โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าอาวาสวัดม่วง” ยันเงินหายจริง มีทรัพย์สินกว่า 20 ล้านสะสมมา 40 ปี

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.10 น.

ภายหลังพระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าคณะเขตหนองแขม และเจ้าอาวาสวัดม่วง ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาและพาไปที่กุฏิ เพื่อชี้จุดที่ทรัพย์สินทั้งหมดหายไป ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ระหว่างนั้นทางเจ้าอาวาสวัดม่วงได้เรียกให้สื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ ชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าปัจจัยที่เบิกมาจากธนาคารจะนำไปทำบุญวันเกิดและแจกทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งใช้เงินเป็นจำนวนมากหลักล้านบาท

โดยวันที่ไปเบิกเงินไปกับลูกศิษย์ 2 คน คือนายเบียร์และนายเดี่ยว จำนวนเงิน 10 ล้าน ก่อนเดินทางกลับมากุฏิ พร้อมกับหิ้วกระเป๋าเงินมาด้วย พอมาถึงกุฏิก็เอาเข้าไปเก็บในห้องนอนสอดไว้ใต้โต๊ะใช้ผ้าคลุมไว้ ซึ่งที่ไม่ได้เอาเงินใส่ตู้เซฟ เนื่องจากตู้เซฟเต็มและทรัพย์สินในตู้เซฟเป็นของวัดไม่อยากให้ปะปนกัน ยืนยันว่า จุดที่วางกระเป๋าเงินไม่มีใครรู้ตัวเองรู้แค่คนเดียว

สำหรับเงินจำนวนมากที่หายไปยืนยันว่าเป็นเงินของตัวเองที่สะสมมานาน 40 กว่าปี โดยจะแบ่งออกเป็นบัญชีส่วนตัวและบัญชีของวัดอย่างชัดเจน ซึ่งตัวเองมีทรัพย์สินประมาณ 20 กว่าล้านบาท เบิกครั้งละ 10 ล้าน หากเป็นทรัพย์สินของวัดจะมีกรรมการวัดกำกับดูแลในกรณีที่มีการเบิกจ่าย

ส่วนการก่อสร้างเจดีย์ที่ตัวเองจะสร้างพระทองคำจะต้องใช้ทองคำแท่งในการหล่อพระ จึงไปเบิกเงินครั้งแรก 10 ล้านบาท เพื่อไปซื้อทองคำน้ำหนัก 300 บาทมาเก็บไว้ แต่เกิดสูญหายไปจำนวน 50 บาท โดยไม่ได้แจ้งความ เพราะไม่อยากเกิดความยุ่งยาก ประกอบกับทรัพย์สินที่หายไปเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

กระทั่งครั้งที่ 2 ได้ไปเบิกเงินสดมาอีก 10 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อทองคำแท่ง เพราะเกรงว่าทองคำจะขึ้นราคา แต่ไม่ทันนำไปซื้อเงินก็หายไปพร้อมทองเสียก่อน ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดีเหมือนกัน แต่ไม่เหลืออะไรแล้ว จึงตัดสินแจ้งตำรวจ ยืนยันว่าทรัพย์สินหายจริง 100%

เมื่อถามถึงพระนิทรรศน์ พระลูกวัดที่ออกมาให้สัมภาษณ์กล่าวหาเจ้าอาวาสวานนี้ ไม่เชื่อว่ามีเหตุการณ์เงินหายจริง ไม่เชื่อว่าจะมีโจรบุกเข้าไปขโมยเงินในกุฏิเจ้าอาวาส เพราะภายในวัดมีวงจรปิดทุกซอกทุกมุม และกุฏิเจ้าอาวาสก็แน่นหนา มีประตูถึง 5 ชั้น ยุงยังแทบจะเข้าไปไม่ได้ พระนิทรรศน์ เชื่อว่าเจ้าอาวาสน่าจะเอาไปใช้หมดเอง แต่ที่แจ้งความ เพราะต้องการให้คนคิดว่าเงินหาย และยังสงสัยอยู่ ที่เจ้าอาวาสบอกว่า เงินที่หายเป็นเงินส่วนตัว เป็นไปได้ไง พระมีทรัพย์สินเยอะขนาดนี้ได้อย่างไร

ทางเจ้าอาวาสวัดม่วง ตอบด้วยน้ำเสียงโมโห ว่า พระนิทรรศน์ รอเวลานี้มานานกว่า 10 ปี เพื่อกล่าวหาว่าตัวเองเป็นพระไม่ดีทุกเรื่องเลย ซึ่งที่เกิดความแค้นกันมาจากเรื่องที่ตัวเองนั้นไปตัดชื่อพระทัศน์ออกจากวัดม่วง

นางสมบุญ ธนธนาพร อายุ 74 ปี โยมอุปฐาก เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับเจ้าอาวาสมาเกือบ 50 ปีแล้ว เพราะเป็นแม่ครัวและโยมอุปัฏฐากของวัดแห่งนี้ ทันที พอทราบเรื่องนี้จากลูกที่ไปดูโซเชียลแล้วมาเล่าให้ฟัง ก็เลยโทรหาเจ้าอาวาสวัดม่วงซึ่งศาลอาวาสก็ยอมรับว่าเงินหายเป็นเรื่องจริง ก็ไม่รู้ว่าเงินหายไปได้อย่างไรเหมือนกัน ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าเจ้าอาวาสพูดความจริง เพราะที่ผ่านมาเจ้าอาวาสมักจะนำเงินส่วนตัวเอามาใช้จ่ายในการพัฒนาวัด ทั้งการสร้างศาลาการเปรียญ สร้างพระทองคำ

ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเงินหายเป็นการยักยอกเหตุใดเจ้าอาวาสจะต้องจัดฉากยักยอกเงินของตัวเอง

ส่วนพระลูกวัดคู่กรณีเจ้าอาวาสที่เคยออกมาว่าในทางที่ไม่ดี โดยส่วนตัวไม่เคยรู้จักพระรูปดังกล่าวแต่ทราบว่า เป็นพระที่มีความขัดแย้งกับเจ้าอาวาสมานานนับ 10 ปีโดยมีสาเหตุมาจากเจ้าอาวาสจะจับสึก แต่พระรูปดังกล่าวไม่ยอมสึก

ส่วนที่มีเหตุการณ์ที่เจ้าอาวาสซื้อทองมา 300 บาทแล้วทองหายไป 50 บาทนั้นตนเองไม่ทราบเรื่อง ก็เพิ่งจะมาทราบเรื่องตอนที่มีเหตุเงินหายรอบล่าสุด

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านคดีตำรวจ สน.เพชรเกษมได้ลงพื้นที่มายังกุฏิเจ้าอาวาสอีกครั้งในวันนี้ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และตรวจสอบโดยรอบกุฏิ และจะมีการเชิญตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทยอยเข้าสอบปากคำด้วย.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...