โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 สถาบัน จี้รัฐคงภาษี-กองทุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ค้าน สว.ทุบกลไก ‘ผู้ก่อมลพิษจ่าย’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.07 น.

นักวิชาการ-เอ็นจีโอประสานเสียง ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต้องมี “Sticks & Carrots” ชี้เครื่องมือเศรษฐศาสตร์-กองทุน คือหัวใจสำคัญในการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่เศรษฐกิจสีเขียว ค้านกรรมาธิการซีก สว. เสนอตัด “ระบบฝากได้คืน-ภาษีมลพิษ” หวั่นกฎหมายกลายเป็นแค่กระดาษเปล่า ขณะที่วงเสวนาแนะสถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดชอบ ป้องกลุ่มทุนฉวยโอกาสสร้างกำไรบนต้นทุนสุขภาพประชาชน

5 สถาบันรวมพลังขับเคลื่อนเพื่ออากาศสะอาดและสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยทุกคน ในงานเสวนา Brown Bag & Econ-KU Break Talk หัวข้อ “ทำไมเราต้องมีเครื่องมือเศรษฐศาสตร์และกองทุนในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ?” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ อาคารปฏิบัติการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยมีวิทยากรรับเชิญได้แก่ 1. รศ.ดร.ขนิษฐา แต้มบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ 3. คุณสฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าทีมวิจัย แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทย

เริ่มต้นจาก รศ.ดร.ขนิษฐา ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่รุนแรงมากขึ้นผ่านสถิติการเสียชีวิตกว่า 7 ล้านคนทั่วโลก โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น มลพิษทางอากาศยังทำให้เกิดการเจ็บป่วยจำนวนมากทำให้สูญเสียผลิตภาพแรงงาน สร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยปัญหามลพิษทางอากาศเกิดจาก “แรงจูงใจด้านราคาที่บิดเบือนในตลาด”

กล่าวคือ ราคาสินค้าที่ก่อมลพิษที่ผู้บริโภคจ่ายจริงต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงต่อสังคมอย่างมาก เมื่อราคาสินค้าที่ก่อมลพิษถูกกว่าความเป็นจริง ผู้คนก็ใช้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการปล่อยมลพิษในระดับที่สูงเกินกว่าที่สังคมต้องการ โดยเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการปรับแรงจูงใจให้ถูกต้อง โดยเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดนับว่ามีความเหมาะสมและครบถ้วน มีทั้งมาตรการเชิงลงโทษ (Sticks) และมาตรการเชิงสนับสนุน (Carrots) ตามแบบอย่างที่ดีในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

โดย รศ.ดร.ขนิษฐา ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกองทุนอากาศสะอาดซึ่งเป็นกลไกทางการเงินที่จำเป็นในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

ด้าน รศ.ดร.อดิศร์ ได้ให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่า สิทธิในการสูดอากาศสะอาดควรอยู่ประชาชน อีกด้านหนึ่งก็หมายความว่าผู้ปล่อยมลพิษไม่มีสิทธิ และจากการกำหนดสิทธินี้เอง หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) จึงตามมาโดยตรง นอกจากประเด็นเรื่องสิทธิแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังตั้งอยู่บนแนวคิดเรื่องความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยไม่ได้มีแต่ผู้ประกอบการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตรงกันข้าม มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีกระบวนการผลิตที่สะอาด มีมาตรฐาน และพยายามปรับตัว แต่ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าและกลับขายของได้ยากกว่า

ขณะที่ผู้ประกอบการที่ปล่อยมลพิษมีต้นทุนต่ำกว่าและได้เปรียบทางการแข่งขัน คำถามคือ เหตุใดระบบเศรษฐกิจจึงเอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ปล่อยมลพิษ และทำให้ผู้ที่พยายามทำดีต้องเสียเปรียบ ? เครื่องมืออย่างภาษีและค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดจึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการที่ทำให้อากาศสกปรก ให้ใกล้เคียงกับผู้ประกอบการส่งเสริมให้อากาศสะอาด เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันในการแข่งขัน

