โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่ต้องเข้ายิม! ชายจีนทุ่มเงิน 18 ล้าน ปั้นแปดแพ็กเทียม

WeR NEWS

เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.13 น.

ชายจีนสร้างกระแสฮือฮาทั่วโซเชียล หลังใช้เงินกว่า 4 ล้านหยวน (ราว 18 ล้านบาท) ฉีดกรดไฮยาลูรอนิกเข้าท้องเพื่อสร้าง “กล้ามท้องเทียมแบบแปดแพ็ก” โดยประกาศตัวเองว่าเป็น “เคสแรกของประเทศจีน” ที่ได้ซิกซ์แพ็กจากการฉีดสารแทนการออกกำลังกาย

ชายคนดังกล่าวใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่า “Andy Hao Tienan” จากมณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ปัจจุบันมีผู้ติดตามราว 100,000 คน และมักโพสต์คอนเทนต์ด้านความงามและแฟชั่น เขาระบุว่าในร่างกายมีกรดไฮยาลูรอนิกอยู่ถึง 20% และตั้งเป้าจะฉีดครบ 10,000 โดส ซึ่งตอนนี้ทำไปแล้วประมาณ 40%

ไม่กี่เดือนก่อน เขาเคยตกเป็นข่าวหลังฉีดกรดดังกล่าวกว่า 40 โดสเข้าบริเวณไหล่ กระดูกไหปลาร้า หน้าอก และหน้าท้อง เพื่อสร้างรูปร่างให้ดูมีกล้ามชัดเจน แม้จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางการแพทย์ แต่เขายืนยันว่าพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้

“ถ้ากล้ามท้องของผมยังอยู่ในอีกสามปี ผมจะสมัครขอสถิติโลกกินเนสส์ในฐานะกล้ามเทียมที่อยู่ได้นานที่สุด และจะไลฟ์โชว์ฟาดวอลนัตบนกล้ามให้ดูด้วย” เขาระบุ

เขายังเผยว่า หันมาใช้วิธีนี้เพราะไม่สามารถสร้างกล้ามได้ตามต้องการจากการออกกำลังกาย พร้อมยืนยันว่าผลลัพธ์ยังดูดีแม้ผ่านไปหลายเดือน

“กล้ามผมไม่บวมเลย มันดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยซ้ำ เส้นระหว่างกล้ามยังชัดเหมือนเดิม ไม่ได้รวมกันเป็นก้อนอย่างที่คนอื่นกลัว”

แต่ในอีกด้านหนึ่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งในจีนได้ออกมาเตือนถึงอันตรายจากการฉีดสารชนิดนี้ โดย หมอหลี่ เจียหลุน (Li Jialun) จากโรงพยาบาล Union Hospital เมืองอู่ฮั่น กล่าวว่า “การฉีดกรดไฮยาลูรอนิกจำนวนมากอาจทำให้ผิวหนังถูกทำลาย หลอดเลือดตาย หรือกล้ามเนื้อผิดรูปได้

อีกทั้งเมื่อสารละลายไป กล้ามจริงของคุณอาจดูเล็กลงกว่าเดิม และยังมีความเสี่ยงที่สารจะเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง”

เหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลจีน มีผู้คนร่วมวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...