โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘GISTDA’ หนุนใช้ Lidar ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก-บริหารจัดการคาร์บอน

The Reporters

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 12.04 น.

วันที่ 5-6 มิ.ย. 68 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้จัดแคมเปญการใช้เทคโนโลยีไลดาร์ Lidar มาสนับสนุนภารกิจด้านป่าไม้เพื่อการสำรวจคาร์บอน ภายใต้ธีม “Beyond The Journey Carbon, Community, Mapping The Future” โดยนำสื่อมวลชนทุกแขนงลงพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ดูวิธีการใช้งานเทคโนโลยีไลดาร์ต่อยอดการสำรวจคาร์บอนจากป่าไม้เพื่อเป็นกลไกที่สนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยโดยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนเครดิตมาใช้ในภาคสมัครใจได้ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากสื่อมวลชนแล้ว GISTDA ยังจับมือพันธมิตร ร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ และเตรียมต่อยอดการใช้งานตามภารกิจของหน่วยงาน

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ที่ผ่านมา GISTDA ได้มีการดำเนินโครงการการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รองรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียว และพัฒนาฐานข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้วยเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Carbon Atlas เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของประเทศไทย และนำไปสู่การจัดทำรายงานแห่งชาติ (National Communication : NC) และรายงานความก้าวหน้ารายสองปี (Biennial Update Report : BUR) สำหรับการดำเนินงานด้านการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608

ดร.ปกรณ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูล และระบบที่เกิดจากโครงการดังกล่าว นอกจากจะใช้ประโยชน์ในเรื่องของการบริหารจัดการคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังสนับสนุนการบริหารจัดการป่าไม้ ไฟป่า และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาชีวมวลในพื้นที่ป่าไม้ และเกษตรกรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทของประเทศ นอกจากนี้ GISTDA ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ซึ่งได้ประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูกป่า ป้องกันไฟป่า และเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน รวมถึงมีความร่วมมือในการพัฒนาแบบจำลองการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ร่วมกันในอนาคต ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ และครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้เป็นแนวทางและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับป่าชุมชนเพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตตาม Standard T-VER และ Premium T-VER

สำหรับปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความซับซ้อน ดังนั้นการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ อุปกรณ์เครื่องมือที่ล้ำสมัยในการจัดเก็บข้อมูลภาคสนาม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความท้าทายต่าง ๆ รวมถึงนำเสนอผลงานที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานในทุกภาคส่วน ในการพัฒนานวัตกรรมติดตาม ตรวจสอบ และรายงานการเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอน ที่แม่นยำ ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ทั้งนี้ ดร.ปกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน GISTDA กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการสำรวจคาร์บอนเครดิตในรูปแบบของการวัด และสำรวจคาร์บอนโดยการใช้คน หรือ MRV ไปสู่การสำรวจในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า DMRV (Digital Monitoring, Reporting, Verification) ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยในการเก็บข้อมูลภาคสนาม เช่น เครื่อง 3D Scanner, LiBackpack และโดรน LiDAR ทำให้สามารถตรวจสอบ ติดตามปริมาณคาร์บอนในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้อย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐานสากลต่อไป ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้สื่อมวลชนได้เห็นรูปแบบการทำงานของเครื่องมือไลดาร์อย่างเต็มรูปแบบ และเห็นถึงศักยภาพต่อการนำไปใช้งานในด้านสิ่งแวดล้อม และด้านธุรกิจต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมปลูกป่า และกิจกรรมเรียนรู้ชีววิถีของชุมชนที่ฟาร์มพีระพล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...