โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุนัขประจำสถานพยาบาล ในญี่ปุ่น ช่วยเยียวยาเด็กที่ต้องรักษาตัวใน รพ.เป็นเวลานาน

the Opener

เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 10.58 น. • The Opener

ครั้งแรกที่ “มาสะ” สุนัขประจำสถานพยาบาลพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ มาเยือนศูนย์สุขภาพและการพัฒนาเด็กแห่งชาติในกรุงโตเกียว เด็กชายที่นอนติดเตียงมาตลอดไม่สามารถเดินได้ กลับลุกขึ้นยืนได้อย่างปาฏิหาริย์ เพื่อจะดูมาสะที่กำลังเดินผ่านโถงทางเดิน ช่วงเวลาที่น่าประทับใจนั้นแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของพลังที่สุนัขมอบพลังให้ผู้คนในแบบที่มนุษย์ไม่อาจทำได้

มาสะ เป็น“สุนัขประจำสถานพยาบาล” ที่ผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยดูแลเด็กที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน หรือเด็กที่กำลังรอการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยสุนัขจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยตามแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความเป็น“ชีวิตปกติ” ให้กับเด็กๆ ที่แทบไม่เคยได้ออกจากวอร์ดเลย

มาสะ เริ่มทำงานที่ศูนย์สุขภาพและการพัฒนาเด็กแห่งชาติในกรุงโตเกียวเมื่อปี 2021 ผู้ดูแลมาสะคืออายามิ กอนโนะคามิ พยาบาลเด็กที่มีประสบการณ์ทำงานมากว่า 25 ปี โดยเธอจะทำงานใกล้ชิดกับแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลในการประชุมเกี่ยวกับวิธีและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการให้มาสะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยเด็ก

อายามิบอกว่า เด็กบางคนจะปิดกั้นตัวเองระหว่างการรักษาที่เจ็บปวด และถอยห่างจากทั้งบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาแบบนั้น มาสะสามารถอยู่ตรงนั้นเพื่อเด็กๆ ที่กำลังเจ็บปวดได้ โดยพยายามดูแลให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาที่สงบและผ่อนคลายกับมาสะ

“สุนัขประจำสถานพยาบาล” หรือfacility dog คือสุนัขช่วยเหลือที่ได้รับการฝึกมาโดยเฉพาะ เพื่ออยู่เคียงข้างเด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาการป่วยรุนแรง และเป็นส่วนหนึ่งของทีมบุคลากรในโรงพยาบาล ทำหน้าที่มอบการดูแลด้านอารมณ์ให้กับทั้งเด็กและครอบครัว สุนัขจะอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ ในช่วงเวลาต่างๆ เช่น ตอนเข้าห้องผ่าตัด หรือตอนเจาะเลือด การมีอยู่ของสุนัขช่วยเหลือช่วยลดความเครียดให้กับเด็ก ทำให้เด็กเข้ารับการรักษาด้วยทัศนคติที่เป็นบวกมากขึ้น รวมถึงช่วยส่งเสริมความอยากอาหารและการฟื้นฟูร่างกาย

รุอิ ฮิยามะ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาลมาเกือบหนึ่งปีระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง เธอเล่นบทหมอกับมาสะ และจูงมาสะเดินรอบวอร์ดช่วงสั้นๆ แม่ของเธอบอกว่า แม้จะถูกจำกัดให้อยู่แค่ในวอร์ด แต่ทุกครั้งที่ได้เล่นกับมาสะ รุอิจะสดใสขึ้นมาทันที

โนบุยูกิ โยทานิ หัวหน้าแผนกดูแลแบบประคับประคองของโรงพยาบาล บอกว่า สิ่งสำคัญคือ การเคารพความเป็นตัวตนของเด็กแต่ละคนในท่ามกลางข้อจำกัดมากมายของการนอนโรงพยาบาล

“ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับมาสะ คือช่วงเวลาที่เด็กสามารถกลับมาเป็นเด็กได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องแบกรับความเจ็บป่วย มันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขา” โนบุยูกิ กล่าว

