โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดไทม์ไลน์ บิ๊กโจ๊ก แฉแผนประทุษกรรม ใช้นอมินีกว้านซื้อทองหนัก 2 พันบาท

Khaosod

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 06.44 น.

ตำรวจไล่ไทม์ไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง แฉ พฤติกรรม ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันไม่มีการตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ใบเสร็จทองคำรัดตัวแน่น แผนประทุษกรรมบิ๊กโจ๊ก ใช้นอมินีกว้านซื้อทองรวมกว่า 2 พันบาท ไว้ใช้ติดสินบน

วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุตจริตและประพฤติมิชอบ แถลงข่าวกรณีที่มีผู้กล่าวหา ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด(ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานฯ โดยมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 6 ราย

สำหรับพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้นายสามารถ ส่งมอบทองคำ จำนวน 2 กล่อง รวมน้ำหนักทองคำ 246 บาททองคำให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ (ผู้กล่าวหา) เพื่อให้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง เพื่อจูงใจให้ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลรับผิดชอบสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกตกเป็นผู้ต้องหาซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ช่วยเหลือทางคดีให้มีมติไม่ชี้มูล ความผิดทางอาญาและวินัยโดยกำชับให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บันทึกวิดีโอขณะส่งมอบทองคำเก็บไว้

เปิดไทม์ไลน์พฤติกรรม ‘บิ๊กโจ๊ก’

ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง โดยผ่าน นาย ส. รปภ.ประจำตัว ที่ ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากที่ได้รับมอบทองคำแล้วในห้วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2567 กรรมการ ป.ป.ช. ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีไปชี้แจงข้อเท็จจริงและเร่งสอบกระบวนการสอบสวนและต่อมาคณะอนุกรรมการมีมติไม่ชี้มูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและได้ทำการส่งสำนวนดังกล่าวไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568

ก่อนแถลงข่าวคณะตำรวจได้เปิดคลิปหลักฐาน ที่เป็นภาพเหตุการณ์การส่งมอบทองคำระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับ นาย ส. โดยเริ่มจากเปิดให้เห็นทองแท่งในรถ ก่อนนำไปส่งมอบให้ และถ่ายภาพตามไปถึงรถคันดังกล่าวเคลื่อนตัวออกไป จากนั้น ได้เปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับ ผู้ต้องหารายอื่น ๆ ที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการรับสินบนทองคำ และ การพิจารณาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า หลักฐานการซื้อทองมีอย่างชัดเจน ทองคำแท่งชุดดังกล่าวมีความพิเศษทำให้ผู้ขายจำได้ว่าขายให้ผู้ต้องหาจริง ในการตรวจค้นจุดต้องสงสัยมีหลักฐานการซื้อทองที่กรณีการติดสินบนนำไปก่อเหตุชัดเจน อีกทั้งตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่าทองดังกล่าวที่ซื้ออยู่กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัว ของคณะกรรมการปปช อีกทางรถที่มารับก็คือรถประจำตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาจะต่อสู้คดีอย่างไรเป็นสิ่งในเรื่องกระบวนการถูกพิจารณาตามกระบวนการของศาลยุติธรรมอย่างไรก็ตามคดีสินบนทองคำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะพนักงานสอบสวนมาอย่างรอบคอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตรวจสอบข้อมูล ทั้งทางอิเล็กทรอนิกส์และทางกายภาพนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษการตรวจค้น คณะกรรมการซึ่งในที่สุดคดีสินบนก็ไปผูกพันกับคณะกรรมการขององค์กรอิสระ

คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผ่านการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนมาอย่างรอบคอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องเว็บพนันเครือข่ายมินนี่ เว็บพนันของพิมพ์วิไลที่นำไปสู่การออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และคดีการตกแต่งบัญชีทรัพย์สินของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเริ่มต้นมาจากการขายพระให้กับเซียนพระ มีค่านายหน้าส่วนนั้นมาถึง อดีต รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่นำไปซื้อปืนซึ่งปรากฎในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน คดีต่างๆ เดินทางมายาวนานมาก พยานหลักฐานมีจำนวนมาก

แฉแผนประทุษกรรม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขยายความในคดีสิบนทองคำเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้ตำรวจเอง พร้อมให้การยืนยันว่าได้รับคำสั่ง จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้นำทองคำแท่งไปส่งมอบตามสถานที่ที่มีการนัดหมาย เมื่อรับข้อมูลจากผู้กล่าวหาแล้วและได้ตรวจสอบย้อนไปถึงที่มาของทองคำ

