จับตา ประชุมทีมไทยแลนด์ วันนี้ ย้ำเจรจาภาษีทรัมป์เน้นการค้าอย่างเดียว
ทีมไทยแลนด์จัดประชุมเพื่อเตรียมข้อมูลเจรจาภาษีทรัมป์วันนี้ ด้าน ฉันทวิชญ์ รมช.พาณิชย์ ย้ำเจรจาภาษีทรัมป์จะเน้นประเด็นเรื่องการค้าอย่างเดียว ไม่มีเรื่องความมั่นคงของประเทศมาเกี่ยวข้อง
รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (15 ก.ค. 2568) เวลา 17.00 น. ทีมเจรจาของกระทรวงพาณิย์จะเข้าประชุมร่วมกับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์ เพื่อเตรียมข้อมูลเจรจาภาษีทรัมป์ ที่กระทรวงการคลัง และมั่นใจว่าข้อเสนอล่าสุดของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีความครบถ้วนแล้ว จะใช้เป็นข้อมูลเพื่อส่งให้กับทางสหรัฐต่อไป
ด้านนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวสหรัฐยื่นเงื่อนไขขอใช้พื้นที่ฐานทัพเรือพังงาเป็นฐานทัพปฏิบัติการทางเรือ เพื่อหวังแลกดีล-เจรจากำแพงภาษีตอบโต้ 36% วันที่ 1 ส.ค. 2568 นั้น จากการหารือกับทูตสหรัฐเมื่อวาน (14 ก.ค. 2568) ยืนยันว่า การเจรจาภาษีทรัมป์จะเป็นการเจรจาเฉพาะประเด็นเรื่องการค้าอย่างเดียว ไม่มีเรื่องความมั่นคงของประเทศมาเกี่ยวข้อง
ดังนั้น เงื่อนไขที่สหรัฐจะมาตั้งฐานทัพที่ไทยไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ กระทรวงยังมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของข้อมูลให้กับทีมไทยแลนด์ ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลังที่เป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์ในการไปเจรจา 3 ส่วน ประกอบด้วย
1.ข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้าและการเปิดตลาดต่าง ๆ
2.การกำหนดกลยุทธ์ในการเจรจา
3.มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับเรื่องแก้ปัญหาการสวมสิทธิสินค้าที่ไทยต้องเข้มงวดการใช้สัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และสหรัฐให้ความสำคัญมากนั้น กระทรวงพาณิชย์จะเร่งจัดทำมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลการใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบในประเทศที่ถูกต้อง ชัดเจน น่าเชื่อถือได้ เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับสหรัฐ
โดยขณะนี้ได้ขอข้อมูลสัดส่วนการใช้ Local Content จากภาคอุตสาหกรรมมาแล้ว และพบว่ามี 10-15 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง เพราะใช้วัตถุดิบในประเทศน้อยกว่าจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ สหรัฐได้กำหนดการใช้ Local Content สำหรับสินค้าที่จะส่งออกไปสหรัฐเป็น 3 กลุ่มคือ
1.วัตถุดิบของไทย, วัตถุดิบที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐมาผลิตเป็นสินค้าส่งออก และวัตถุดิบจากประเทศพันธมิตรที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้ต่ำกว่าไทย ภายใต้หลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (Regional Value Content : RVC)
2.วัตถุดิบจากจีน
3.วัตถุดิบจากประเทศอื่นที่ไม่อยู่ใน 2 กลุ่มแรก ซึ่งไทยต้องพิจารณาการใช้สัดส่วนวัตถุดิบอย่างละเอียด รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก
นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับภาคเอกชน ในการขอข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงมาเกือบครบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว ว่ากลุ่มไหนบ้างใช้วัตถุดิบจากจีน และมีความเสี่ยงที่จะโดนมาตรการจากสหรัฐมีประมาณ 10-15 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม อยากให้คนไทยอย่ากังวลกับการเจรจาภาษีกับสหรัฐ และมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จและมีทิศทางที่ดี และเป็นประโยชน์กับประเทศแน่นอน แม้ว่าหลายอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลจะพยายามยึดหลักประโยชน์ของประเทศและหลักความสมดุลของการค้ากับทุกกลุ่มประเทศที่ไทยทำการค้าด้วย โดยไม่เอียงไปประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะการค้ากับจีน ไทยจะไม่ผลักจีนออกจากการเป็นห่วงโซ่อุปทานของไทย เพราะไทยกับจีนมีความสัมพันธ์การค้ามายาวนานเช่นเดียวกับสหรัฐและประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ด้วย
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเสรีสินค้านำเข้าให้สหรัฐ 0% ซึ่งมีการเสนอไป 90% ของรายการสินค้า หรือ 10,000 พิกัดรายการ โดยเป็นสินค้าที่ขายกันทั่วโลก และเป็นสินค้าที่ไทยเปิดเสรีกับประเทศอื่นด้วย
ส่วนอีก 10% รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ กระทรวงยืนยันว่าจะดูอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรหรืออุตสาหกรรม เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา ประชุมทีมไทยแลนด์ วันนี้ ย้ำเจรจาภาษีทรัมป์เน้นการค้าอย่างเดียว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net