โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MatiTalk ปิยรัฐ จงเทพ เปิดโมเดลพรรคประชาชน ปฏิวัติวงการสีกากี ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

รายงานพิเศษ | พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“ความเทามันมีหลายวงการ ถ้าเทาในวงการสีกากีวงการตำรวจวงการข้าราชการฝ่ายปกครองพวกนี้ผมคิดว่ามันมาจากกลไกภาครัฐที่มีช่องโหว่ และช่องโหว่กฎหมายที่พยายามจะปราบนักการเมืองพยายามมองว่านักการเมืองว่าสกปรกหากิน พัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่นแต่ลืมไปว่า ‘องค์กรข้าราชการ’ ที่บังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ ก็คือพรรคพรรคหนึ่งที่เขาเรียกว่า ‘พรรคข้าราชการ’ ที่คอยหากินกับระบบพวกนี้มา จวบจนถึงวัยเกษียณ”

ปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ตอบคำถาม “ความเทาๆ ในประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

ส.ส.โตโต้ มองว่าส่วนราชการที่อยู่มานานจนเป็นประเพณีเหมือนที่เราเคยเห็นคลิปวิดีโอ ที่เคยบันทึกพฤติกรรมตำรวจที่บอกว่า “เฮ้ยคุณจ่ายมาเถอะมันเป็นประเพณีที่ทำกันมา ใครก็จ่าย” นั่นคือรูปแบบที่ทำกันจนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แบบไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานอื่นเพราะหน่วยงานอื่นไปจ้องเล่นแต่ฝ่ายการเมืองแต่ไม่มองว่าข้าราชการประจำเป็นคนที่หากินกับระบบที่มันมีช่องว่างแบบนี้มานาน ทั้งๆ ที่ไม่ปกติ

แต่ทุกวันนี้ โลกของเราทันสมัยขึ้นมีการตรวจสอบจากประชาชนที่ผ่านโซเชียลมีเดีย มีการตรวจสอบผ่านพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชนที่เอาจริงกับเรื่องพวกนี้ก็เลยทำให้หลายคนเห็นตระหนักเห็นปัญหาเรื่องนี้มากขึ้น

: จุดเริ่มต้นแผลใหญ่ ยุค คสช.?

ก็อาจจะมีปัจจัยร่วมด้วย อย่าลืมนะว่า คสช.มาจากการรัฐประหาร เขาจะอยู่ได้และมีความมั่นคงเขาต้องเอาอกเอาใจข้าราชการและเครือข่ายบริวารของเขาในการเข้ามานั่งหัวโต๊ะในตำแหน่งบริหารสำคัญต่างๆ ในส่วนราชการ

การที่เขาจำเป็นจะต้องเอาคนของเขามานั่งแล้วปิดตาข้างหนึ่งบ้าง โดยที่พวกเขามองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในคณะของเขาผ่านพ้นมาได้นะ สั่งได้ซ้ายหันขวาหันได้ ใครจะไปหากินกับระบบพวกนี้บ้างก็อย่าให้เดือดร้อนมาถึงก็แล้วกัน นั่นคือสิ่งที่มันปล่อยปละละเลยมา มันมีแรงจูงใจเยอะมาก

ดังนั้น ทุนสีเทา ความเทาๆ ในประเทศนี้ไม่ใช่แค่เพียงอำนาจรัฐในอดีตที่เอื้ออำนวยให้เขาเติบโตแต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราถ้ามองดีๆ นะสภาพเศรษฐกิจสังคมทุกวันนี้ มันมีสิ่งล่อตาล่อใจเยอะ

เปรียบเมื่อก่อนบ่อนปกติตามบ้านตามคอนโดฯ ตามชุมชนขยับไปเรื่อยเปลี่ยนไปเรื่อยเวียนไปเรื่อยเพราะตำรวจก็จะส่งซิกเดือนนี้ได้แค่นี้นะเดือนหน้าไปเขตนั้น เพราะเดี๋ยวนายจะลงตรวจ

