โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพจดังโพสต์เตือน "กัน จอมพลัง" โชว์อาร์มนับแต้มทหารเขมร สุดท้ายโดนบล็อก

WeR NEWS

เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 04.21 น.

กลายเป็นกระแสร้อนในโลกออนไลน์ หลัง “กัน จอมพลัง” โพสต์ภาพถืออาร์มทหารกัมพูชา พร้อมรอยยิ้มและข้อความว่า “ไม่อยากเลิกหรอจ๊ะ” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยหลายฝ่ายมองว่า แม้จะอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งไทยกัมพูชา แต่อีกฝ่ายก็ยังเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน และทหารที่อยู่แนวหน้าเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาล อีกทั้งยังมองว่าเป็นการดูหมิ่นศพผู้เสียชีวิตจากสงครามอีกด้วย

ต่อมา ภายใต้กระแสวิจารณ์ดังกล่าว กัน จอมพลัง ได้เปลี่ยนภาพใหม่เป็นภาพทำหน้าร้องไห้ พร้อมแก้ไขแคปชั่นใหม่ ระบุข้อความว่า “ตอนทหารเขมรเหยียบธงชาติไทยพอพูดก็บอกพวกคลั่งชาติ เขมรกดใส่ชาวบ้านชาวบ้านเงียบกริบ ร่างทหารไทยถูกเขมรถ่ายคอนเทนเงียบ เอาเกราะเอาปืนไปถ่ายทั่วเขมรเงียบกริบ แต่พอเห็นกันจอมพลังหยิบอามธงชาติเขมรกรี๊ดฟูมฟาย เด๋วรอบหน้าจับธงชาติเขมรแล้วร้องไห้ให้นะเทพีสันติภาพ”

ขณะเดียวกัน เพจดัง Drama Addict ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมเตือนถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า แก้ไข เปลี่ยนจากแชรโพสเป็นอัพภาพแทน เพราะจ่าเจอเพจกันบล๊อคแหล่ว น่าจะเพราะแชรโพสนี้มั้ง

เอางี้ดีกว่า Narrative ของไทย ในการรบกับเขมรตอนนี้คือ

  • เราไม่ได้รุกรานเขาแต่เราทำเพื่อป้องกันตัวจากเขมรที่โจมตีเข้ามาก่อน
  • คนไทยคนเขมรไม่ได้เป็นศัตรูกัน เขมรโจมตีเราเพราะถูกไอ้เหี้xวุ้นเส้นปลุกปั่น
  • ที่มันปลุกปั่นคนเขมรเพราะต้องการ ปลุกกระแสคลั่งชาติเพื่อ เบี่ยงเบนความสนใจของคนเขมรจากปัญหาสารพัดจากการบริหารบ้านเมืองล้มเหลวของลูกชายมัน และเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นเส้นเงินหลักของมัน

พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ทหารกัมพูชาจำนวนมากเป็นพลเรือนที่ถูกเกณฑ์มา บางรายมีอายุเพียงราว 20 ปี และเสียชีวิตจากความขัดแย้งที่ไม่ได้เริ่มจากพวกเขาเอง จึงเห็นว่า ไม่ควรเหยียดหยามทหารระดับล่าง แต่ควรวิพากษ์ผู้นำที่เป็นต้นเหตุของความสูญเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เพจ Drama Addict ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “อ่าว โดนเพจกันบล๊อค ไม่ได้ด่าเลยซักคำนะ เตือนดีๆ นะเนี่ย” ยิ่งทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงในโลกออนไลน์มากขึ้น

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกถกเถียงในสังคมออนไลน์ ถึงความเหมาะสมของคอนเทนต์ในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว และบทบาทของผู้มีชื่อเสียงในการสื่อสารประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...