โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตร.ลุยตรวจสอบวัดนครสวรรค์ วันที่ 3 พบเส้นเงินวัดยังมีพิรุธ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 ก.ค. – ตำรวจลุยตรวจสอบวัดนครสวรรค์ เป็นวันที่ 3 พบเส้นทางเงินวัดยังมีพิรุธ เร่งตรวจหลักฐานเจ้าอาวาสวัดม่วง อ้างลืมว่านำทองคำ 170 บาท ไปขาย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยการตรวจสอบวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง พุทธอุทยาน และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตนครสวรรค์ ว่ามีความคืบหน้าในรูปคดีอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางเงิน ซึ่งพัวพันกับ “ทิดสฤษดิ์” อดีตเจ้าอาวาสที่ลาสิกขาไปแล้ว ซึ่งในส่วนของวัดนครสวรรค์ ตำรวจเข้าตรวจสอบในพื้นที่เป็นวันที่ 3 แล้ว แต่เนื่องจากยังมีประเด็นสงสัยในเรื่องเส้นทางเงินบัญชีต่างๆ ของวัด โดยเฉพาะเส้นเงินจึงต้องตรวจสอบให้ละเอียด คาดได้ความชัดเจนในเร็วๆ นี้

ส่วนการลาออกของรักษาการผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่ง จะเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังไม่ยืนยันข้อมูล แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีให้สิ้นข้อสงสัยและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่ทำคดี จะฟ้องปิดปากหรือฟ้องบิดเบือนคดีที่ปฏิบัติตามหน้าที่นั้น ในเรื่องนี้ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติผิดมิชอบกลาง พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคดีให้ ย้ำไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลให้ปฏิบัติไปตามหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีเงินและทอง มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท ของเจ้าอาวาสวัดม่วงหายไปจากกุฏิ ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบหาที่มาของเงินวัด เนื่องจากพยานหลักฐานที่มียังไม่ชัดเจนและยังไม่เชื่อมโยงกัน แต่เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานที่ปรากฏภาพเจ้าอาวาสได้นำทองคำบางส่วนไปขาย ซึ่งในประเด็นนี้ตำรวจนครบาลเพชรเกษมจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี

ทั้งนี้ หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ วัด และพระพุทธศาสนา คดีเข้ามาอยู่ในศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา ซึ่งกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จะเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการทำงาน แต่จะต้องมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นในการเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ หากเรื่องใดที่ตรวจสอบแล้วไม่มีมูลก็จะยุติการสืบสวนไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ. -416- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...