โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กองทัพไทย ยืนยันปฏิบัติการชายแดนเป็น “การป้องกันตนเอง” ตามกฎหมายสากล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 04.52 น.

ศรช. ย้ำการดำเนินการต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มุ่งคุ้มครองชีวิตประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก การตอบโต้ใช้กำลังเท่าที่จำเป็น ภายใต้หลักสากลเคร่งครัด ได้แก่ ความจำเป็น ได้สัดส่วน และการแยกแยะเป้าหมายทางทหาร ย้ำความพร้อมด้านความมั่นคงมีไว้เพื่อ "ควบคุมสถานการณ์" และป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดลุกลามในระยะยาว

13 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น.ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศรช.) โดยพลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการ ศรช. ได้เรียนต่อประชาคมโลกว่า การดำเนินการของกองทัพไทยทั้งหมด "เป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ" และมีเป้าหมายหลักที่ชัดเจนคือการคุ้มครองชีวิตประชาชนและความมั่นคงของประเทศ โดยทางฝ่ายไทย "มิได้มีเจตนาขยายความขัดแย้งหรือคุกคามพลเรือนกัมพูชา"

การตัดสินใจดำเนินการของฝ่ายไทยเกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งพบว่ามีการ "เพิ่มขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายกัมพูชา" อย่างมีนัยสำคัญ การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย และคุกคามโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศที่ตั้งอยู่ในบริเวณชายแดน

ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายไทยจึงมีความจำเป็นต้อง"ดำเนินมาตรการตอบโต้ในลักษณะจำกัดวงจำกัดเป้าหมายและใช้กำลังเท่าที่จำเป็น" เพื่อยุติภัยคุกคามที่เกิดขึ้นต่อพลเรือนและทรัพย์สินของรัฐบาลไทย

พลอากาศเอก ประภาสฯ ยืนยันว่า การปฏิบัติการของกองทัพไทยทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการสากลอย่างเคร่งครัด ได้แก่:

  • หลักความจำเป็น (Necessity): การใช้กำลังกระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันตนเอง
  • หลักได้สัดส่วน (Proportionality): การตอบโต้ต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับภัยคุกคามที่ได้รับ
  • หลักการแยกแยะเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน (Distinction): มีการแยกแยะเป้าหมายอย่างชัดเจน

ศรช. ย้ำว่า กองทัพไทยยึดมั่นในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และจะไม่มุ่งเป้าต่อพลเรือน หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษยธรรมอย่างเด็ดขาด

มุ่งมั่นควบคุมสถานการณ์ ไม่ใช่การรุกราน

ผู้อำนวยการ ศรช. ยืนยันว่า "ความพร้อมและขีดความสามารถด้านความมั่นคงของไทยมีไว้เพื่อการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ มิใช่เพื่อการรุกราน" โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนลุกลาม และเกิดความตึงเครียดในระยะยาว

ประเทศไทยยึดมั่นในแนวทางสันติภาพอย่างแน่วแน่ แต่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในทุกวิถีทางเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน

พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี กล่าวสรุปว่า "ประเทศไทยดำเนินการเพื่อป้องกันตนเองและใช้ความยับยั้งชั่งใจ สันติภาพต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน” ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการรักษาสมดุลระหว่างการพิทักษ์อธิปไตยและการยึดมั่นในหลักการสากล

เกาะติดสถานการณ์ “ชายแดนไทย-กัมพูชา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...