โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โชเฟอร์แท็กซี่โต้ตำรวจด่านกำแพงแสน ยันถูกผลักล้ม แจ้งความเอาผิดแล้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 2 มกราคม 2569 เวลา 7.08 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เหตุคลิปโต้เถียงหน้าด่านตรวจ สภ.กำแพงแสน กลายเป็นกระแสถกเถียง ตำรวจยืนยันเพียงเชิญให้หลบไม่กีดขวางการจราจร ขณะที่โชเฟอร์แท็กซี่ย้ำถูกดันจนล้ม ขาพลิก ต้องฉีดยา เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว พร้อมขอความเป็นธรรมจากสังคม

จากกรณีโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 68 บริเวณด่านตรวจของ สภ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยปรากฏภาพคนขับรถแท็กซี่ไลฟ์สดขณะโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะเกิดเหตุชุลมุนและคนขับแท็กซี่ล้มลง พร้อมกล่าวอ้างว่าถูกตำรวจผลัก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ต่อมา สภ.กำแพงแสน ได้ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 68 ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดกวดขันวินัยจราจรในช่วง “7 วันอันตราย” เทศกาลปีใหม่ 2569 โดยรถแท็กซี่คันดังกล่าวถูกเรียกตรวจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อเรียกให้จอดและตักเตือน ผู้ขับขี่กลับปฏิเสธข้อกล่าวหา ลงจากรถ และใช้โทรศัพท์มือถือไลฟ์สดในพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจกีดขวางการจราจรและการทำงานของตำรวจ

เจ้าหน้าที่จึงเชิญให้ย้ายไปยังบริเวณอื่น โดยยืนยันว่าเพียงเอื้อมมือแตะที่แขนเพื่อเชิญตัว ไม่ได้ใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ผู้ขับขี่กลับทิ้งตัวลงกับพื้น พร้อมกล่าวหาว่าถูกผลัก ซึ่งในจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดและพยานหลายรายยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ สภ.กำแพงแสน ระบุว่า การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 นายวินัย นึกมั่น อายุ 51 ปี คนขับแท็กซี่คู่กรณี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังขับรถกลับกรุงเทพฯ และยืนยันว่าคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา โดยให้เหตุผลว่าหากไม่คาด เข็มขัดจะมีเสียงเตือนดัง ขณะโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่และกำลังไลฟ์สด ตนถูกตำรวจใช้มือดันที่แขนอย่างแรงจนล้มลง ทำให้ขาขวาพลิก จึงปฏิเสธไม่รับใบสั่ง

นายวินัย ระบุอีกว่า ภายหลังได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกำแพงแสน แพทย์ยืนยันว่าขาพลิกจริงและได้ฉีดยาให้ ก่อนจะกลับมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาทำร้ายร่างกาย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้สร้างภาพหรือแสดงละครตามที่ถูกสังคมวิจารณ์ พร้อมขอความเห็นใจและความยุติธรรม โดยย้ำว่า “ความจริงก็คือความจริง”

"ผมขับแท็กซี่ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาทุกวันนี้ด้วยการรับ-ส่งผู้ที่จะไปสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง โดยไม่คิดค่าโดยสารรวมทั้งผู้โดยสารที่เจ็บป่วยและไปโรงพยาบาล ผมก็จะรับส่งฟรีโดยไม่คิด เงินแต่อย่างใด อยากขอความ ยุติธรรม และชี้แจงข้อเท็จจริงส่วนสังคมจะตัดสินอย่างไร ผมก็พร้อมและยอมรับคำวิจารณ์" แท็กซี่วัย 51 ปี กล่าว

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและคู่กรณีต่างยืนยันในข้อเท็จจริงของตนเอง ท่ามกลางกระแสจับตาของสังคมว่า ผลการตรวจสอบจะออกมาในทิศทางใด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...