โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“พระเซเลบ” รสนิยมมวลชนชาวพุทธไทย ที่มาจากการเสื่อมศรัทธาข่าวฉาวพระดัง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 08.18 น.
พระสงฆ์ถือตาลปัตร ภาพพิมพ์ ปลายศตวรรษที่ 17 (ภาพจากหอสมุดแห่งชาติ กรุงปารีส)

“พระเซเลบ” รสนิยมมวลชนชาวพุทธไทย ที่มาจากการเสื่อมศรัทธาข่าวฉาวพระดัง?

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 2540 เป็นต้นมา เกิดปรากฎการณ์ชนชั้นกลางจำนวนมากสนใจธรรมะมากขึ้น และเมื่อพระสงฆ์สามารถนำคำสอนทางพระพุทธศาสนามาถ่ายทอดได้ดี เข้าใจง่าย เข้าถึงคนส่วนใหญ่ สังคมไทยจึงให้คำนิยามพระสงฆ์เหล่านั้นว่า “พระเซเลบ” (celeb ย่อมาจาก celebrity)

อาสา คำภา เล่าประเด็นนี้ไว้ใน “ลอกคราบพุทธแท้ : ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาชนชั้นกลางไทยร่วมสมัย” (สำนักพิมพ์มติชน, 2567) ผลงานที่ว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างศาสนาพุทธกับชนชั้นกลางของไทยอย่างถึงแก่น

ขอเก็บความเนื้อหามาเล่า ดังนี้

พระที่สังคมนิยามว่าเป็น “เซเลบ” เป็นพระที่มีความรู้ มีภาพลักษณ์เป็นพระปัญญาชนที่เฉลียวฉลาด ถ่ายทอดพุทธธรรมให้เข้าใจง่าย เพลิดเพลิน ดึงดูดชาวพุทธโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางให้เข้าถึงศาสนาได้มากขึ้น และได้รับนิมนต์ไปออกงานและออกสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร โทรทัศน์

เมื่อสื่อนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับพระที่มีชื่อเสียงมากเข้า ประชาชนก็เกิดความศรัทธา เป็นผลให้พระเหล่านั้นมีลูกศิษย์ลูกหาเพิ่มขึ้นทวีคูณ จนเกิดความเชื่อที่ว่า การได้บวชเรียนกับพระอาจารย์ หรือได้ไปปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ แม้เพียงเวลาสั้นๆ ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต

อีกทั้งเมื่อมีเรื่องราวของผู้ประสบความสำเร็จทางโลก แต่กลับยินดีหันหลังให้ชื่อเสียงเงินทอง แล้วตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ก็ยิ่งทำให้ชาวพุทธซาบซึ้งมากขึ้น จนเป็นเหมือนอุดมคติสูงส่งที่ชนชั้นกลางไทยให้การยกย่อง

อาสา บอกในหนังสือว่า โดยภาพรวมอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ชาวพุทธชนชั้นกลางไทยดูจะชื่นชมพระสงฆ์ที่มีบุคลิกสงบสมถะเรียบง่าย หรือมีภาพลักษณ์ปัญญาชน หรือไม่ก็ต้องมีความพิเศษหรือกิมมิคอันโดดเด่น ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและน่าดึงดูดในการเข้าสู่ธรรมะ

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าอิทธิพลของสื่อก็มีผลหนุนส่งให้พระเหล่านี้ “เกิด” และ “ดับ” ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ภาพของ “พระน้ำดี” หรือพระชื่อเสียงโด่งดัง เริ่มถูกทำให้กลายเป็น “รูปปฏิมา” ที่จับต้องได้ และเข้าไปอยู่ในกระบวนการขวนขวายแสวงหาพระดี-พระแท้ ของชาวพุทธที่ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 2530-2540

เหล่านี้เองที่ยังผลให้ความเชื่อทางศาสนาหลากมิติ ทั้งประกาศก คำสอน พิธีกรรม กลายมาเป็นจุดยึดเหนี่ยว และเป็นที่พักพิงทางอารมณ์ (emotional refugee) ของชาวพุทธชนชั้นกลางไทยมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการเกิดปรากฏการณ์ “ช็อปปิงครูอาจารย์” ที่เห็นได้ชัดแม้แต่ในกลุ่มชนชั้นกลางปัญญาชนที่ดูมีสติปัญญาที่สุด

สิ่งนี้ยังอาจสะท้อนทัศนะบริโภคนิยมที่ชนชั้นกลางไทยทั่วไปคุ้นเคย ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

อาสามีข้อสังเกตด้วยว่า การที่ชาวพุทธชนชั้นกลางไทยต้องพยายามสร้างหรือจินตนาการภาพของพระสงฆ์ที่ดี ที่เหมาะกับการเป็นที่ยึดเหนี่ยว ส่วนหนึ่งอาจเพราะความเสื่อมศรัทธาจากข่าวฉาวของพระดัง

ข่าวฉาวที่ว่า สั่นสะเทือนวงการคณะสงฆ์ไทยอย่างแรงตลอดช่วงทศวรรษที่ 2530 ซึ่งเป็นทศวรรษอันรุ่งโรจน์ของชนชั้นกลางไทย

ทั้งข่าวการทุจริตเครื่องราชฯ ของวัดหลวงในกรุงเทพฯ, ข่าวฉาวพระนิกร ปี 2533, ข่าวฉาวพระยันตระ ปี 2537, ข่าวพระภาวนาพุทโธล่วงละเมิดสีกา ปี 2538 รวมถึงข่าวเณรแอ จอมขมังเวทย์ ปี 2537 ฯลฯ

“แน่นอนว่าข่าวฉาวของพระชื่อดังยังคงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน พระเซเลบกระทั่งบุคคลที่เชื่อกันว่าเป็นอริยเจ้าต่างโยกคลอนกันไม่เว้นแต่ละวัน ขณะที่สาธุชนชาวพุทธผู้หวังยึดเกาะครูอาจารย์เป็นที่พักพิงทางอารมณ์ก็ตกอยู่ในภวังค์อกหักซ้ำซาก อย่างไรก็ตาม นี่ดูจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกของชาวพุทธชนชั้นกลางมากกว่ากลุ่มอื่นๆ” อาสา ทิ้งท้ายประเด็นนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเซเลบ” รสนิยมมวลชนชาวพุทธไทย ที่มาจากการเสื่อมศรัทธาข่าวฉาวพระดัง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...