ทนายความ ประกาศชัดเจนจุดยืนต่อกรณี "พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล"
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งชี้แจงกรณีบิ๊กโจ๊ก ปกติผมไม่นิยมต่อความยาวโต้ตอบไปมาตามสื่อโซเชียลแต่ขอหยิบยกบางคอมเม้นท์ในพื้นที่เพจของผม และผมคิดว่าเป็นประโยชน์ในการแสดงทรรศนะในมุมมองของทนายความที่สามารถให้คำตอบที่ทำความเข้าใจ และยังเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพได้ เพราะบ่อยครั้งที่ทนายความถูกด่า ถูกเหมารวม ในหลายๆประเด็นเมื่อรับว่าความเป็น ”ทนายจำเลย“
ฝากนักข่าว ถามทนายบิ๊กโจ๊กหน่อยว่า หากภายหลัง ท่านทนายทราบว่า บิ๊กโจ๊ก เป็นผู้ติดสินบนจริง เป็นตัวการจริง ในการกระทำความผิด ทั้งจากการที่สอบถามข้อเท็จจริง บิ๊กโจ๊ก และจากได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าทำผิดจริง … ทนายยังจะช่วยบิ๊กโจ๊กอยู่หรือไม่ … ดังภาษิตว่า "ทนายโจร“
ผมตอบให้ตรงนี้ยึดตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพนะครับ
1. ทนายความคือ "หนึ่งในกระบวนการความยุติธรรม"
ในระบอบกระบวนการยุติธรรม ทนายความไม่ได้มีหน้าที่ "ช่วยคนผิดให้พ้นผิด" แต่มีหน้าที่ "ช่วยให้ลูกความได้รับความเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนด" ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครหรือถูกสังคมตราหน้าอย่างไร เขามีสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่จะได้รับการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และมีทนายความดูแลเพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2. "ความจริง" ในศาล วัดกันที่ "พยานหลักฐาน"
ในฐานะทนายความ หน้าที่ของผมคือการตรวจสอบว่า พยานหลักฐานที่ฝ่ายกล่าวหานำมานั้น "ได้มาโดยชอบหรือไม่" และ "มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษบุคคลหนึ่งได้หรือไม่" หากพยานหลักฐานนั้นไม่ชัดเจน หรือกระบวนการสอบสวนขัดต่อรัฐธรรมนูญ หน้าที่ของผมคือการทักท้วง เพื่อไม่ให้เกิดบรรทัดฐานที่ผิดพลาดในสังคม
3. คำว่า "ทนายโจร" กับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
คำว่า "ทนายโจร" มักถูกใช้เรียกทนายความที่ร่วมวางแผนกระทำความผิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อจงใจโกหกศาล แต่สำหรับผม การว่าความไปตามเนื้อผ้าและใช้ข้อกฎหมายในการต่อสู้คดี คือการทำหน้าที่ตามวิชาชีพ หากลูกความทำผิดจริง กฎหมายก็มีบทลงโทษเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่กระบวนการไปถึงจุดนั้นต้อง "สะอาด" และ "ยุติธรรม"
4. จุดยืนต่อกรณีท่านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์
สำหรับคดีนี้ ผมทำหน้าที่บนพื้นฐานของข้อมูลและพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากภายหลังพบข้อเท็จจริงใหม่ หน้าที่ของทนายความคือการให้คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาถึงผลที่จะตามมาตามรูปคดี แต่ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาล "หลักความบริสุทธิ์" (Presumption of Innocence) ต้องถูกนำมาใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม
บทสรุป:
"ผมเป็นทนายความที่ทำหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อทำลายกฎหมาย หากใครจะเรียกทนายความที่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าทนายโจร ผมว่านั่นเป็นการดูถูกระบบยุติธรรมของไทยมากกว่าดูถูกตัวผมครับ"
ทนายสัญญาภัชระ พอจะสิ้นขอสงสัยได้บ้างมั้ยครับ
ฝากไว้ให้คิด ในวันนี้ท่านอาจไม่เห็นคุณค่ากับคำว่าทนายจำเลย แต่ ท่านจะซึ้งถึงคำๆนี้ก็ต่อเมื่อท่านตกเป็น “จำเลย” เสียเอง และเมื่อเวลานั้นมาถึงไม่ว่าจะอย่างไร เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นย่อมดิ้นรนที่จะหาหนทางต่อสู้ ให้พ้นผิดจากข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมที่สามารถนำท่านก้าวผ่านกระบวนการนี้ไปได้ ก็คือ ทนายจำเลย นั่นแหละครับ
ทิ้งท้ายอีกนิด
คำพูดคนอื่นจะสะท้อน ชีวิตเรา กี่เปอร์เซ็นต์ อันนี้ไม่รู้ได้….. แต่คำพูดเขา สะท้อนชีวิตเขา ทัศนคติเขา และพื้นเพนิสัยเขา 100%..! เป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคนครับ
ขอบคุณเครดิตจาก ปรัชญา & คำคม