โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับยาอีแบบผง หนัก 33 กก. คนร้ายเอามาวางทิ้งไว้ที่ล็อบบี้

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(23 ก.ค. 68) ขณะที่ ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป. สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า พนักงานอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบน ถ.ศรีสุข ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ว่าพบกระเป๋าสีดำขนาดใหญ่วางอยู่ในห้องล็อบบี้ คาดว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย หรือยาเสพติด เนื่องจากวัตถุในกระเป๋ามีลักษณะเป็นก้อนๆ

จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.อ.พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.อุดรธานี , พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี กว่า 20 นาย รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ รปภ. อพาร์ตเมนต์ และพนักงานแคชเชียร์ นำตำรวจเข้าตรวจสอบถุงผ้าขนาดใหญ่วางอยู่ที่มุมห้องล็อบบี้ชั้นล่าง เมื่อเปิดกระเป๋าตรวจสอบพบก้อนวัตถุห่อด้ายเทปกาวสีน้ำตาล คล้ายกับห่อยาบ้า เขียนตัวเลข 9999 และเขียนสัญลักษณ์คล้ายกับตัวหนังสือกำกับไว้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นตัวหนังสือของประเทศไหน คาดว่าจะเป็นภาษาเขียนของประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อแกะตรวจสอบ พบเป็นถุงชาจีนแบบผงสีเหลือง ตำรวจจึงเอาแถบตรวจหาสารยาเสพติดมาตรวจสอบก็พบมีผลเป็นบวกทั้งหมด จึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบให้แน่ชัด ในเบื้องต้นพบว่าเป็นยาอีชนิดผงสีเหลือง ที่มีส่วนผสมของยาไอซ์ และยาเค นำอัดเม็ดขายให้กลุ่มผู้เสพ นักท่องราตรี คาดว่านำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ทราบว่าทางภาคเหนือหรือทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่ขบวนการค้ายาเสพติดนำมาบรรจุในถุงชาจีน ก็เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เมื่อเจอด่านตรวจยาเสพติด จากการตรวจสอบข้อมูลการจับกุมของตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่ 30 และ บก.แม่ขาว จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉานตะวันออก ประเทศเมียนมา พบว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 67 จับกุมชายชาวไทยใหญ่ 2 คน ขับรถเก๋งขนยาเคตามีนแบบผง จำนวน 70 กก. ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันกับการตรวจยึดในครั้งนี้

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าอพาร์ตเมนต์ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 พบรถเก๋งต้องสงสัยขับถอยเข้ามาจอด แล้วมีผู้ชายเดินลงมาจากรถเก๋งด้านหน้าฝั่งซ้าย โบกรถถอยเข้าที่จอด จากนั้นได้เปิดฝากกระโปรงหลังขนกระเป๋าต้องสงสัยลง แล้วก็ปิดฝากะโปรง จากนั้นก็เดินขึ้นรถไปออกประตูด้านหลัง ขับวนรถมาจอดตรงข้ามจุดที่วางกระเป๋าไว้ โดยจอดรถประมาณ 1 นาที คล้ายกับถ่ายรูปส่งงานให้คนมารับช่วงต่อ ก่อนขับออกจากปากซอยไปทาง ถ.ศรีสุข คาดว่ารถเก๋งต้องสงสัยมาด้วยกัน 2 คน

รปภ.เล่าว่า เวลาประมาณ 21.00 น. มีรถเก๋งสีขาวขับเข้ามาจอด และชายคนขับอายุประมาณ 30 กว่าปี ถามตนว่าจอดได้นานไหม ขณะตนมาเก็บขยะ ตนก็ตอบว่าจอดได้ ตนเห็นคนในรถมีเพียงคนขับคนเดียว แล้วเขาก็ขับวนมาบอกให้ตนช่วยเก็บกระเป๋าไปไว้ในที่ร่มหน่อย เพราะกลัวเปียกฝน จากนั้นคนขับรถเก๋งก็ขับออกไป ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าเป็นถุงของใคร และเป็นกระเป๋าอะไร กระทั่งแคชเชียร์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นถุงบรรจุยาเสพติด

พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นยาเสพติดประเภทหนึ่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นยาเสพติดประเภทใด ซึ่งจากการที่ได้มีการจับกุมมาก็เชื่อว่าเป็นยาเสพติดประเภทยาอี จากลักษณะบรรจุหีบห่อ และตัวผงมีลักษณะสีไม่เหมือนกัน โดยผงยาอี 1 กก. หรือ 1 ก้อน เมื่อเอามาปั๊มเป็นเม็ดยาอีได้ประมาณ 3 พันเม็ด ถ้าเอามาจำหน่ายเป็นเม็ดราคาเม็ดละ 500-700 บาท ซึ่งถ้ารวมมูลค่า 1 ก้อน ราคาประมาณ 1,200,000-1,500,000 บาท รวมทั้งหมด 39 ก้อน น้ำหนักประมาณ 39 กก. มูลค่าก็จะอยู่ที่ 60- 65 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันตามขั้นตอนของกฎหมาย

“ยาเสพติดล็อตนี้ ทางเราเชื่อว่าน่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะดูจากลักษณะหีบห่อ ตัวอักษร ที่ปรากฏในห่อ เป็นลักษณะตัวอักษรที่ไม่ใช่ของประเทศไทย โดยคนร้ายก็มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงสีของสารเสพติดที่ดูน่าใช้ เพราะที่ผ่านมาตำรวจปราบปรามยาเสพติดเคยจับได้ มีทั้งสีเขียว สีเหลือง สีส้ม และสีเขียวอ่อนๆ แต่ล็อตนี้เป็นสีเหลืองอ่อน อีกอย่างที่ขบวนการค้ายาเสพติด ใช้สีผสมยาเสพติดนั้น ก็เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และให้รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์ว่า ตัวนี้เป็นสารเสพติดประเภทนี้ มีทั้งส่วนผสมของยาไอซ์ ยาเค และยาอี”

พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยต่อว่า เชื่อว่าคนร้ายน่าจะทำเป็นขบวนการ และต้นทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลังจากนี้จะมอบหมายให้ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี และชุดสืบสวนเมืองอุดรธานี ไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่รถเก๋งต้องสงสัยขับเข้ามาและหลบหนี เพื่อเป็นหลักฐานที่จะทราบว่า เป็นรถของใคร และมีทั้งหมดกี่คน ทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ ที่นำเอามาวางไว้ที่อพาร์ทเมนท์แห่งนี้ และต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเอากระเป๋ามาวางเวลาใด เมื่อทราบแล้วก็จะต้องเอาไปขยายผล ว่าขบวนการนี้จะส่งยาเสพติดไปที่ใดต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...