แม่น้ำหนึ่ง เผยชีวิตพลิกด้วยสองมือ ลั่นหนีหนี้ได้แต่ตัว หนีเวรกรรมไม่ได้
เปิดเรื่องราวชีวิตของ แม่น้ำหนึ่ง ภิรดา ธนโชติจินดา ที่ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักมากมายขนาดนี้ เธอผ่านมาหลายอุปสรรคในชีวิต ครั้นเธอเล่าว่า เคยต้องอุ้มท้องหนีเจ้าหนี้จากการเล่นพนัน ก่อนที่โชคชะตาของเธอจะพลิกพันครั้งใหญ่ มีโอกาสในการขายของออนไลน์จนกลายเป็นที่รู้จักวงกว้างในฐานะ เจ้าแม่ใบ้หวย ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ พาเธอเปลี่ยนชีวิตและย้ำกับตัวเองว่า จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนัน
แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น เส้นทางแต่ละสายกว่าที่เธอจะลบคำสบประมาท และเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แม่น้ำหนึ่งได้มาเล่าเปิดใจ ผ่านรายการ เลี้ยงชีพ แบบหหมดเปลือกทุกประเด็นค่ะ
เริ่มแรกพี่โกบอย พิธีกร ขอให้แม่น้ำหนึ่งเล่าถึงความรักของตนเอง ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง …
“ เรื่องความรัก มันเป็นเรื่องที่เราขอให้เขาปรับ แล้วมันปรับไม่ได้ ก็คือมันเป็นเรื่องใหญ่ คือเป็นเรื่องของเงิน เราเหนื่อยแล้ว เราหมดไปเป็น 100(ล้าน)
ถ้าให้พูดตรงๆ เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่รูปลักษณ์ไม่ได้ดี เพราะฉะนั้นว่าที่หนูมีเงินเข้ามา แน่นอนว่าผู้ชายจะเข้ามาในชีวิตเราด้วยเงิน ส่วนใหญ่
แต่บอกก่อนว่า ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องผู้ชายอย่างเดียว ครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือคอนแทค คอนเน็คชั่นต่างๆนานา มันมีคำว่าเงิน มาเป็นปัจจัยหลัก ”
ทางพิธีกรได้ถามต่อทันทีว่า เมื่อก่อนจำได้ แม่น้ำหนึ่ง เคยเล่าไว้ถึง ชีวิตเมื่อก่อนของตนเองลำบากมาก โดยเฉพาะที่บ้าน ตอนนี้ที่บ้านทำอะไร?
“ ต้นตระกูลไม่ได้เป็นคนรวย คุณตาเป็นลิเก แต่พ่อค่อนข้างมีฐานะ แต่ด้วยความที่เลิกกับแม่ หนูเลยต้องมาอยู่กับพ่อเลี้ยง บ้านตอนเด็กๆที่เคยอยู่ถ้าฝนตก ต้องเอากาละมังไปรองน้ำฝน ได้ค่าขนมไปโรงเรียนวันละ 5 บาท เสาร์อาทิตย์ต้องรับจ้างเก็บพริก เด็ดพริก ล้างจาน รับจ้างทำขนม ทำอาชีพมาแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แม่ค้า รับจ้างขายของขายโทรศัพท์มือถือ เป็นนักร้อง เป็นแดนซ์เซอร์ ทำมาหลายอย่างจริงๆค่ะ ในตอนนั้นคือ หากินไปวันๆ
