“อินโดนีเซีย” ยึดคืนที่ดินผิดกฎหมายกว่า 4 ล้านเฮกตาร์ คุมเข้มเหมือง-ปาล์มน้ำมัน
รัฐบาล "อินโดนีเซีย" เดินหน้าปราบปรามการใช้ทรัพยากรผิดกฎหมาย ยึดคืนที่ดินมูลค่า 1.5 แสนล้านรูเปียห์ พร้อมโอนบางส่วนให้รัฐและฟื้นฟูระบบนิเวศ
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 16.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินโดนีเซียได้ยึดคืนที่ดินมากกว่า 4 ล้านเฮกตาร์ ที่ทางการระบุว่าถูกใช้ประโยชน์อย่างผิดกฎหมายในกิจกรรมเหมืองแร่ ปาล์มน้ำมัน และป่าไม้ บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้เมื่อต้นเดือนนี้ ท่ามกลางการเดินหน้าปราบปรามการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ตัวเลขดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย ST Burhanuddin อัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย ในพิธีส่งมอบที่ดิน ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่าที่ดินและสวนปาล์มน้ำมันที่ถูกยึดมีมูลค่ารวมมากกว่า 150 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การยึดคืนที่ดินครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของประธานาธิบดี Prabowo Subianto ที่มุ่งเข้มงวดการกำกับดูแลอุตสาหกรรมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐจากอุตสาหกรรมที่ทำกำไรสูง เช่น เหมืองแร่และสวนปาล์มน้ำมัน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างในการยกระดับธรรมาภิบาลในภาคเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมรับมือความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมาย
ประธานาธิบดีปราโบโว ว่า “ผมมีความสุขในวันนี้ …แม้ภาระงานยังหนักอยู่ แต่ผมมีสัญชาตญาณแรงกล้าว่าในปี 2569 เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างเด็ดขาดยิ่งกว่านี้”
รัฐบาลอินโดนีเซียได้โอนการควบคุมที่ดินกว่า 2.4 ล้านเฮกตาร์ ให้กับหน่วยงานรัฐและกระทรวงที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยในจำนวนนี้รวมถึงสวนปาล์มน้ำมัน 1.7 ล้านเฮกตาร์ ที่ส่งมอบให้กับรัฐวิสาหกิจ PT Agrinas Palma Nusantara ขณะที่พื้นที่มากกว่า 700,000 เฮกตาร์ ถูกจัดสรรเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศและการปลูกป่าทดแทน ตามคำกล่าวของอัยการสูงสุด
นอกจากนี้ทางการยังสามารถจัดเก็บค่าปรับจากการใช้ที่ดินผิดกฎหมายได้แล้ว 2.3 ล้านล้านรูเปียห์ ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถกู้คืนเงินของรัฐเพิ่มเติมอีก 4.3 ล้านล้านรูเปียห์ จากคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับภาคทรัพยากรธรรมชาติ
อ้างอิง : www.bloomberg.com