หลังๆ มามันไม่ใช่ มันเป็นบ่อนออนไลน์ไปจดโดเมนอยู่ต่างประเทศ คนพวกนี้ถือโอกาสหาช่องว่างตรงนั้นไปทำ คุณจะปิดวันนี้ พรุ่งนี้เขาก็หนีไปจดเปิดใหม่ได้ จะใช้ชื่อ 111 ก็เป็น 222 888 ก็ชื่อเดิมๆ แต่ว่าเปลี่ยนตัวเลขข้างหลัง มันทำให้การหากินกว้างขึ้น

คุณอยากเปิดไม่เป็นไร ผมไม่จับ แต่คุณจ่ายมารายเดือน การหากินแบบนี้มันเกิดขึ้นเยอะมากโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย แล้วไม่สามารถจับกุมคนกระทำผิดได้ สาวไปไม่ถึงเพราะเงินโอนเข้าบัญชีม้า เปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ไปตามไม่ได้

นั่นคือสิ่งที่เรากำลังจะบอกว่าโลกมันทันสมัยขึ้นกลไกที่ไปตามจับตามกำกับดูแลก็ไปไม่ทันตาม

กฎหมายฉบับหนึ่งกว่าจะผ่านสภาได้เป็นปี แล้วมันจะไปทันโลกได้อย่างไร ทำให้กลไกตำรวจหรือฝ่ายปกครองที่มีอำนาจใช้กฎหมายเห็นช่องโหว่พวกนี้

แล้วในฐานะที่เขาเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเขาจะใช้ช่องโหว่พวกนี้ในการหากินแสวงหาประโยชน์ซึ่งก็เป็นเรื่องยากมากที่จะไปตามจับได้หมด

: การออกมาเคลื่อนไหว “บิ๊กตำรวจ” ในช่วงนี้ จะนำไปสู่อะไรได้บ้าง?

ผมกำลังมองว่านี่คือการเปิดประตูบานใหญ่ให้นำไปสู่การปฏิรูปหรือจะเรียกว่าปฏิวัติวงการตำรวจก็ว่าได้ ปฏิรูปคงไม่พอแล้ว

ตั้งแต่เราเกิดมาผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ยินเรื่องตำรวจรีดไถตำรวจหากิน รับส่วยฟังกันจนเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่อาชีพนี้ควรจะสง่าผ่าเผย น้ำไหลน้ำไม่ไหลไฟดับรถติดรถชนทุกคนคิดถึงตำรวจหมด เพราะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากอาชีพหนึ่ง แต่อีกด้านทุกคนก็ประณามหยามเหยียดนะ ทั้งๆ ที่มีตำรวจไม่กี่คนหรอกที่ทำให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่

ฉะนั้น ผมมองว่าอดีตนายตำรวจใหญ่มองในมุมหนึ่งก็เป็นข้อดีของการเปิดประตูไปสู่การปฏิรูป แต่มองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นความเน่าเฟะความเสียหายของวงการตำรวจว่าถ้าคุณไม่เสียประโยชน์ถ้าคุณไม่เป็นเหยื่อเอง ถ้าคุณไม่ถูกกระทำเองคุณก็คงไม่พูด คุณก็คงยอมรับชะตากรรมและยอมรับใช้ระบบนี้ต่อไปหรือเปล่า? ก็อาจจะเป็นคำถามหนึ่งได้เหมือนกัน

เราต้องเรียกร้องสังคมว่าเห็นแล้วหรือยังว่าปัญหามันถูกซุกไว้นานมาก และมันไม่ใช่ปัญหาของตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างที่เราเข้าใจ ที่เราบอกว่าตำรวจรีดไถตำรวจจราจรมาโบกรถตั้งด่านเก็บเงินอันนั้นเรื่องเล็กมาก เมื่อเทียบตอนนี้ต้องแก้ระดับหัว

ก็ถามกลับไปที่นายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลตำรวจ ว่าถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลต้องจริงจังกับเรื่องนี้?