สุนัขประจำสถานพยาบาลอย่าง มาสะ ถูกส่งไปปฏิบัติงานโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรชื่อShine On! Kids ซึ่งเริ่มต้นในปี 2010 ที่โรงพยาบาลเด็กในจังหวัดชิซูโอกะ นับตั้งแต่นั้นมา มีการจัดสรรสุนัขหนึ่งตัวให้กับโรงพยาบาล 4 แห่งในกรุงโตเกียวและจังหวัดคานากาวะ และ Shine On! Kids มีแผนจะนำสุนัขประจำสถานพยาบาลไปยังโรงพยาบาลเด็กโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ในปีงบประมาณ 2027

Shine On! Kids ตั้งเป้าที่จะนำสุนัขประจำสถานพยาบาลไปยังโรงพยาบาลมะเร็งเด็กทั้ง 15 แห่งทั่วญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แม้สุนัขประจำสถานพยาบาลจะถูกนำมาใช้ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2010 แต่การใช้งานยังคงจำกัดอยู่มาก สาเหตุสำคัญคือเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อปีสำหรับสุนัขหนึ่งตัว รวมค่าดูแลสุขภาพ และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จะตกอยู่ที่ราว 10 ล้านเยน และไม่ได้รับเงินสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้จากรัฐ ทางโรงพยาบาลจึงต้องพึ่งพาการบริจาคเป็นหลัก

นับจากที่ มาสะ เริ่มทำงานที่ศูนย์สุขภาพและการพัฒนาเด็กแห่งชาติตั้งแต่ปี 2021 เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กมากกว่า 2,600 คน มาสะสามารถเข้าเยี่ยมวอร์ดได้มากขึ้น และไปอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ ในห้องผ่าตัด ในปีงบประมาณ 2022 สุนัขประจำสถานพยาบาลได้เข้าเยี่ยมเด็กทั้งหมด 6,366 คน และโครงการตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนการเข้าเยี่ยมเป็นสองเท่าภายในปี 2027

นัตสึโกะ มูราตะ ผู้จัดการโครงการ Hospital Facility Dog Program อธิบายว่า เป้าหมายหลัก คือ การให้สุนัขทำงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่การได้ไปเยี่ยมสถานที่พักอาศัยของครอบครัวเด็กป่วย และบ้านพักรับรองเด็กระยะสุดท้าย ก็เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับสุนัขเช่นกัน ผู้คนในสถานที่เหล่านั้นต่างยินดีที่สุนัขมาเยี่ยม องค์กรยังต้องการรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวของเด็กที่สุนัขเคยดูแล และฝึกสุนัขร่วมกัน เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ชุมชนสามารถช่วยกันสนับสนุนเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งได้ ด้วยการสร้างความสนใจในระดับใกล้ตัว และหวังว่าจะสร้างการสนับสนุนจากภายในท้องถิ่น โดยการร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่น

นัตสึโกะ บอกว่า เป้าหมายของเธอ คือ การทำให้ผู้คนรู้จักสุนัขประจำสถานพยาบาลมากขึ้น และเริ่มพูดถึงพวกมัน เนื่องจากสุนัขประจำสถานพยาบาลยังไม่ถูกรวมอยู่ในระบบชดเชยค่ารักษาพยาบาลของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพาการบริจาค และกำลังทำงานเพื่อให้ผู้คนรับรู้โครงการนี้มากขึ้น ส่วนความฝันระยะยาวคือ การมีสุนัขประจำสถานพยาบาลประจำอยู่ในโรงพยาบาลเด็กทั้ง 38 แห่งทั่วญี่ปุ่น และในที่สุดสุนัขเหล่านี้กลายเป็นภาพคุ้นตาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ดูแลผู้ป่วยเด็ก

นอกจากนี้ Shine On! Kids ยังหวังว่า หวังจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลทางการแพทย์ของสุนัขประจำสถานพยาบาล และผลักดันให้รัฐบาลบรรจุโครงการนี้เข้าไว้ในระบบค่ารักษาพยาบาลในอนาคต

ที่มา
FEATURE: Japan's hospital dogs bring moments of normalcy to seriously ill children
Facility Dogs Visiting Children’s Hospitals Across Japan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...