบนได้ โดยมักจะเกิดนำผื่นอื่นๆ เป็นชั่วโมงหรือวัน ลักษณะผื่นเป็นสีชมพู สีแซลมอน หรือสีน้ำตาล อาจจะมีขอบยกเล็กน้อย ขนาดประมาณ 2-4 ซม. แต่บางกรณีอาจมีขนาด 1 ซม. หรือใหญ่ถึง 10 ซม. ตรงกลางของผื่นมีขุยขนาดเล็ก ขอบขยายใหญ่ขึ้น ประมาณ 5% ของคนไข้มีอาการนำมาก่อน เช่น ปวดหัว มีไข้ ปวดข้อ และปวดเมื่อย อาจพบตุ่มหนองเล็กๆในช่วงแรกของโรค มักไม่พบผื่นบริเวณหน้า มือ และเท้า อาการคันในโรคผื่นกุหลาบพบได้ประมาณ 25%

สำหรับ ผื่นกุหลาบมักไม่มีอาการแสดง และสามารถหายได้เอง โดยไม่ทิ้งร่องรอย การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเป็นหลัก การใช้ครีมชุ่มชื้นผิวที่เหมาะสม ร่วมกับยาทาสเตียรอยด์ หรือยากินในกลุ่ม antihistamines สามารถช่วยลดอาการคันได้ แต่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การรับประทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์ช่วงสั้นๆ การฉายแสง UVB (Narrowband or broadband) สามารถช่วยควบคุมโรคได้

"ลักษณะของ ผื่นกุหลาบ ค่อนข้างคล้ายกับผื่นโรคอื่นๆ และอาจสร้างความสับสนเกี่ยวกับอาการ และอาจทำให้ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม หากรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในร่างกาย และเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และป้องกันการลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นอาการผื่น หรืออาการอื่นๆ ควรรีบเข้าพบแพทย์และทำการรักษาโดยด่วนที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...