ปรากฎว่าผู้ซื้อทองคำอยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เสนอให้สินบน กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งผู้ซื้อทองไม่ได้รู้จักส่วนตัวกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พนักงานสอบสวนมีการสอบถามพยานบุคคลเป็นจำนวนหลายปากที่อยู่ในเหตุการณ์ครบถ้วนแล้วทุกคนให้การสอดคล้องต้องกัน และสอดคล้องกับพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์คลิปภาพและคลิปเสียง

ในส่วนทองคำ 120 บาททองคำ ที่ตรวจค้นเจอที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่ง เป็นทองของร้านเดียวกันกับทองที่ส่งมอบเป็นสินบน แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าทองดังกล่าวคือทองสินบนที่รับคืนมาจากกรรมการป.ป.ช. หรือไม่

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยืนยันว่า ทอง 276 บาททองคำที่มอบให้กรรมการ ป.ป.ช. มีการซื้อจริงมีใบรับรองจริง แต่หลักฐานอยู่ในส่วนเดียวกับพยานหลักฐานใบเสร็จรับทอง 70 ใบที่มีการค้นเจอในที่ทำการของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่

มีการส่งตรวจคลิปวีดีโอบันทึกเสียงตามระเบียบเรียบร้อยแล้วตามขั้นตอน ก่อนจะตั้งคำถามว่าคลิปต่าง ๆ มีการตัดต่อหรือไม่ขอยืนยันอีกครั้งว่าทองชุด 246 บาทมีการซื้อ มีการส่งต่อให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และมีการส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนในวันที่มีการส่งมอบสินบนทองคำ พยานมีการยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ในรถที่มีการรับมอบทองคำไป

กรณีที่ผ่านมาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งอยู่ในชั้นการไต่สวนของ ป.ป.ช. และอาจได้รับผลกระทบจากต่อการดำเนินการ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าตำรวจพร้อมที่จะรับทุกสำนวนที่เกี่ยวข้องกับอดีตรองผบ. ตร.กลับมาดำเนินการ หาก ป.ป.ช. มีการส่งคืนมา

การที่วันนี้ (6 มกราคม) ผู้ถูกกล่าวหาส่วตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีคณะพนักงานสอบสวน ตนเองในฐานะตำรวจไม่ได้รู้สึกแปลกใจ กังวลใจเพราะการปฏิบัติหน้าที่นี้ขา 1 ข้างอยู่ในตารางอยู่แล้ว เราเพียงต้องเชื่อมั่นว่าเราทำคดีอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามการตัดสินผิดหรือถูกให้ไปอยู่ที่ศาลยุติธรรมไม่ใช่ศาลโซเชียล คนถูกพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม

สถานะของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าตำรวจไม่ได้เริ่มสืบสวนด้วยตนเอง เริ่มจากที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำหลักฐานสำคัญมาปรึกษาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้การในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการให้การนั้น ได้บอกถึงเหตุและผลที่ตนเองต้องไปทำเกิดจากความจำเป็น หลังจากที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำหลักฐานมาให้ตำรวจมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือจะมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนมาสู่สวนต่อและได้ข้อมูลพยานหลักฐานตามที่ แจ้งไว้

ฉะนั้นตามที่พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำข้อมูลมาให้ตรงกับพยานหลักฐาน พ.ต.อ.ภาคภูมิอยู่ในฐานะผู้กล่าวโทษตำรวจยังไม่เห็นเจตนาบ่งชี้ในการกระทำผิด ให้ต้องเป็นสถานะ ผู้ต้องหา เรื่องนี้ตนเชื่อว่าไม่ใช่ความแค้นส่วนตัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เรื่องนี้มีตัวอย่างคำพิพากษาระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้อำนาจหลายครั้ง ผู้ที่กระทำอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องกระทำ แม้จะไม่อยากกระทำ เพราะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้หากปฏิเสธจะเกิดผลร้ายกับตนเองจึงต้องจำยอม

อีกทั้ง ยืนยันว่า ผู้เข้ามาให้ข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งอดีตนายตำรวจติดตามพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกคนอยู่ภายใต้การกดทับ กลุ่มนี้จะได้รับความคุ้มครองเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ตำรวจมีหน้าที่ต้องคุ้มครองพยาน แต่ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆได้มากเพื่อความปลอดภัย และความรอบคอบของการดำเนินคดี

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา กรรมการ ป.ป.ช. ฐาน เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ,

เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือจะยอมรับทรัพย์สินหรือประชาชนอื่นไปสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างไรในตำแหน่งไม่ว่าการนำจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฯลฯ และ นายส. ในความผิดฐาน สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ฯลฯ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับพวกรวม 4 คน ความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อนจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่และร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดไทม์ไลน์ บิ๊กโจ๊ก แฉแผนประทุษกรรม ใช้นอมินีกว้านซื้อทองหนัก 2 พันบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...