สภาพัฒน์ เผยบ้าน-คอนโดต่ำล้าน ถูกยึดและขายทอดตลาดพุ่ง 210%
หนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/2568 ลดลงอยู่ที่ 16.31 ล้านบาท แต่สินเชื่อ NPLs เพิ่ม 9.11% สภาพัฒน์ เผยสถิติบ้าน-คอนโดราคาต่ำกว่าล้าน แชมป์ถูกยึดและขายทอดตลาดพุ่ง 210%
น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) เปิดเผยว่ารายงานภาวะสังคมไตรมาส 2/2568 พบว่า หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ลดลง 0.3% จากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ เนื่องจากครัวเรือนมีคุณภาพสินเชื่อแย่ลง ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 86.8% จากไตรมาสแรก 87.1%
"ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 86% ของจีดีพี ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส แต่ถือว่าน้อยกว่าช่วงโควิด-19 ซึ่งเคยพุ่งถึง 94-95% โดยมาตรการล่าสุดของรัฐบาล อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ปัญหาที่พบคือ ประชาชนจำนวนมาก มาไม่ทัน มาร่วมไม่ครบ ทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย"
ขณะที่ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่า 1.24 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวม 9.11% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 8.78% และเพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนสินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน (SMLs) ต่อสินเชื่อรวมปรับลดลง จากมาตรการการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระยะถัดไปหนี้เสียอาจมีแนวโน้มลดลง
ส่วนการปล่อยสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน หรือการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy NoW Pay Later-BNPL) ไตรมาส 3/2568 ลดลง0.3% และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลกระทบจากอุทกภัยในขณะนี้ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสําคัญ แม้การประเมินความเสียหายจะบอกตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ รวมถึงมาตรการเยียวยา เพื่อรองรับผลกระทบจากอุทกภัย
“สภาพัฒน์ มีกรอบในการประเมินผลกระทบ หากเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อย จะกระทบจีดีพี 0.1% หรือราว 18,000 ล้านบาท หากกระทบเศรษฐกิจในระดับกลาง จะกระทบจีดีพี 0.13% หรือราว 23,000 ล้านบาท และหากกระทบต่อเศรษฐกิจมาก จะกระทบจีดีพีราว 0.16% หรือราว 29,000 ล้านบาท"
อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวัง ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน ซึ่งมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เนื่องจากปัจจุบันพบแนวโน้มที่อยู่อาศัยถูกยึดและขายทอดตลาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 210% เป็นยอดยึดทรัพย์บ้านและคอนโด โดยเฉพาะบ้านและคอนโดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท
น.ส.อ้อนฟ้า กล่าวว่า เนื่องจากสาเหตุของอัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งต้องเร่งให้มีการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนหรือหลังการบังคับคดี เพื่อลดผลกระทบต่อการสูญเสียที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ การเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บ้านก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี โดยปัจจุบันพบแนวโน้มที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องเร่งรัดให้มีการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนหรือหลังการบังคับคดี เพื่อลดผลกระทบต่อการสูญเสียที่อยู่อาศัย
การส่งเสริมการเข้าถึงมาตรการสินเชื่อของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกำหนดเงื่อนไขสินเชื่อที่ยืดหยุ่น ไม่สร้างภาระในระยะยาว ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือทันเวลาและลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
การประชาสัมพันธ์และติดตามโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" รวมทั้งหาแนวทางขยายให้ครอบคลุมลูกหนี้กลุ่ม Non-bank เพื่อให้เข้าถึงการแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาพัฒน์ เผยบ้าน-คอนโดต่ำล้าน ถูกยึดและขายทอดตลาดพุ่ง 210%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th