โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” โทรหาผู้นำจีน-ญี่ปุ่นวันเดียวติด แต่ความขัดแย้งปมไต้หวันยังไร้ทางออก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 07.06 น.

จีนกดดันญี่ปุ่นหนักให้ถอยคำพูดเรื่องไต้หวัน ขณะเดียวกันสหรัฐยังไม่แสดงท่าทีชัด หลังนักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนหวังให้สหรัฐช่วยยับยั้งญี่ปุ่น

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.54 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การโทรศัพท์ติดต่อกันแบบต่อเนื่องระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับผู้นำญี่ปุ่นและจีน ยังไม่สามารถคลี่คลายความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นได้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน

ซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อวันอังคาร เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์ได้โทรคุยกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนก่อนหน้านั้น โดยทากาอิจิให้สัมภาษณ์หลังการสนทนาว่า ทั้งคู่ได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับจีน การโทรติดต่ออย่างต่อเนื่องครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดความขัดแย้งจากคำกล่าวของทากาอิจิเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับวิธีที่ญี่ปุ่นอาจตอบสนองต่อการโจมตีไต้หวันโดยจีน

ด้านสี จิ้นผิง ได้กดดันทรัมป์ในประเด็นไต้หวันระหว่างการสนทนาเมื่อวันจันทร์ โดยเรียกร้องให้สหรัฐมีบทบาทในการปกป้องระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตามคำบรรยายสรุปของกระทรวงการต่างประเทศจีน

อย่างไรก็ดีทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงไต้หวันในโพสต์บน Truth Social หลังการสนทนา โดยระบุเพียงว่าทั้งสองได้พูดคุยถึงสงครามในยูเครน เฟนทานิล ถั่วเหลือง และสินค้าเกษตรอื่น ๆ พร้อมเผยว่าเขาจะเดินทางเยือนจีนในเดือนเมษายน และสีจะเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการในปลายปี 2569

วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอังคารว่า สี จิ้นผิง เป็นฝ่ายร้องขอการสนทนากับทรัมป์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

แอนดี รอธแมน ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Sinology ชี้ว่าแถลงการณ์ของจีนเน้นย้ำประเด็นไต้หวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสีต้องการให้ทรัมป์ใช้ความสัมพันธ์กดดันทากาอิจิให้ลดน้ำเสียงเกี่ยวกับปัญหาข้ามช่องแคบไต้หวัน

จีนเรียกร้องให้ทากาอิจิถอนคำกล่าวเกี่ยวกับไต้หวัน แต่แม้ทากาอิจิจะกล่าวว่าเธอจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงสถานการณ์เฉพาะหน้าในอนาคต แต่ก็ยังไม่ได้ถอนคำพูดดังกล่าว

เดวิด โบลิง และเจเรมี ชาน นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ระบุว่า “ทากาอิจิไม่สามารถถอนคำพูดได้ และจีนรู้เรื่องนี้ดี ความผิดของทากาอิจิคือพูดอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทำให้จีนลงโทษเธอ… ตราบใดที่ทากาอิจิยังเป็นนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ก็ยากจะดีขึ้นมากนัก”

อลิซ ฮาน ผู้อำนวยการด้านจีนของ Greenvale ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Squawk Box Asia” ของ CNBC ว่า สี จิ้นผิง ให้ความสำคัญกับไต้หวันในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางการเมืองของเขา

ด้านฮานเสริมว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่เต็มใจที่จะเสียสละกำลังคนหรือทรัพยากรในประเด็นไต้หวันเหมือนผู้นำก่อนหน้า และเลือกให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมากกว่า

ทั้งนี้การที่จีนยื่นมือเข้าหาสหรัฐถือเป็นช่องทางการทูตที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยจีนหวังให้สหรัฐเข้ามาช่วยควบคุมความตึงเครียดกับญี่ปุ่น เนื่องจากจีนเองไม่เห็นประโยชน์จากการยกระดับความขัดแย้งอีกต่อไป ตามความเห็นของนักวิเคราะห์

เดนนิส ไวลเดอร์ นักวิชาการอาวุโสจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า “การนิ่งเงียบของทรัมป์ต่อความขัดแย้งจีน–ญี่ปุ่นต้องทำให้ไทเปและโตเกียวรู้สึกกังวล”

โดยจีนเริ่มใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อโตเกียว เช่น จำกัดการนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น และเรียกร้องให้ชาวจีนในญี่ปุ่นเพิ่มความระมัดระวัง

“หากจีนยกระดับไปสู่การบีบบังคับทางทหาร สหรัฐจะตอบโต้รุนแรงขึ้นมาก” ดรูว์ ทอมป์สัน นักวิชาการจากสถาบันวิจัย RSIS สิงคโปร์ระบุ

แม้แรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลมากมายที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะทางทหารนักวิเคราะห์จาก Eurasia Group ระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันทางทหาร ทำให้โอกาสของความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจระหว่างจีนและญี่ปุ่นยังคงต่ำ”

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ทวิภาคีอาจยังไม่ดีขึ้นในระยะสั้น โดยยกตัวอย่างการกดดันเกาหลีใต้และออสเตรเลียในอดีต ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีกว่าความตึงเครียดจะคลี่คลาย

ในปี 2560 เกาหลีใต้เคยเผชิญมาตรการตอบโต้จากจีน ทั้งการแบนทัวร์กรุ๊ป การคว่ำบาตรสินค้า และการจำกัดสื่อ K-pop หลังจากโซลตัดสินใจติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐ

เพียงหนึ่งวันหลังจากจีนออกคำเตือนการเดินทางไปญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีทากาอิจิได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปจีนเพื่อบรรเทาความตึงเครียด แต่การเยือนครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ

ทอมป์สันกล่าวสรุปว่า จีนส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่มีพื้นที่สำหรับการประนีประนอม และเราน่าจะต้องอยู่กับวิกฤตนี้ไปอีกระยะหนึ่ง

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...