โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไปรษณีย์ยุคใหม่ “มากกว่าขนส่ง” ไทย - ลาว จับมือยกศักยภาพ ลุยอีคอมเมิร์ซข้ามแดน

Thairath Money

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 11.06 น.
ภาพไฮไลต์

ไปรษณีย์ไทยสานต่อความสัมพันธ์กับไปรษณีย์ลาว เล็งยกระบบให้ไปรษณีย์ของทั้ง 2 ประเทศให้เป็นมากกว่าแค่ระบบขนส่ง ปูแผนเดินหน้าหนุนตลาดอีคอมเมิร์ซและการค้าระหว่างประเทศไทยและลาวที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดดิจิทัลในระดับภูมิภาค เร่งเสริมศักยภาพกันและกัน ตั้งเป้าดันให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลจากความร่วมมือครั้งนี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2025 ผู้บริหารจากไปรษณีย์ไทย นำโดย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือกับไปรษณีย์ลาว โดยมี ฤทธิกร ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด เข้าร่วมลงนามครั้งนี้

ตลอดปีที่ผ่านมา มาตรการภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไปรษณีย์ของทั้งสองประเทศ อย่างฝั่งของไปรษณีย์ไทยประสบปัญหารายได้ระหว่างประเทศลดลงที่ประมาณ 10% (คิดเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท) ในขณะที่ฝั่งลาวที่ต้องรับภาษี 40% การยกเลิกการลดหย่อนภาษีพัสดุที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ของไปรษณีย์ลาว เนื่องจากรายได้จากการส่งพัสดุไปสหรัฐฯ เคยคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของรายได้ระหว่างประเทศทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ได้อธิบายถึงแนวโน้มที่ดีของไปรษณีย์ไทยว่า “แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างภาษีทรัมป์เข้ามา แต่ไปรษณีย์ไทยยังคงมีรายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2025 นี้อยู่ที่กว่า 16,860 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน”

“และแม้ว่ารายได้ระหว่างประเทศจะลดลงประมาณ 10% การเติบโตในธุรกิจ ทั้งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และอื่น ๆ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับคุณภาพบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปและยังคงทำภาพรวมให้เติบโตได้” ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นแรงกดดันให้วงการขนส่ง คือ การขยายตัวของธุรกิจสตาร์ทอัพโลจิสติกส์ที่แผ่ขยายบริการออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทย แต่ประเทศลาวก็ได้รับทราบแรงกระเพื่อมด้านนี้เช่นกัน เนื่องจากการเติบโตของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ความหลากหลายของช่องทางการช้อปของผู้บริโภค และแต่ละช่องทางยังมีระบบขนส่งที่แตกต่างกันออกไปอีก

ไปรษณีย์ไทยปั้นขาเทค ทำ Digital Transformation เต็มกำลัง

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในตลาด ไปรษณีย์ไทยตระหนักว่าการเป็นแค่ “ผู้ขนส่ง” จะทำให้ธุรกิจลำบากในอนาคต จึงกำลังเปลี่ยนทรัพยากรที่มีในองค์กรให้เป็นเครือข่าย หรือ Network และก้าวไปสู่การเป็น “Information Logistics” โดยมีโครงการสำคัญในปี 2026 ดังนี้

  • เตรียมเปิดตัว “Super App” รวมครบทุกฟีเจอร์เป็นทัชพอยต์เดียว จากเดิมที่ไปรษณีย์ไทยเคยมี 4-5 แอปฯ ทุกอย่างจะมารวมไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน ทั้งการ Tracking ติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแผนที่ การบริหารจัดการพัสดุเปลี่ยนจุดรับ/ส่งของในวันรับของ และการใช้เบอร์ ID แทนที่อยู่ทั้งหมด

  • ใช้ Gen AI เพิ่มประสิทธิภาพบริการ ปัจจุบันนี้เราสามารถติดตามพัสดุผ่าน Agent บน ChatGPT ได้แล้วและก่อนสิ้นปีนี้ไปรษณีย์ไทยจะเปิดให้ใช้งานได้ผ่าน Gemini ด้วยเช่นกัน โดย AI จะดึงข้อมูลจากระบบแบบเรียลไทม์ของไปรษณีย์มานำเสนอให้ผู้ใช้เลย

  • ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพคน จะมีการเพิ่มบุรุษไปรษณีย์ AI หรือ AI พี่ไรเดอร์ที่ชื่อว่า “พี่ไปร” เป็นบุรุษไปรษณีย์เสมือนจริง เพื่อเป็นทัชพอยต์ในการสอบถามข้อมูลติดตามพัสดุ โดยไม่ต้องโทรหาคอลเซ็นเตอร์ และภายในองค์กรเองจะมี AI ที่ชื่อว่า “น้องณีย์” ช่วยพนักงานไปรษณีย์และคอลเซ็นเตอร์ในการเข้าถึง Knowledge Management (KM) หรือกฎระเบียบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีแผนที่จะยกระดับองค์กรด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างชัดเจน เพื่อเป็น “การปรับตัวเพื่อให้สามารถเข้าถึงและให้บริการผู้ขายในทุกช่องทางได้ ไม่เช่นนั้นผู้ขายอาจเปลี่ยนไปใช้บริการขนส่งอื่น ๆ ตามที่แพลตฟอร์มกำหนด” ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กล่าว

ในปี 2025 ที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทยได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท และมีแผนที่จะเปิด PPP (Public Private Partnership) และตั้งบริษัทร่วมทุนหรือเข้าลงทุนในบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอีโคซิสเต็มด้านเทคโนโลยีและโลจิสติกส์ของไปรษณีย์ไทย ยกตัวอย่างเช่น Smart Logistics, Smart Branch ในรูปแบบของ JV เพื่อสร้าง Technology Engine

พร้อมกันนี้ ความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยและลาว คือ อีกหนึ่งเครื่องมือที่จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดขนส่งได้มากขึ้น โดยการเปิดให้มีการซื้อขายและส่งสินค้าข้ามพรมแดนจะยังช่วยด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เนื่องจากชาวลาวเองก็มีการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันลาวมีการประมาณมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ (โดยรวมของทุกแพลตฟอร์ม) อยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี

แผนสำคัญ “ไปรษณีย์ไทย-ลาว” จะทำอะไรบ้าง?

ผู้บริหารทั้งสองได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์พิเศษระหว่างลาวและไทย และระบุว่าการพบปะในครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นประเพณีที่ไปรษณีย์ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสืบสานมาอย่างยาวนาน แม้จะเคยมีช่วงที่เว้นว่างไปเกือบ 10 ปี แต่ความร่วมมือยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง

ทั้งนี้ การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจของทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น เล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาความร่วมมือให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยจะปรับการดำเนินงานผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลและการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน กลยุทธ์ดังกล่าวประกอบไปด้วย

  • ยกระดับระบบขนส่งไปรษณีย์ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย โดยจะใช้ระบบส่งต่อถุงไปรษณีย์แบบปิดและแบบเปิด ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้น (รถและราง) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของการขนส่งไปรษณีย์ เปิดบริการ EMS ข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว และเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจปล่อยสินค้า

  • พัฒนาบริการอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนให้ไร้รอยต่อ ให้บริการ ePackage และ COD (เก็บเงินปลายทาง) ส่งของจากไทยไปลาว เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เชื่อมโยงสู่ตลาดภูมิภาคได้ง่ายขึ้น โดยจะเริ่ม COD ระยะแรกในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะเป็นการส่งสินค้าจากไทยมาลาว และมีการยกเว้นค่าธรรมเนียม 3% จนถึงกลางปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอีคอมเมิร์ซได้อย่างมาก

  • เสริมศักยภาพทางการเงินดิจิทัล พัฒนา e-Wallet และช่องทางชำระเงินรูปแบบใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ พร้อมต่ออายุความร่วมมือแบบ Exclusive กับ Western Union สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศที่ปลอดภัย โปร่งใส และทันสมัยแก่ผู้ใช้บริการ

  • สร้างภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมร่วมกัน ความร่วมมือด้านการไปรษณียากร สร้างเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและวัฒนธรรม โดยจะมีการจัดทำตราไปรษณียากรออกร่วมกัน (Joint Stamp Issue) ในชื่อชุด “พญานาค” ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนทั้งสองประเทศให้ความเคารพนับถือ

  • พัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอบรมในรูปแบบ Onsite และ Virtual Learning ระหว่างบุคลากรไปรษณีย์ไทย-ลาว เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการของทั้งสององค์กร

ฤทธิกร ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือระหว่างไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ลาวในการประชุมความร่วมมือด้านไปรษณีย์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 29 เป้าหมายของทั้งสองคือ ไม่เพียงเป็นการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศแต่ยังเป็นการวางรากฐานสนับสนุนด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”

“และยังเป็นการต่อยอดสู่ความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจ เพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลและการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งทั้งสองฝ่ายอาจจะมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบร่วมกันในอนาคต” ฤทธิกร ภูมิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไปรษณีย์ยุคใหม่ “มากกว่าขนส่ง” ไทย - ลาว จับมือยกศักยภาพ ลุยอีคอมเมิร์ซข้ามแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...