โดย รศ.ดร.อดิศร์ ได้ชี้ให้เห็นว่า กองทุนอากาศสะอาดในร่าง พ.ร.บ.มีความสำคัญอย่างมากเพราะจะเป็นกลไกที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนหนึ่งที่ปล่อยมลพิษให้ปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตที่มุ่งสู่อากาศสะอาด

ส่วนคุณสฤณีได้ชี้ให้เห็นว่า เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว การมีแต่มาตรการเชิงสนับสนุน (Carrots) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปล่อยมลพิษโดยเฉพาะรายใหญ่เลือกทำหรือไม่ทำตามความสมัครใจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว คุณสฤณีเห็นสอดคล้องกับ รศ.ดร.อดิศร์ ว่ามาตรการเชิงลงโทษ (Sticks) จะทำหน้าที่สร้างมาตรฐานพื้นฐาน (Baseline) และความคาดหวังร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ โดยกำหนดระดับการปล่อยมลพิษที่ยอมรับได้ และกำหนดบทลงโทษเมื่อมีการปล่อยเกินมาตรฐาน ซึ่งช่วยสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมระหว่างผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ รายได้จากภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดควรนำไปใช้สนับสนุนกลุ่มผู้ก่อมลพิษที่มีกำลังน้อยในการปรับตัว ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นความเหลื่อมล้ำและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม คุณสฤณียังชี้ให้เห็นว่ามาตราที่กำหนดให้สถาบันการเงินร่วมรับผิดทางแพ่งในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดมีความเหมาะสมเพราะไม่ได้เขียนเพียงให้สถาบันการเงินต้องรับผิดโดยอัตโนมัติ

แต่กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าสถาบันการเงินจะไม่ต้องรับผิดหากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีระบบประเมินความเสี่ยงด้านมลพิษทางอากาศและมีการปฏิบัติตามระบบดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ธนาคารไทยจำนวนมากดำเนินการอยู่แล้วและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล

วิทยากรทั้ง 3 คนและผู้ดำเนินรายการเห็นตรงกันว่าเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดฉบับล่าสุดที่ผ่านวาระที่ 2 ของสภาผู้แทนราษฎรมีความเหมาะสมและครบถ้วน ไม่ควรตัดเครื่องมือใดออกเพราะมีเครื่องมือมาก ๆ ให้เลือกใช้ดีกว่ามีเครื่องมือน้อยให้เลือกใช้ เช่น กรณีช่างต้องไปซ่อมรถ การเตรียมอุปกรณ์ที่หลากหลายย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

แต่น่าเสียดายที่ทางคณะกรรมาธิการจากฝั่งของท่านสมาชิกวุฒิสภาเสนอให้ตัด “ระบบฝากไว้ได้คืน” ออกทั้งหมด (ส่วนที่ 5 ใน พ.ร.บ.มาตรา 175-176) ทำให้การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศไม่ครบวงจรของสินค้าโดยเฉพาะเมื่อสินค้าที่ซื้อมาใช้กลายเป็นขยะที่ถูกทิ้งขว้าง เช่น ถังสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สุดท้ายขยะเหล่านี้จะจบลงด้วยการนำไปเผาทิ้งและสร้างมลพิษทางอากาศทำให้คนสูดดมเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในที่สุด

ทุกคนเห็นด้วยว่าการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดเพิ่มจากผู้ก่อมลพิษเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายสามารถเกิดขึ้นได้จริงและจูงใจให้ผู้ก่อมลพิษลดการปล่อยมลพิษและมุ่งสู่การผลิตแบบอากาศสะอาด แต่น่าเสียดายที่คณะกรรมาธิการจากฝั่งของท่านสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดและมองว่าการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดเพิ่มเป็นความซ้ำซ้อน และเห็นว่าภาคเอกชนไม่ควรเสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกแล้วเพราะปัจจุบันก็จ่ายอยู่แล้วแม้จะไม่ใช่ภาษีสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่อยากให้เน้นไปที่การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี เพราะกังวลว่าจะเป็นภาระกับภาคธุรกิจ แล้วสุขภาพของคนไทย 65 ล้านคนเราไม่ต้องกังวลหรืออย่างไร ?

