โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนึ่งในสกินแคร์ขายดีที่สุดใน Sephora ไทย จากแบรนด์สิงคโปร์ ‘Allies of Skin’ กับมอยเจอไรเซอร์ ที่ดูแลผิวอย่างเข้มข้นเทียบเท่ามาส์กหน้า แต่เนื้อไม่หนัก ใช้ก่อนแต่งหน้าได้สบาย

Mirror Thailand

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 08.34 น.
ภาพไฮไลต์

ปกติเวลาหลายๆ คนนึกถึงการ ‘กู้ผิว’ ในวันที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าช่วงนี้ทำไมโทรมจัง ผิวล้า แห้งขาดน้ำ ไม่สดใส ไม่เปล่งปลั่ง ไม่เฟิร์ม รูขุมขนกว้าง หรือจะอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เราอยากช่วยให้น้องผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกมากกว่าปกติ การ ‘มาส์กหน้า’ หรือ ทำ ‘ทรีตเมนต์’ มักเป็นสเต็ปการดูแลผิวที่หลายคนแอดเพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากการใช้สกินแคร์ที่เป็นรูทีนปกติ แต่จะง่ายและเร็วกว่าไหมแม่?! ถ้าสกินแคร์ของเรา มันให้ความรู้สึกเหมือนได้มาส์กหน้า ทำทรีตเมนต์ ดูแลผิวเราอย่างดีแบบครอบคลุมหลายปัญหาผิวในทุกๆ วันโดยไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนอะไรขึ้นมา

มาค่ะชาวเน็ต คอลัมน์ Mirror Review วันนี้ ขอป้ายยาและแนะนำให้รู้จักกับ Peptides & Antioxidants Advanced Firming Daily Treatment จากแบรนด์สิงคโปร์มาแรง Allies of Skin ซึ่งเป็นโปรดักต์ของทางแบรนด์ที่ขายดีที่สุดใน Sephora ประเทศไทย กับหมัดฮุกเด็ดที่เป็นจุดขาย อย่างนวัตกรรมการดูแลผิวแบบ 5 in 1 ตั้งแต่เติมความชุ่มชื้น ยกกระชับ มอบผิวละเอียด ปกป้องผิวจากสารต้านอนุมูลอิสระ และปรับผิวกระจ่างใส ที่แม้ชื่อจะเขียนว่าเป็นทรีตเมนต์ แต่จริงๆ มันเป็นมอยเจอไรเซอร์ที่ซ่อมแซมผิวขั้นสุด แต่ก็ยังใช้ได้ทั้งเช้าและกลางคืน แต่ก็มีความเข้มข้นเทียบเท่า ‘มาสก์’ นะ แต่ก็ซึมเข้าผิวได้เร็ว ไม่อุดตัน เอ้อ อะไรใหม่ๆ ที่ชวนให้ลองดู! (จากที่เราได้ลอง ก็เป็นไปตามที่เขาบอกจริงๆ)

What is this : Peptides & Antioxidants Advanced Firming Daily Treatment เป็นสกินแคร์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ โดยกล่าวไว้ว่าเป็นมอยเจอไรเซอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยย้อนวัยผิว 1 ปี ภายใน 1 เดือน เพราะเขาใส่สารบำรุงแบบครบวงจรเพื่อจบแทบจะทุกปัญหาผิว

ทั้งสารบำรุงเพื่อผิวกระจ่างใส 13 ชนิด เช่น กรดซิตริก ผลัดเซลล์ผิวอย่างออนโยน, คาเฟอีน ช่วยลดความบวมของผิว, แลคโตบาซิลลัส เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว, Palmitoyl tripeptide-5 กระตุ้นคอลลาเจน ยังมี สารสกัดจากใบวาลเทอร์เรีย อินดิก้า และ แอสตาแซนธิน ฯลฯ / สารต้านอนุมูลอิสระ 9 ชนิด เช่น กรดเฟอรูลิก, เอพิกัลโลคาเทชิน กัลเลต, สารสกัดจากใบชาขาว รวมถึงสารต่างๆ จากขมิ้นชัน ที่ช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิว ฯลฯ / เปปไทด์กระชับผิว 7 ชนิด ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น เพื่อผิวที่ดูกระชับ / 5% Teprenone & Ferulic Complex ลดเลือนจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับรูขุมขนให้เล็กลง เพิ่มความกระชับ / และ 3% Biotech Algae Complex สารสกัดจากสาหร่าย Dunaliella salina เพิ่มการผลัดเซลล์ผิว และช่วยให้ผิวเปล่งประกายจากภายใน

ส่วนผสมที่จัดเต็มจนพูดแทบไม่หมด (แต่ไปอ่านเต็มๆ บนเว็บไซต์เขาได้นะ เขามีอธิบายไว้เยอะสุดๆ) แต่มาในคอนเซ็ปต์ ใช้ง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ บำรุงจัดเต็มแต่ขั้นตอนน้อย และทาได้แม้กระทั่งก่อนลงเมคอัพแล้วไม่หนักหน้า จบปัญหาที่คนแต่งหน้ารู้สึกกวนใจ เพราะซึมไว ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง และผลลัพธ์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกว่าใช้ได้ทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบาง ทำให้นี่กลายเป็นสกินแคร์ที่ใครได้ลองใช้ อาจติดใจ จนอยากซื้อเพิ่มหลังใช้หมด