14-15 ปี ตอนนั้นหนูทำงานแล้ว เป็นเด็กเสิร์ฟเพราะว่าเพื่อน ก็เลยเป็นจุดที่เราได้ออก เราทำงานแล้วเรากินเหล้า ไม่เรียนแล้ว ทำงานอย่างเดียว มันหาเงินได้แต่มันหาได้เพื่อกินสนุกในชีวิตที่เป็นวัยรุ่น ไม่ได้เก็บ ไม่ได้สร้าง ”
“ หลังจากนั้นก็เริ่มธุรกิจไลฟ์ขายของ บราปีกนก จากตอนแรกขายไม่ได้เลย จนไม่ยอมแพ้ไลฟ์มาเรื่อยๆจนเป็นที่รู้จัก คนดูเป็นหมื่นคน ขายได้วันละ 4-5 พันออเดอร์ ทีนี้เราก็เอาเงินไปจ่ายหนี้ ทั้งแม่และเรา ติดแบล็คลิสต์ และมันจะมีช่วงหนึ่ง ที่ชีวิตเราพุ่งมากๆ ก็เลยเล่นแชร์ ตอนนั้นเราเล่นหลายมือมาก จนวันหนึ่งเราส่งไม่ได้ และปิดเฟซบุ๊กหนี สุดท้ายชีวิตอยู่กับคำสาปแช่ง ”
“ เลยตัดสินใจเปิดเฟซบุ๊กกลับมา ทักหาเจ้าหนี้บอกเขาว่า เราจะใช้หนี้จนกว่าจะหมด ด้วยเงินทุกบาทที่หนูขายของมา ตอนนั้นหนี้เป็นหลายแสนบาท ในยุคสมัยนั้น ต้องบอกเลยว่า หลักแสนคือมันเยอะมาก และมันมีดอกด้วย อันนี้หนูอยากบอกเลยว่า คนเป็นหนี้ มึงหนีไป มึงหนีได้แต่ตัว มันหนีเวรกรรมไม่ได้ มึงต้องใช้ ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า ”
“ หลังจากที่เราตัดสินใจเปิดเฟซบุ๊ก และทักหาเจ้าหนี้ เขาให้โอกาสเรา หนูขายของได้ 1 พัน หนูใช้หนี้เขา 800 บาท อีก 200 หนูซื้อข้าวกินกับแม่ หนูทำแบบนี้ทุกวัน จนหนูใช้หนี้หมด หนูถึงกล้ามาใช้ชีวิต และหลังจากนั้นหนูเลิกเลย ไม่เล่นแชร์ หนูไม่เอา ใช้เวลา 6 เดือนในการใช้หนี้ ”
มาถึงเรื่องจุดเริ่มต้นของวงการ การให้หวย ให้เลขได้ยังไง?
“ ตอนนั้นหนูท้องลูกคนโตแล้ว ลูกคนโตไม่เคยถูกหวยเลย แต่เป็นคนชอบเล่นหวยนะ เล่นหวยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มาถึงตอนที่ท้องลูกคนที่สอง ตอนก่อนที่เราจะท้องคนที่สองนี้ ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาขออยู่ด้วย มัดแกะสองข้าง เขาก็พูดว่า แม่หนูขออยู่ด้วย เราก็ตอบว่า ไม่ๆๆอยู่ไม่ได้ ไม่มีตังค์เลี้ยง เขาก็ตอบมาว่า งั้นเดี๋ยวหนูให้โชค เขาก้เอาเหมือนหมึกอะไรสักอย่าง มาเขียนที่มือเรา 3 ตัว จากฝันตื่นขึ้นมา เราก็ไลฟ์ขายของปกติ มีคนหนึ่งในไลฟ์ถามเราว่า แม่ พรุ่งนี้หวยออกซื้ออะไรดี
เราก็ตอบกลับไปว่า เมื่อคืนฝันว่าเขาให้เลขนี้มา สรุปออก 3 ตัวตรงเป๊ะ ทำไมตอนนั้นในเดือนนั้น เราขายบราได้เกือบแสนตัว จากแค่ที่เราให้หวยแค่ครั้งเดียว เราก็ตกใจว่า เอ้ย เกิดอะไรขึ้น และหลังจากที่เราฝัน 2 อาทิตย์ หนูตรวจแล้วรู้ว่าท้อง ”
