โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โชว์ผลงาน กำไรไตรมาส 1 พุ่ง 57% ทะยานสู่โหมดการเติบโตอย่างเต็มกำลัง

Positioningmag

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 05.49 น. • PR News

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) รายงานผลประกอบการ ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เติบโตขึ้น 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการปรับโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและบริการรวมจำนวน 2,622 ล้านบาท ได้รับแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจาก 4 โรงแรมหลักในประเทศไทย โดยเฉพาะโรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ที่มีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นภายหลังจากการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 เป็นผลให้ในเดือนมกราคม 2568 โรงแรมสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักได้สูงถึง 16,404 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการสร้างสถิติใหม่สูงสุด นับตั้งแต่เปิดให้บริการมา ส่งผลให้อัตราห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ในไตรมาสแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อนถึง 31% มาอยู่ที่ 12,951 บาท เป็นผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เติบโตขึ้นถึง 23% เป็นแรงผลักดันให้กลุ่มโรงแรมภายใต้การบริหารงานเองในประเทศไทยมี RevPAR ในไตรมาส 1 ปี 2568 เติบโตที่ 12% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพของโรงแรมภายใต้พอร์ตโฟลิโอ ตามกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์หลัก สะท้อนอัตลักษณ์แบรนด์ SAii ด้วยคุณค่าและการให้บริการตามมาตรฐานระดับสากลหนุนด้วยการฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งของของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ มอริเชียส บีช รีสอร์ท ที่สามารถสร้าง RevPAR ได้สูงขึ้นถึง 16% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และผลการดำเนินงานของ SO/Maldives ภายหลังจากการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเต็มปียังสามารถเร่งการเติบโต ด้วยอัตรา RevPAR ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 93% จากไตรมาส 1 ปีก่อนหน้าเช่นกัน


นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ตามกลยุทธ์ต่างๆที่ได้วางไว้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน อาทิ โครงการปรับปรุงโรงแรมและรีสอร์ต การยกระดับแบรนด์ และการปรับปรุงประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุนรวมถึงบริการต่างๆ ซึ่งต่างทยอยสัมฤทธิ์ผล อีกทั้งนอกจากจุดแข็งทางด้านยุทศาสตร์ที่ตั้งที่มีความหลากหลาย กลยุทธ์แผนการตลาดเชิงรุก และการพัฒนาช่องทางการขายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้บริษัทฯสามารถเข้าถึงตลาดศักยภาพใหม่ได้มากยิ่งขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันราคาห้องพักรวมถึงกระจายความเสี่ยงทางด้านรายได้ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการ ที่จะสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาวะของตลาด ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไป
จากแนวทางการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ รายงานกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 770 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีก่อน 5% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDAMargin) อยู่ที่ 29% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 27%
สำหรับผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 2 ถึงแม้จะเป็นช่วงที่โรงแรมส่วนใหญ่เข้าสู่นอกฤดูการท่องเที่ยว บริษัทฯ ยังเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานจะยังดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่เทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งมาช้ากว่าปีที่แล้วถึงสามสัปดาห์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกา


สำหรับปี 2568 บริษัทฯ วางเป้ารายได้ ไว้ที่ 11,000 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดตามการฟื้นตัวของโรงแรมโดยเฉพาะในประเทศไทยและมัลดีฟส์ หนุนด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตั้งเป้าอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT Margin) สูงขึ้นกว่าปีก่อน 1-1.5% และดำเนินกลยุทธ์ทางการเงินเพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นบริหารโครงสร้างหนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และคาดว่าจะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลง 50-100 bps เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญต่อไป”
นอกจากการยกระดับผลประกอบการหลัก บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการบริหารจัดการแหล่งเงินทุนให้มีความเหมาะสม โดยการกระจายการจัดหาแหล่งเงินทุนให้มีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ทั้งจากการร่วมมือกับสถาบันทางการเงินหลายแห่งเพื่อเงื่อนไขที่ดีที่สุด และความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ วงเงิน 1,700 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นการปูรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย
“บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์มุ่งเน้นกำไรภาพรวม พร้อมคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 โดยคงรักษาจุดแข็งด้านการบริหารต้นทุนและเตรียมความพร้อมรับโอกาสจากการท่องเที่ยวโลกที่ฟื้นตัวชัดเจน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับแบรนด์โรงแรมในเครืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล” นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล กล่าวเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...