โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมเด็จย่า” ไม่เพียงเป็นแม่ของกษัตริย์ หากแต่เป็น ‘แม่ฟ้าหลวง’ ในดวงใจปวงชนชาวไทย

THE POINT

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 07.50 น. • THE POINT
“สมเด็จย่า” ไม่เพียงเป็นแม่ของกษัตริย์ หากแต่เป็น ‘แม่ฟ้าหลวง’ ในดวงใจปวงชนชาวไทย

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือที่ประชาชนเรียกกันด้วยความเคารพรักว่า “สมเด็จย่า” ซึ่งทรงเป็นพระราชชนนีของในหลวงรัชกาลที่ 8และ ในหลวงรัชกาลที่ 9

สิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตาและประทับในดวงใจของชาวไทยทั้งชาตินั้นคือการแสดงออกต่อความรักทางพระจริยวัตรอันงดงามของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนชาวไทยพบเห็นอยู่เสมอ รวมไปถึงเรื่่องเล่ากล่าวขวัญถึงการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนในทุกๆด้าน อย่างเช่นความมัธยัสถ์ ดังที่สมเด็จพระพี่นางฯ ได้เล่าไว้ว่า “ในการประหยัดก็ได้จัดให้มีเงินค่าขนม สัปดาห์ละครั้งตามอายุ และก็ได้ไม่มากนัก แต่ถ้าจะซื้อหนังสือหรือของเล่น ท่านก็บอกว่าถึงวันเกิดจะซื้อให้ จะไม่ซื้อพร่ำเพรื่อ” หากจะยกเป็นความดีให้ผู้ใดได้ ก็คงจะเป็น “สมเด็จย่า”

เนื่องจาก วันที่ 18 ก.ค. ของทุกปี เป็นการรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรามราชชนนี ผู้เขียนถึงขอท้าวความเพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงคุณงามความดีของสมเด็จย่าอีกครั้ง

สมัยที่พระองค์ยังเป็นสามัญชน เดิมทีสมเด็จย่านั้นเกิดในตระกูลช่างทอง โดยมีพระนามเดิมว่า ‘สังวาลย์’ (สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล) ก่อนที่พระชนนีจะนำพระองค์ไปถวายตัวเป็นข้าหลวงเมื่อมีพระชนมายุเพียง 7-8 พรรษา จึงได้ศึกษาที่โรงเรียนศึกษานารี โรงเรียนสตรีวิทยา และตัดสินพระทัยเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช จากนั้นยังได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนเพื่อคัดเลือกไปศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด รัฐแมสสาชูแสตต์ สหรัฐอเมริกา อันเป็นเหตุให้ได้เข้าเฝ้าฯ เป็นครั้งแรกในฐานะนักเรียนทุนของพระราชมารดา จนกลายเป็นที่สนิทเสน่หาในเวลาต่อมา

ขณะที่กำลังทรงศึกษาวิชาแพทย์ปีที่ 1 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระราชบิดาในหลวงรัชกาลที่ 8 และในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนได้มีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เพื่อขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้น ความว่า “สังวาลย์เป็นกำพร้า…แต่งงานแล้วก็มาใช้นามสกุลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ได้เลือกเมียด้วยสกุลรุนชาติ ต้องเกิดเป็นอย่างนั้น ต้องเกิดเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ หม่อมฉันเลือกคนดี ทุกข์สุขเป็นเรื่องของหม่อมฉันเอง” เนื้อความในพระหัตถเลขาที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระราชบิดาของในหลวงรัชกาลที่ 9)

ดังนั้นหลังได้เข้าพิธีอภิเสกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ มีศักดิ์เป็นหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา ประสูติพระราชธิดา 1 พระองค์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชโอรสองค์แรกที่สาธารณรัฐไวมาร์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศเยอรมนี) และพระราชโอรสองค์ที่สอง ณ เมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (ร.8) และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ร.9)

ผลงานหลักของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) มีมากมายและล้วนมีคุณูปการอย่างลึกซึ้งต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะในด้าน การแพทย์ การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

1. การแพทย์และสาธารณสุข

ก่อตั้ง “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” (พอ.สว.)
– พระราชดำริให้จัดตั้งทีมแพทย์อาสาออกไปดูแลรักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ปี พ.ศ. 2512
– เป็นต้นแบบของ “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” ที่ให้บริการฟรีโดยไม่เลือกชนชั้นฐานะ

สนับสนุนการศึกษาด้านการแพทย์และพยาบาล
– ทรงส่งเสริมให้มีการผลิตแพทย์และพยาบาลจำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ

2. การศึกษา

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาบนพื้นที่สูง
– ทรงเห็นความสำคัญของการให้โอกาสเด็กในถิ่นทุรกันดารได้เรียนหนังสือ
– สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนและหอพักนักเรียน เพื่อให้เด็กได้อยู่ใกล้สถานศึกษามากขึ้น

พระราชทานทุนการศึกษา
– แก่เยาวชนผู้ยากไร้ที่มีความสามารถ ทั้งระดับมัธยมและอุดมศึกษา

3. พัฒนาคุณภาพชีวิตและถิ่นทุรกันดาร

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และศูนย์พัฒนาอนามัยแม่และเด็ก
– ตั้งขึ้นในพื้นที่ห่างไกลเพื่อดูแลสุขภาพเด็กและหญิงตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด

โครงการพัฒนาบนพื้นที่สูง
– ส่งเสริมอาชีพทางเลือก เช่น การปลูกพืชเมืองหนาว แทนการปลูกฝิ่นในชุมชนชาวเขา

โดยเฉพาะยิ่ง ชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารเรียกพระองค์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” เนื่องมาจากเมื่อสมเด็จย่าได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ราวกับเสด็จจากฟากฟ้าและช่วยให้ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนั้นยังได้เสด็จราชดำเนินไปยังที่ต่างๆพร้อมกับในหลวง เป็นที่มาของภาพอันตราตรึงใจขณะในหลวงประคองสมเด็จย่าไปทุกที่ ดังที่พระองค์รับสั่งว่า “ตอนเล็กๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน” อันเป็นคำสอนที่พสกนิกรชาวไทยต่างน้อมรับไว้เป็นเยี่ยงอย่างในเรื่องของการดูแลบุพการียามแก่เฒ่า

ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ชีวิตของสมเด็จย่าก็เปี่ยมด้วยความงดงามและความประทับใจ ยิ่งกว่านิทานเรื่องใดในโลก ทุกบรรทัดของพระราชประวัติ ล้วนแฝงด้วยคำสอนและข้อคิดอันลึกซึ้ง หากเราตั้งใจอ่านอย่างแท้จริง สิ่งที่ผู้เขียนซึมซับได้มากที่สุด

ที่มา: หนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง: พระประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีระหว่างพ.ศ. 2443-2481” พระนิพนธ์สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, หนังสือ “เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์” พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, เว็บไซต์ www.fwc1954.org


#Thepoint #Newsthepoint

#สมเด็จย่า #แม่ฟ้าหลวง #แม่ของแผ่นดิน

#สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...