“ หลังจากนั้นก็ให้ติดต่อกันมา 12 งวดติด คนดูไลฟ์ 5 แสนกว่าคน เพื่อจะรอให้เราบอกเลข บอกปุ๊บอั้นปั๊บ ช่วงนั้นมีอิทธิพลมากในการบอกเลข หนูดังในช่วงปี 62 แล้วก็มีให้คนบูชาปี่เซียะ ก็เลยมีตังค์ มีคนหนึ่งมาแนะนำบอกเราว่า บูชาปี่เซียะไหม เพราะเห็นเราชอบสายมู เราเลยเอามา 2 เส้น วันแรกที่เอามา ไลฟ์ขายของปกติ จากขายของได้วันละไม่ถึง 1 พัน แต่วันแรกได้กำไร 3 พันกว่า หนูเชื่อเลย ไหว้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ที่ไหนมีปี่เซียะหนูไปไหว้ เพราะหนูเชื่อมาก ”
“ ตอนนั้นมีช่วงที่หนูขายปี่เซียะวันเดียวได้ 6 ล้านบาท เพราะจากอิทธิพลที่หนูให้เลขพวกเขา
จริงๆหนูก็เลยใช้คำว่า คนไทยอยู่กับความเชื่อ และมันไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นทั่วโลกอยู่กับความเชื่อ อยู่ที่ว่าใครจะเชื่ออะไร หนูมองว่าวัตถุมงคลคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อมีแล้วเขาคิดว่ามันจะดีขึ้น เขาก็อยากที่จะมีมัน ยกตัวอย่าง เหมือนวันนี้เราไม่มีแพชชั่นในการทำงาน แต่เจ้านายมาบอกว่า ถ้าเราไปทำงานแล้วเราจะได้โบนัส ก็เหมือนกันกับเครื่องราง เขาคิดว่าใส่แล้วมันจะดี ไม่มีใครเครื่องรางแล้วนอนอยู่บ้านแล้วรวย
และถ้าถามว่า การเล่นหวยมันทำให้คนรวย 100% ไหม ตอบเลย ไม่ ไม่มีเจ้ามือคนไหนที่เขายอมให้ตลอด แต่ยอมรับว่าหนูล้มเจ้ามือจริงตอนปี 64 หนูล้มไปหลายเจ้า ”
พิธีกรจึงถาม แม่น้ำหนึ่ง ต่อทันทีว่า แล้วตอนนั้น เราโดนอะไรบ้าง จากการที่ไปล้มเจ้ามือ?
“ โดนเยอะ โดนลอบยิง จริงๆตอนนั้นหนูก็มีคนดูแล และโดนแม้กระทั่งอุ้มหนูเข้าไปคุย ว่าจะหยุดให้ได้ไหม? เขาให้เงินหนูเท่านี้ ให้หนูหยุดให้ ขอเสนอมา 100 ล้าน แต่หนูไม่เอา ที่หนูไม่เอาเพราะว่าตอนนั้นหนูรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง รักคนติดตาม รู้สึกแฮปปี้เวลาที่เขาถูกหวยแล้วเขามาขอบคุณเรา ชาวบ้านตาสีตาสา ที่หนูได้รับความรู้สึกตรงนั้น ”
“ และหลังจากนั้นที่หนูไม่ได้รับข้อเสนอมันมีผลตามมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่เราไม่ได้ทำผิด เขาก็จะพยายามให้เราทำผิด ณ ตอนนั้น แต่หนูผ่านตรงนั้นมาได้ เพราะผู้ใหญ่ที่น่ารักท่านหนึ่ง ขอไม่บอกว่าเป็นใคร เข้ามาช่วยหนูโดยที่ไม่หวังอะไรเลย ปกป้องหนูจากคนไม่ดีทุกคน
เคยมีตำรวจลงที่บ้านหนู 20 กว่าคน หนูบอกว่า เอาบัญชีภาษษีมาให้เขาดู ตรวจสอบได้หมดเลย เพราะว่าเงินมาจากที่หนูขายของในไลฟ์ ถึงแม้จะมีคนพยายามเลื่อยขาเก้าอี้ มันไม่มีใครน่ากลัวเท่าคนในวงการเดียวกัน มีการขับรถตาม แล้วก็ยิงขู่ ”
ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ตอนที่มีคนมายื่นข้อเสนอให้ตอนนั้น 100 ล้าน แล้วเราไม่รับ เขาทำอะไรกับเราบ้าง?