แต่พอนักข่าวถาม ก็ตอบว่าไม่ยุ่งเพราะว่ามันเป็นเรื่องของตำรวจ ผมอยู่แค่ 4 เดือนเห็นไหมว่ามันก็พันอยู่งูกินหางแบบนี้

ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้ารัฐบาลหน้ามาต้องจัดการเป็นเรื่องสำคัญและเป็นวาระแห่งชาติด้วยซ้ำไป

: พรรคประชาชนมีโมเดลแก้ปัญหาตำรวจอย่างไร?

สิ่งแรกเลยหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นของเราและได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเราจะเปลี่ยนโฉมหน้าตำรวจของไทยกลายเป็น “ตำรวจมืออาชีพ” ที่ทัดเทียมนานาประเทศที่ทันสมัยอย่างญี่ปุ่น อังกฤษ

โดยประตูบานแรกนั้นคือการเป็นรัฐบาลก่อน ประตูบานต่อไปก็คือเราจะต้องมีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งโดยผ่านกลไกของคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ เป็นหลักในการจัดการกับเรื่องนี้โดยตั้งคณะขึ้นมายกร่างกฎหมายที่เราเรียกว่า พ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายและการบริหารงานตำรวจ ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะมายกเลิก พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 แล้วเราจะเปลี่ยนภาพกฎหมายตำรวจไปเลย จะไม่มีปัญหาการวิ่งเต้นการแต่งตั้งการซื้อขายตำแหน่ง ข้ามห้วยอย่างที่เราเห็นกันมา

ที่เรียกว่า “สำนักงานคณะกรรมการนโยบายและการบริหารงานตำรวจ” เพราะว่าเราจะไม่มีคำว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อีกต่อไป ตำแหน่งในสำนักงานที่ผู้ที่บริหารงานสูงสุดอยู่คือ เลขาธิการสำนักงาน ทำหน้าที่เหมือนเลขาธิการสภาความมั่นคงเหมือนกับเลขาธิการต่างๆ ที่เป็นสำนักงานภายใต้การกำกับงานของนายกรัฐมนตรี

ซึ่งเลขาธิการนี้ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารอย่างเดียว แต่กลไกตำรวจจะถูกแยกออกเป็น 3 กลไกคือ 1. กลไกตำรวจในพื้นที่ 2. ตำรวจส่วนกลาง และ 3. ตำรวจส่วนตรวจสอบ

ตํารวจส่วนพื้นที่ จะถูกกระจายออกไปใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ 1 จังหวัดต่อ 1 สำนักงานตำรวจจังหวัด จะไม่มีกองบังคับการตำรวจจังหวัด แต่จะเปลี่ยนเป็นสำนักงานตำรวจจังหวัด เช่น สำนักงานตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานตำรวจจังหวัดขอนแก่น มีผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจจังหวัดเป็นเบอร์ 1 ของที่นั่น ไม่ใช่ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดอีกต่อไปทำงานร่วมกับผู้ว่า

เราจะตัดสายบังคับบัญชาในลักษณะทหารออกจากตำรวจเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตำรวจเป็นทหารหรือกองทัพไม่ใช้กลไกนี้ แต่ตำรวจต้องเป็นข้าราชการพลเรือนที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนและมีกฎหมายเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจในการดำเนินการ

เมื่อตำรวจถูกแปรสภาพจากกลไกแบบทหารมาเป็นกลไกข้าราชการพลเรือนเขาจะมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

เขาจะไม่รู้สึกว่าคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นคำสั่งที่สั่งไปตายสั่งไปไหนก็ได้สั่งให้ผิดเป็นถูกได้ไม่ได้ คุณต้องใกล้ชิดกับประชาชนคุณต้องเป็นข้าราชการพลเรือน ใครจะบรรจุงานจะสอบเข้าคุณเป็นคนจังหวัดไหนคุณสอบเข้าจังหวัดนั้นแล้วคุณไม่ต้องกลัวว่าคุณจะถูกย้ายข้ามห้วยไปภาคอื่นไปจังหวัดอื่นคุณจะเป็นลูกเป็นหลานในจังหวัดนั้นแล้วคุณจะรู้สึกหวงแหนว่านี่คือบ้านเกิด คุณจะรู้สึกความมีความมั่นคงมากขึ้น

