อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ย้อนเล่าครั้ง กราบอกผอ. ให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เข้าเรียน
อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ย้อนเล่าครั้ง กราบอกผอ. ให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เข้าเรียน
AIS PLAY Sports ได้เผยแพร่เรื่องน่าประทับใจ กับ อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ผู้ปลุกปั้นนักเตะหมอนทองวิทยา จาก บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พาเข้าชิง ฟุตบอล 7 สี กับ อบจ.ชัยนาท เมื่อครั้งเป็นครูและโค้ช ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี
อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ เล่าย้อนความทรงจำสมัยเป็นครูและโค้ชฟุตบอลอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กับการเจอกับ ‘เจ้าพี’ ศศลักษณ์ ไหประโคน เป็นครั้งแรก ไม่ใช่จากการเห็นฝีเท้า แต่เกิดจากการเห็นเด็กตัวเล็กที่แบกเป้ความฝันใบใหญ่
“ผมไม่รู้จักเขาเลย ไม่เคยได้รับการติดต่ออะไร มีวันหนึ่งเขาก็มาหาผม คนที่พามาผมก็พอรู้จักบ้าง”
“เห็นว่าเขาไปตระเวนคัดมาแล้วหลายที่ โรงเรียนที่ดัง ๆ ติดสำรองบ้าง ไม่ติดบ้าง”
“เขาจะกลับหมอชิตแล้ว แต่ลองมาหาผมที่สุรศักดิ์มนตรี”
“เขาเข้ามาหาผมด้วยการสะพายเป้ใบใหญ่ ผมเห็นเขา ผมบอก ‘ไอ้หนู นั่งได้นะ’”
ศศลักษณ์ในวัยเด็กชาย ค่อย ๆ หย่อนก้นลง พร้อมพูดกลับไปว่า
“ผมรู้ว่าอาจารย์ก็คงไม่เอาผมอยู่แล้ว ผมแค่จะมาดูว่าที่นี่เป็นยังไง ผมตัวเล็ก ไปคัดที่อื่นก็ติดสำรองตลอด”
ตอนนั้นเป็นเวลา 9 โมงเช้า การซ้อมของทีมโรงเรียนได้ผ่านพ้นไปแล้ว ครั้นจะให้เด็กชายตัวน้อยมาทดสอบคนเดียวก็คงไม่ใช่ที่ จึงบอกให้เจ้าพีกลับบ้าน
ภาพเด็กตัวเล็กเดินคอตกสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่บรรจุเสื้อผ้าและเครื่องใช้แน่นเต็มกระเป๋า แต่มันไม่ได้หนักเท่ากับการแบกความฝันของเจ้าตัว ที่ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จากการเดินทางออกจากบ้านเกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมาตามหาฝันในสถาบันลูกหนังชื่อดังต่าง ๆ อยู่หลายวัน
“เขาก็ค่อย ๆ เดินแบกเป้ผ่านสนามบอลหลังโรงเรียน เขาก็หันหลังมามองเรา ตอนนั้นใจเราก็แว้บเลย”
“มันคิดอยู่สองใจนะ เอา ไม่เอา เอา ไม่เอา เพราะตอนนั้นโควตาเด็กที่เรารับมามันก็เต็มแล้ว”
ช่วงเสี้ยววินาทีของการตัดสินใจ อาจารย์สกลให้นักเรียนที่อยู่แถวนั้นรีบวิ่งไปบอกศศลักษณ์ว่า “3-4 วันให้มารายงานตัวได้เลย”
“แล้วเขาก็มาจริง ๆ แต่ตอนนั้นเราตกใจนะ แล้วเราจะเอาเข้ายังไงวะเนี่ย”
“เอาวะ ตอนนั้นคิดว่าอะไรจะเกิดก็ช่างมัน ใครจะมองว่าเรารับสินบาทคาดสินบนก็ช่างมัน”
“ก็เลยต้องเข้าไปคุยกับผู้อำนวยการ ผมกราบเลย กราบที่หน้าอกแกเลย ขอเถอะ ขอชีวิตให้เด็กคนนี้”
อาจารย์สกลยอมรับว่า ตอนนั้นยังเจอผู้บริหารแซวกลับมาด้วยว่า “เฮ้ย เด็กคนนี้เป็นใครวะ ลูกเมียน้อยป่าว? เอามาเข้าทีหลังเลย แสดงว่าต้องมีอะไรแน่เลย”
“ครับ มีครับ”
นี่คือสิ่งที่บรมกุนซือบอลนักเรียนตอบกลับไป เจ้าตัวยอมรับว่าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถูกชะตาเด็กคนนี้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างผูกพันกัน ซึ่งก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนไปมากกว่านี้
นี่เป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจด้วยโชคชะตา และสายตาของความเป็นครูและโค้ชที่ถูกต้องอีกครั้ง บรมครูท่านนี้ได้ย้อนความทรงจำของนักเรียน นักบอล ที่เขาให้โอกาสมากับมือ ว่าสิ่งที่เขาเลือกนั้นไม่ผิด
“ตัวเล็กก็จริง แต่ขยัน ที่เท้าใส่สตั๊ด แต่มือถือรองเท้าผ้าใบ สนามไหนว่าง เขาก็ลงทันที เล่นกับพี่ ๆ เขา”
“เช้าขึ้นมา ศศลักษณ์เนี่ยจะต้องปลุกพี่ ๆ ที่อยู่บนหอลงมา เพราะตี 5.30 จะต้องวิ่ง เขาก็มาก่อนเลย”
“บางรายการ ตัวเขาเล็ก เขาจะบอกผมว่า ‘ขอไปด้วยคนได้ไหม ไปยกน้ำ ไปหิ้วกระเป๋าให้พวกพี่ ๆ’ เขายอมทุกอย่าง”
“จนวันหนึ่งเขาได้เล่นกับรุ่นพี่ พี่ ๆ ก็ยอมรับ เขา 14 ข้ามไปเล่น 16 พอ 16 เขาก็ข้ามไปเล่น 18 สบายมาก”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กน้อยสะพายเป้ใบใหญ่ในวันนั้น เด็กคนนั้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว กับความสำเร็จในฐานะนักเตะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับโอกาสจาก อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ศศลักษณ์ ไหประโคน’ ร่ายยาวเปิดใจเริ่มปรับตัวกับ ‘ชุนบุค’
- ‘ศศลักษณ์’ แข้งไทยรายที่ 2 รอบ 36 ปี คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเกาหลีใต้ กับชุนบุก
- ‘สกล เกลี้ยงประเสริฐ’ ผู้เขียนตำนานบทใหม่ ‘หมอนทองวิทยา’ แจ้งเกิดลูกหนังขาสั้นเมืองไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ย้อนเล่าครั้ง กราบอกผอ. ให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เข้าเรียน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th