“ เขาปิดเพจหนู หนูโดนปิดเพจล้านคนไป 3 เพจ และพวกเขาก็ปลอมเฟซบุ๊กหนู ปลอมเพจหนูขึ้นมา สร้างความปั่นป่วน
หนูมีครูบาอาจารย์ที่หนูนับถือมาก เขาบอกหนูว่า ถ้ามึงอยากให้หวยเข้า มึงต้องห้ามเล่น ในปี 63 หนูเล่นทั้งปีเลย เริ่มมาไม่เล่นช่วงปลายปี เพราะเลขเข้า พอปี 64 หนูไม่เล่นเลยทั้งปี เลขก็เข้าทั้งปี ”
“ พูดถึงเรื่องเงิน 100 ล้าน เป็นช่วงที่เข้า 12 งวด เราก็ใช้ชีวิตปกติเลย ทำงาน ผอมแห้งแรงน้อย ไม่มีเวลากินข้าว ไลฟ์ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง ตี 2 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ที่หนูทำธุรกิจออนไลน์มา หนูไม่เคยพักเลย ไม่เคยพักสักวันเดียว ทำแพ็คของเอง ทำทุกอย่างเอง ตอบลูกค้า ขับรถไปส่งของ โดยที่มีลูกน้องเป็นตัวช่วย แต่ตอนนี้ลดลง เพราะอยากใช้ชีวิต เพราะเงินที่หามาได้ไม่ได้ใช้เอง ทุกคนใช้…
หนูเป็นคนที่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ครอบครัว คนรัก แม่ อยากได้อะไรหนูให้หมดเลย อยากได้อะไรเอา จ่าย ไม่ได้วางแผนเรื่องการเงิน มันหามาง่าย และคิดว่าจะหาได้แบบนั้นตลอด ทุกวันนี้เงินไม่ได้หาได้เท่าเดิม ตอนนี้ให้เงินแม่ลดลง ตามความดื้อ ”
ทั้งนี้ พี่โกบอย บอกว่า แม่น้ำหนึ่งเคยเล่าว่า หนูให้ผู้ชายมาดูแลแม่ มาเปย์แม่ มาอยู่แม่ต้องการอะไร จ้างมา7-8 หมื่น เป็นแสนก็มี ซึ่ง แม่น้ำหนึ่งได้เล่าเสริมว่า
“ แต่ว่าผู้ชายก่อนหน้านี้ ที่เป็นประเด็นแล้วคนในโซเชียลรู้ คนนั้นได้ไปหลายล้าน ก็ได้พวกบ้าน รถ ที่ดิน แม่จัดให้หมด แม่หลงเขา ”
มาถึงเรื่องในปัจจุบัน ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ ชีวิตสดใสดี เลิกกันมาพักหนึ่ง จริงๆมันมีปัญหากันมานานแล้ว เรื่องเงิน ตอนนี้ตัดขาดเลย เขายังรู้สึกว่าเราคือผู้มีพระคุณเขา เขายังรักและเคารพเรา เขาพูดกับเราว่า คนที่เข้ามาในชีวิตเขา ก็ต้องยอมให้เรา
สำหรับหนู คนบอกว่า ทำไมมาเลี้ยงลูกเองไปให้มันทำไมเดือนละแสน หนูไม่มีเวลาเลี้ยงลูก สุดท้ายหนูต้องจ้างพี่เลี้ยง แต่ลูกหนูอยากได้คสามอบอุ่นจากพ่อ แล้วทำไมหนูต้องไปจ้างคนอื่นเลี้ยงล่ะ
อย่างลูกหนูคนโต เขาเข้าใจ คุณแม่เลิกเพราะอะไร อธิบายเขา แม่เลิกเพราะลูกนะ แม่อยากเก็บเงินที่แม่มีไว้ให้ลูกนะ แม่ไม่อยากหมดไปกับใครแล้ว ”
มุมมองชีวิตเปลี่ยนไป โตขึ้น อยากใช้ชีวิต อยากมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยทำ ซึ่งความสุขของหนูตอนนี้คือ เที่ยว ได้เจอสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ หนูขอพักแค่ปีนี้ จริงๆคนมาถามว่า ทำไมไม่กลับมาไลฟ์ หนูก็บอกว่า ขอเวลาให้หนูได้พักบ้าง หนูหนักมาหลายเรื่อง ความรัก ครอบครัว ความพอใจของหนูคือ การเลี้ยงลูกอย่างดี ลูกอยากได้อะไรได้เลย
เครดิตรายการ : เลี้ยงชีพ