แล้วถ้าตำรวจทำผิดในจังหวัดนั้น กลไกตรวจสอบในจังหวัดมันจะเข้มข้นมากเราวางกลไกตรวจสอบไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะตำรวจที่เติบโตในจังหวัดคุณยิ่งอยู่ในพื้นที่มากเท่าไรตั้งแต่เกิดคุณยิ่งเป็นที่รู้จักในคนของในพื้นที่ คุณยิ่งเป็นที่ถูกตรวจสอบเครดิตมากขึ้น

ครอบครัวของตระกูลคุณจะถูกค้ำประกันโดยตัวของคุณ

ขณะที่ส่วน 2 โมเดล ตำรวจส่วนกลาง เหมือนตำรวจสอบสวนกลาง เดิมจะมีหลายหน่วยที่ซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของกระทรวงต่างๆ เช่น ตำรวจที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ ตำรวจ อย.นะ ตำรวจเศรษฐกิจ ลิขสิทธิ์ เรามีตำรวจซ้ำซ้อนเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่กฎหมายปฏิรูปให้อำนาจตำรวจจ่ายโอนงานต่างๆ ไปให้หน่วยเฉพาะกิจได้เลยที่เขามีอำนาจเฉพาะ

ตำรวจป่าไม้ก็โอนไปให้กระทรวงทรัพยากรฯ ตำรวจ อย.ก็โอนไปให้กระทรวงสาธารณสุข ที่เขามี อย.อยู่แล้ว เฉพาะทางอยู่แล้ว

โอนออกไป ลีนตำรวจส่วนกลางลงให้ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่มันมีความซับซ้อนจริงๆ ที่ไม่มีหน่วยงานอื่นรับผิดชอบ เป็นเหมือนกองปราบอยู่ในส่วนนี้

แต่ใครที่จะเข้ามาเป็นตำรวจในส่วนกลางนี้ที่มาจะยากมาก คุณจะโอนมาจากจังหวัดเป็นไปไม่ได้ ใครจะช่วยกันไม่ได้ ตั้งต้นทางไหนจะเติบโตในทางนั้น

สุดท้าย ส่วนที่ 3 ตำรวจตรวจสอบ เป็นหน้าที่เฉพาะด้านเรื่องกฎหมายมา เป็นส่วนที่ตรวจสอบในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการตำรวจโดยเฉพาะ เหมือนจเรตำรวจปัจจุบัน เป็นอัยการของตำรวจ คอยตรวจสอบกลไก

ที่มาสายนี้ก็จะชัด มีความเชี่ยวชาญ เรียกว่า เกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้ จะไม่มีความรู้สึกเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันเหมือนในอดีตที่เรียกมาด้วยกัน แล้วกระจายกันโตช่วยกัน เราจะแยกส่วนแยกที่มาชัด

ผมคิดว่าที่ผ่านมามันเป็นความสิ้นหวังของประชาชน ที่ไปแจ้งความแล้วไม่ได้รับแจ้งความไม่มีการจดเลขคดี

ผมคิดว่าถ้าตำรวจทำหน้าที่ของเขาจริงๆ ปัญหาประชาชนต้องไปพึ่งพา ทนาย พึ่งพารายการ พึ่งพาอินฟลูฯ จะไม่มีฮีโร่โซเชียลมีเดีย แต่ตำรวจจะเป็นฮีโร่ของประชาชน

ผมถึงบอกว่าถ้าเมื่อไหร่เรามีการปฏิรูปตำรวจได้ชัดเจนแบบโมเดลที่ผมว่า ตำรวจจะเป็นฮีโร่ของคนในจังหวัดจะไม่มีใครอยากจะไปเรียกร้องสื่อต่างๆ

ตำรวจจังหวัดเมื่อเขามีความมั่นคง เขารู้สึกหวงแหนพื้นที่อยากช่วยพี่น้องประชาชนในท้องที่

ชมคลิป

youtube

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MatiTalk ปิยรัฐ จงเทพ เปิดโมเดลพรรคประชาชน ปฏิวัติวงการสีกากี ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...