Brand story : Allies of Skin ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแบรนด์ต้องการเป็น ‘พันธมิตรที่ดีของผิว’ โดย Nicolas Travis เจ้าของแบรนด์ ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมาในปี 2016 ด้วยความตั้งใจที่ว่า การดูแลผิว ควรเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ โดยใช้ขั้นตอนที่น้อยลง ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพยายามมากไปจนเหนื่อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปจากก่อนใช้ เนื่องจากตัวเขาเองเป็นหนึ่งคนที่เผชิญความยากลำบากในการดูแลผิวมาก่อน ตั้งแต่บาดแผลทางกายและใจที่เกิดจากผู้เป็นพ่อที่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายตอนเด็ก เติบโตขึ้นมาเขาก็ประสบอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบนใบหน้า มีการเข้ารับบริการศัลยกรรมเพื่อที่จะทำให้ใบหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่กลับล้มเหลว เพราะติดเชื้อ และแน่นอนว่าความยากลำบากนี้ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิต และ self-esteem ในตัวเองที่ลดลงเรื่อยๆ จนเขาต้องพบนักบำบัด กว่าจะผ่านไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ โดยเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเสียหายนี้ และหาวิธี maintain ผิวหน้าในสิ่งที่คอนโทรลได้ ซึ่งนั่นจุดประกายให้เขาเกิดความคิดในการอยากมีโปรดักต์ดูแลผิวของตัวเองขึ้นมา และอยากเป็นเพื่อนให้กับคนที่กำลังมีประสบการณ์อันเจ็บปวดต่อการดูแลผิวด้วยเช่นกัน

Nicolas ใช้เวลาในการพัฒนาสูตรต่างๆ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ จนเกิดเป็นส่วนผสมต่างๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะ Epidermal Growth Factors, Copper Tripeptide และ Retinaldehyde ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างโปรดักต์เพื่อรักษาผิวของตัวเองอย่างเดียว แต่เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า โปรดักต์ที่ให้ผลลัพธ์แบบเห็นได้ชัดเมื่อใช้เป็นประจำทุกวัน มันมีอยู่จริงๆ อีกทั้งในทุกๆ ปี เขาในฐานะผู้ที่เคยเป็นซึมเศร้ามาก่อน จึงอยากให้แบรนด์ของตัวเองเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต จึงมีการนำยอดขายบางส่วนบริจาคให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรต่างๆ ที่ทำงานเรื่องสุขภาพจิตอยู่เสมอ เช่น บริจาคให้กับ Jed Foundation องค์กรที่ทำงานเรื่องสุขภาพทางอารมณ์และป้องกันการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นและหนุ่มสาว

Performance : หลังจากที่ได้ลองใช้มา สิ่งแรกที่ชอบ คือเนื้อตอนที่บีบออกมา มันดูเข้มข้น แต่พอทาลงบนผิว กลับใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นในการเซ็ตตัว และซึมลงบนผิว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะอะไรไว้ แต่ยังให้ความชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด แต่งหน้าต่อได้ โดยไม่เป็นคราบใดๆ ทั้งสิ้น เริ่ด!

ผลลัพธ์ที่เราเห็นได้ชัดที่สุด คือความกระชับ ปกติเราจะมีบริเวณที่รูขุมขนกว้างอย่างเห็นได้ชัด แต่พอใช้เจ้าตัวนี้ไปสักพัก รูขุมขนตื้นขึ้นจริงๆ แบบไม่สะกดจิต สามารถลดความชัดของสิวผดบนใบหน้าได้ แถมหน้ายังดูเปล่งปลั่งขึ้น ดูเหมือนคนที่นอนเต็มอิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องย้อนวัย 1 ปี เราอาจจะตอบไม่ได้ เพราะดูไม่ออกว่า มันเด็กลงอย่างไร แต่ถ้ามันให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์เราได้ แค่นี้ ก็นับว่าเป็นที่พึงพอใจแล้ว

ส่วนเรื่องกลิ่น พอเขาไม่ใส่น้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยอะไรเลย ตัวนี้จึงแทบไม่มีกลิ่นอะไรเลย มากสุดก็มีกลิ่นที่ออกมาจากสารในสกินแคร์เพียวๆ ซึ่งถ้าใครติดความหอมสดชื่น อาจจะทาแล้วไม่ฟินเท่าไหร่ แต่มองแบบนี้ ก็นับเป็นสกินแคร์ที่เป็นมิตรต่อคนผิวแพ้ง่าย เพราะนอกจากไม่ใส่น้ำหอม เขายังไม่ใส่ซิลิโคน และซัลเฟต ด้วย ใครสนใจสามารถหาซื้อได้ที่ Sephora ประเทศไทย ราคาหลักพันอาจไม่ได้เบาสบายกระเป๋าสำหรับทุกคน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ชวนให้ยอมลงทุนสุดๆ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...