ประเทศที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีต่างก็มีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมเพิ่มกับผู้ก่อมลพิษ ไม่มีประเทศไหนที่ลดหย่อนและยกเว้นภาษีแล้วประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ การไม่เก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มยิ่งทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมตามที่ได้กล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้ การเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดอาจมีผลกระทบด้านต้นทุนบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกบริษัท และถ้าบริษัทสามารถเปลี่ยนวิธีการผลิตได้ ก็ไม่ต้องรับภาระภาษีหรือค่าธรรมเนียม ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการลดภาระที่ปอดของประชาชน หลักการพื้นฐานคือ ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย

หากไม่มีการเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ หลักการนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น และกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดก็จะไม่มีความหมายและจะกลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง การเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาดต้องทำความเข้าใจว่าไม่ใช่ “ภาระ” สำหรับผู้ก่อมลพิษ แต่เป็นการให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบต่อต้นทุนที่สร้างให้กับสังคม

โดยทุกคนยังเห็นตรงกันว่า กองทุนอากาศสะอาดจากร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด (หมวด 7 มาตรา 196-206) เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่น่าเสียดายที่มีท่าน สว. เสนอให้ตัดออกเพราะมองว่าซ้ำซ้อนกับกองทุนสิ่งแวดล้อมและน่าจะใช้กลไกงบประมาณแผ่นดินได้เหมือนที่เคยทำมาในอดีต วิทยากรให้ข้อสังเกตว่ากองทุนสิ่งแวดล้อมในแต่ละปีได้รับงบประมาณแผ่นดินน้อยมากและไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา และการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินทำให้การแก้ปัญหาขาดความต่อเนื่องเพราะมีความไม่แน่นอนในการได้รับงบประมาณในแต่ละปี เมื่อผู้ก่อมลพิษได้รับความช่วยเหลือไม่ต่อเนื่องทำให้ขาดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการผลิตที่ปล่อยมลพิษสูงไปสู่การผลิตที่มุ่งสู่อากาศสะอาด

นอกจากนั้น การพึ่งพางบประมาณแผ่นดินทำให้การแก้ปัญหาล่าช้าเพราะงบประมาณมีการจัดสรรรายปีแต่ปัญหามลพิษทางอากาศเกิดขึ้นเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ดังนั้น หากมีกองทุนเฉพาะที่ระบุชัดเจนว่า เงินจะถูกนำไปใช้ทำอะไร มีแหล่งที่มาของเงินชัดเจน และมีการบริหารจัดการและธรรมาภิบาลที่ดี จะช่วยขับเคลื่อนเรื่องอากาศสะอาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท้ายสุด วิทยากรยังเห็นตรงกันว่าสถาบันการเงินควรแสดงความรับผิดชอบหากธุรกรรมทางการเงิน เช่น การให้เงินกู้ยืมกับภาคธุรกิจ ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ปัจจุบันสถาบันการเงินต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ สถาบันการเงินไหนที่ไม่ทำ ในอนาคตก็จะประกอบธุรกิจได้ยากขึ้นเพราะนักลงทุนและลูกค้าจะหันไปหาสถาบันการเงินที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่บทบาทของสถาบันการเงินเข้าไปใน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจึงเป็นเหมือนเครื่องกระตุ้นอีกแรงหนึ่ง ทำให้ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างจริงจัง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงิน เพราะเมื่อทุกธนาคารถูกวัดด้วยเกณฑ์เดียวกัน ก็จะเกิดการแข่งขันด้านการพัฒนามาตรฐาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 5 สถาบัน จี้รัฐคงภาษี-กองทุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ค้าน สว.ทุบกลไก ‘ผู้ก่อมลพิษจ่าย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...