พลิกโฉมท่าเรือคลองเตย นำร่อง 520 ไร่ มุ่งสมาร์ทพอร์ต-เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร
พลิกโฉมท่าเรือคลองเตย นำร่อง 520 ไร่ มุ่งสมาร์ทพอร์ต-เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร
หนึ่งทำเลสำคัญของกรุงเทพมหานครที่รัฐบาลตั้งแต่ยุค“เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี”จนมาถึง ยุคของ“แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี” ได้ตั้งเป้าหมายต้องการพลิกโฉมให้กลายเป็นพื้นที่หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล คือ พื้นที่ ‘ย่านคลองเตย’ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพมหานคร และ เป็นที่ตั้งของ ท่าเรือกรุงเทพ(คลองเตย) ท่าเรือที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 80 ปี รองรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางน้ำของประเทศไทย
โดยปัจจุบันทาง กระทรวงคมนาคม และ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กำลังดำเนินการตามกรอบแผน ในขับเคลื่อนท่าเรือกรุงเทพให้เปลี่ยนผ่านจาก“ท่าเรือสินค้า” สู่“ศูนย์กลางโลจิสติกส์สมัยใหม่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ”
มนพร เจริญศรี
อย่างไรก็ตาม ทำเลนี้ คาดว่าจะเป็นพื้นที่หลักที่รัฐบาลวางไว้พัฒนาเป็น “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” แห่งแรกของประเทศไทย เช่นกัน
ความคืบหน้า ล่าสุด ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยภายในที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางต่างๆ เพื่อที่จะพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ และการจราจรต้องไม่ติดขัด รวมถึงไม่สร้างมลภาวะทางด้านอากาศและสุขภาพจิตต่อประชาชนทั่วทุกบริเวณ
“มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม” ให้ข้อมูลว่า ที่ประชุมมีมติให้เริ่มพิจารณาแนวทาง การพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ โดยเริ่มทบทวนผลการศึกษาแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตยฉบับปี 2562 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,353 ไร่ โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่หน้าท่าและพื้นที่ริมน้ำจำนวน 520 ไร่ ที่อยู่บริเวณหน้าท่าเรือ ซึ่งจากเดิมนั้นพื้นที่ดังกล่าว ใช้สำหรับดำเนินกิจการการขนถ่ายตู้สินค้า ขนถ่ายสินค้าเทกอง และวางตู้คอนเทเนอร์ โดยใช้เต็มทุกพื้นที่ แต่ใช้งานได้ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้น เบื้องต้น จะพัฒนาพื้นที่ในการจัดเรียงตู้ตู้คอนเทนเนอร์ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และพัฒนาเป็นสมาร์ทพอร์ต รวมถึงเพิ่มโครงการมิกซ์ยูสต่างๆ ให้มีประโยชน์มากสุดต่อประเทศและประชาชน
มนพร ระบุว่า การพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ ในพื้นที่ 520 ไร่นั้น ต้องมีการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาพื้นที่โดยละเอียด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องไม่มีผลกระทบต่อชุมชน แต่ในส่วนพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ 1,833 ไร่ จาก 2,353 ไร่นั้น ยังคงอยู่ในแผนการพัฒนาเช่นกัน แต่จะเริ่มไปทีละระยะ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบโดยทันที
ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว ใช้สำหรับดำเนินกิจการการขนถ่ายตู้สินค้า ขนถ่ายสินค้าเทกอง และวางตู้คอนเทเนอร์ โดยใช้เต็มทุกพื้นที่ และไม่มีพื้นที่อยู่อาศัย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากนี้ มนพร ระบุว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งดำเนินโครงการทางเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือกรุงเทพกับทางพิเศษสายบางนา–อาจณรงค์ (S1) เพื่อให้เปิดใช้งานพร้อมกับการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพบริเวณพื้นที่หน้าท่าขนาด 520 ไร่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรภายในท่าเรือได้อย่างมาก
ปัจจุบันได้ศึกษารายละเอียดโครงการเสร็จสิ้นแล้ว และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผ่านการพิจารณาเรียบร้อยแล้วจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อระบบรางเพื่อรองรับการขนส่งตู้สินค้าที่ท่าเรือกรุงเทพด้วย
มนพร ระบุ ขณะเดียวกัน ตนได้ให้ศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้าในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) ในแนวเส้นทางระหว่างรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผ่านพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ และสิ้นสุดที่รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพระโขนง เพื่อจัดระเบียบด้านการจราจรโดยรอบท่าเรือ อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน และลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณพื้นที่โดยรอบท่าเรือ
