โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออมสินพักหนีั 3 เดือน – ออกสินเชื่อพิเศษ ช่วยลูกหนี้ชายแดนไทยกัมพูชา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

ออมสิน ออกมาตรการช่วยลูกหนี้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พักหนี้ 3 เดือน - สินเชื่อพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนแรก จัดพร้อมจัดงบช่วยเหลือเฉพาะหน้าและงบเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

17 ธ.ค. 2568 - นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและการดำรงชีพของประชาชน ธนาคารออมสินจึงเร่งจัดชุดมาตรการช่วยเหลือรอบด้าน ทั้งพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกค้าธนาคารออมสินในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซ่อมแซม และฟื้นฟูการดำเนินชีวิต รวมถึงการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมในระยะเร่งด่วนให้กับประชาชนด่านหน้า และการจัดสรรงบประมาณเพื่อการเยียวยาเป็นกำลังใจให้ครอบครัวพลเรือนและทหารกล้าผู้เสียสละชีวิต

โดยมาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระย้อนหลัง และเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาแล้วไม่อาจชำระหนี้ได้ สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ในภายหลัง

ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถแจ้งความประสงค์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัด และแอปพลิเคชัน MyMo ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดพักชำระ ให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้โดยนำส่งเงินงวดต่อไป ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม

มาตรการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ฟื้นฟู หรือซ่อมแซม สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ประกอบด้วย

  • สินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 เป็นต้นไป = 0.60% ต่อเดือน
  • สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อย วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย โดยใช้ บสย. ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 เป็นต้นไป = 15.00% ต่อปี
  • สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 - 24 = 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.350% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 40 ปี โดยธนาคารสนับสนุน
    ค่าประเมินหลักทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย ยื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
  • สินเชื่อธุรกิจดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up Plus สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบภัยพิบัติในการฟื้นฟูกิจการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปี ยื่นขอสินเชื่อภายใน 30 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้ ธนาคารจะพิจารณาให้กู้ตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนในการสนับสนุนถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม ให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมกับเตรียมงบประมาณเพื่อเยียวยาและให้กำลังใจครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และครอบครัวของพลเรือนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ธนาคาร
ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกคนปลอดภัยและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้เป็นปกติในเร็ววัน

*หมายเหตุ : ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...