ด้าน“เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)” ระบุว่า แผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพเดิมเมื่อปี 2562 มีจำนวน 2,353.2 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ในเขตรั้วศุลกากร 943 ไร่ นอกเขตรั้วศุลกากร 1,410 ไร่
แม้ว่า ปัจจุบัน ปริมาณตู้สินค้าจะลดลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังสามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้กับรัฐได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการศึกษาแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตยในครั้งนี้จะมุ่งเน้นการทบทวนจากผลการศึกษาเดิมในเรื่องการพัฒนาท่าเรือ 520 ไร่ ให้มีประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาอาคารสำนักงาน โครงการคมนาคม และศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดรายได้ในระยะยาว และ สร้างความเจริญให้กับกรุงเทพฯ โดยจะพิจารณาแนวทางการพัฒนารูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)
เกรียงไกร ระบุว่า พื้นที่หน้าท่าประมาณ 520 ไร่ เป็นการจัดแนวพื้นที่ใหม่เน้นบริเวณหน้าท่าเรือ ยืนยันว่าจะไม่กระทบชุมชน โดยมีคอนเซ็ปต์พัฒนาเป็น Smart Commercial และเน้นการจัดระเบียบพื้นที่ ทั้งนี้ สำหรับกรอบการดำเนินงานเพื่อศึกษา Smart Commercial 520 ไร่ หลังการประชุมครั้งที่ 1/2568
ทาง กทท.จะเริ่มกระบวนการจัดทำร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) เพื่อจ้างที่ปรึกษาทันทีโดยคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จเพื่อเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงไตรมาส 1 2569 โดยการศึกษาจะควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจ การมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่โดยรอบด้วย
ด้านความท้าทายที่กระทรวงคมนาคม และ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องให้ความสำคัญ คือ แหล่ง ชุมชนคลองเตยกว่า 15,000 ครัวเรือน ที่ยังอยู่อาศัยในบริเวณใกล้ ท่าเรือ
ตรงนี้ มนพร เผยว่า พื้นที่ท่าเรือคลองเตยยังอยู่ใกล้กับชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประชาชนอยู่อาศัยกว่า 15,000 ครัวเรือน กระจายอยู่ใน 26 ชุมชน ทางกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า การพัฒนาท่าเรือคลองเตยในระยะแรก 520 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย และ ขณะนี้ยังไม่มีแผนเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนโดยตรง
ส่วนในการพัฒนาระยะต่อไป หากมีแผนการพัฒนาใดๆ ที่กระทบอาจจะกระทบต่อพื้นที่เขตชุมชน ทางกระทรวงและหน่วยงานจะต้องจัดให้มีการสำรวจข้อมูลชุมชนและเปิดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐไม่ละเลย และ มั่นใจว่าการที่จะพัฒนาพื้นที่ไหนก็ตามต้องอยู่บนพื้นฐานของยั่งยืนและความเป็นธรรม
ประเด็นสำคัญที่ประชาชนและทุกฝ่ายจับตามอง คือ การพัฒนา ให้ เป็นพื้นที่สำหรับการสร้าง ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน
มนพร ชี้แจงว่า ในส่วนของเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ที่จะเกิดในพื้นที่นั้น ต้องรอให้กฎหมาย หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …ผ่านก่อน จึงจะสามารถดำเนินการแผนต่อไปได้
“ถามว่าทางกระทรวงและหน่วยงานต้องการให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น ตนมองว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อประเทศชาติเราก็อยากจะทำ แต่เนื่องจากที่แห่งนี้เป็นทำเลทอง เวลาจะวางแผนทำอะไรในพื้นที่ต้องรอกฎหมาย และต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนด้วยเช่นกัน” มนพร กล่าว
มนพร ระบุเพิ่มเติมว่า โจทย์การศึกษาพัฒนาพื้นที่ท่าเรือนั้น ควรมีการพัฒนาพื้นเชิงพาณิชย์ เป็นองค์ประกอบ โดยจะเน้นการพัฒนาพื้นที่ เป็นในส่วนของโครงการมิกซ์ยูส การสร้างสนามกีฬา การสร้างโรงละคร จุดจัดงานขายสินค้า หรือ โรงแรม สวนสนุก
ส่วนเรื่องการพัฒนาเป็น ศูนย์เพื่อความบันเทิงครบวงจร ตามกรอบจะมีกาสิโนในสัดส่วน 10% เท่านั้น และจะให้เอกชนลงทุนทั้งหมด
ท่าเรือคลองเตย กำลังจะเปลี่ยน จากจุดขนส่งสินค้าที่แออัด สู่ “เมืองท่าแห่งอนาคต” ซึ่งอาจกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของไทยและอาเซียน
หากดำเนินการได้จริงตามแผน…
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกโฉมท่าเรือคลองเตย นำร่อง 520 ไร่ มุ่งสมาร์ทพอร์ต-เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th