โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปั่นกระแส ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ฝุ่นตลบ ตัวจริง-ตัวหลอก-ตัวประกอบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 02.09 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

สัญญาณแรง สัญญาณตรงจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หลังการประชุมกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

โดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนย้ายฐานการเมืองมาล่มหัวจมท้ายกับพรรคภูมิใจไทย ให้จับสัญญาณ 12 ธันวาคม อาจมีการ “ยุบสภา” หรือไม่

ตีคู่มากับความเคลื่อนไหว พรรคใหญ่-ตัวแปร เริ่มตั้งแต่พรรคประชาชนประกาศว่าจะเปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ และแคนดิเดตรัฐมนตรี ช่วงก่อนการเลือกตั้ง แต่เจอความเขี้ยวของพรรคภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ มากกว่าแค่ชื่อ “อนุทิน” เพื่อชิงกระแส เป็นผลให้สังคมหันมาจับตามองคน “แคนดิเดต” ที่จะมาเป็นนายกฯ คนที่ 33

แคนดิเดตนายกฯตัวแปร

พรรคภูมิใจไทย มีแคนดิเดตนายกฯเบอร์ 1 คือ “อนุทิน” ตั้งแต่การเลือกตั้ง 2 ครั้งล่าสุด ปี 2562 และ 2566 แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเลือกที่จะเติมอีก 2 ชื่อ โดย “อนุทิน” ประกาศแล้ว คือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง กับอีกคนที่กำลัง “ตื๊อ” คือ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์ 2 รัฐมนตรีคนนอกของรัฐบาลภูมิใจไทย

พรรคประชาชน ปรับแท็กติกเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เช่นกัน หลังจากการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ในนามพรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคก้าวไกล เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อเจออุบัติเหตุการเมืองจึงไม่เหลือใครให้ชิงเก้าอี้นายกฯ ดังนั้น เมื่อถึงคราวพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค จึงเป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์ 1 ส่วนเบอร์ 2 คือ ศิริกัญญา ตันสกุล และเบอร์ 3 คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

พรรคเพื่อไทย ยังอุบชื่อแคนดิเดตนายกฯ แต่มีการจับตาเรื่องคนในตระกูล “ชินวัตร” จะกลับมาได้รับการผลักดันเป็นแคนดิเดตนายกฯอีกหรือไม่ โดยผู้ที่เข้าข่ายคือ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยทักษิณ CEO SC Asset อีกคนหนึ่ง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ที่มียศทางวิชาการถึง “ศาสตราจารย์” ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ประกบกับอีกหนึ่งคนที่มีชื่ออยู่ในโผ คือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย

ซึ่งผิดฟอร์มจากพรรคเพื่อไทยจากเลือกตั้งปี 2566 ที่ “ปูเส้นทาง” แคนดิเดตนายกฯ มาตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” หรือแม้แต่ “เศรษฐา ทวีสิน”

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ แน่นอนว่า เบอร์ 1 คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่อีก 2 คน “หัวหน้ามาร์ค” ยังอุบชื่อไว้

โดมิโนอีเวนต์ชิงกระแส

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักรัฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญระบบการเลือกตั้งและพรรคการเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปรียบเทียบการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคการเมืองในเวลานี้ว่า คนสนใจความเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มจากพรรคเพื่อไทยเปิดตัวเร็ว ประกาศยกเครื่องพรรค จึงถูกโฟกัสว่า แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยคือใคร แต่เขายังกั๊กไม่เปิด แรงอยากรู้จึงพุ่งไปที่พรรคเพื่อไทยที่แรก

ส่วนตัวพรรคประชาชนก็ต้องการเลี้ยงกระแสด้วยส่วนหนึ่ง จึงคิดยุทธศาสตร์เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งการเลือกตั้ง 2566 มีปัญหาที่มีแคนดิเดตนายกฯ เพียงแค่คนเดียว และยังมีข้อสงสัยว่าสมมุติเป็นรัฐบาลจริงจะเป็นรัฐบาลได้เหรอ รวมถึงกระแสว่า เท้ง-ณัฐพงษ์ไหวไหมหากจะเป็นนายกฯ จึงต้องมีเคนดิเดตทั้ง 3 คน มาจากกระแสแบบนี้

และตัวกระตุ้นสำคัญมาจากพรรคภูมิใจไทย เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วดึงคนนอกมาเป็นรัฐมนตรี ทำให้สังคมรู้สึกว้าว…ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นพรรคประชาชน เปิดทั้งแคนดิเดตนายกฯ

“พอพรรคประชาชนประชาสัมพันธ์นาน แต่ภูมิใจไทยเก๋ากว่าชิงเปิดหน้าก่อน โดยที่ฝั่งพรรคประชาชนยังอยู่กับกระแสจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือไม่ยื่นอภิปราย เมื่อพรรคภูมิใจไทยรู้อยู่แล้วว่าพรรคประชาชนจะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จึงชิงเปิดหน้าเพื่อตัดกระแสพรรคประชาชน”

ทั้งพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศยกเครื่องพรรค พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ชิงจังหวะ “เล่นใหญ่” เปิดแคนดิเดตนายกฯ เกมการเมืองจึงส่งผลต่อเนื่องเป็นผีเสื้อขยับปีก

ประกอบกับก่อนหน้านี้ ที่ “แพทองธาร ชินวัตร” ถูกสอยลงจากตำแหน่งนายกฯ ทำให้การวาง “แคนดิเดตนายกฯ” เที่ยวนี้กลายเป็น “ยุทธศาสตร์” สำคัญ ว่าจะส่งใคร ส่งกี่คน เพราะอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

วิเคราะห์แคนดิเดต

ดร.สติธรวิเคราะห์ว่า พรรคภูมิใจไทย มีชื่อของอนุทิน เป็นเบอร์ 1 อยู่แล้ว ส่วนอีก 2 คน คือเอกนิติ กับศุภจี จะประกบเฉย ๆ และอาจไม่แน่ว่าสุดท้ายพอถึงช่วงเลือกตั้งจะเป็นสองคนนี้หรือไม่ เป็นเกมชิงไหวชิงพริบ ชิงความได้เปรียบ

“เรื่องแคนดิเดตจะกระทบกับคนเลือกตั้ง ก็ต้องรอใกล้เลือกตั้ง ถึงเวลาต้องมาปั้นกระแสกันใหม่อยู่ดี เหมือนหลายพรรคเปิดแคนดิเดตตอนนี้ อนาคตอาจเปลี่ยนใจได้ตราบใดยังไม่ส่งชื่อให้ กกต.”

“หลาย ๆ พรรครู้อยู่แล้วใครเป็นใคร ไม่ต้องเซอร์ไพรส์อะไรกัน พรรคที่ชัดก็ต้องหาจุดขายใหม่ ๆ บ้าง เช่น พรรคประชาชน เปลี่ยนแผน เพราะก่อนหน้านี้แคนดิเดตนายกฯถูกตัดสิทธิไป 2 คน มาครั้งนี้จึงส่ง 3 คน แต่คนที่เคยชัดก่อนใครเพื่อนคือ พรรคเพื่อไทย 2 ครั้งก่อน ตอนปี 2562 มีชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นอนมา พอเลือกตั้งปี 2566 ก็มีแพทองธาร มีเศรษฐา แต่รอบนี้ยังรอผัดหน้าผัดตากันอีก”

ดร.สติธรเคยวิเคราะห์ว่า พรรคเพื่อไทยอาจ “พลิก” สถานการณ์กลับเป็นผู้ชนะได้อีกครั้ง หากได้แคนดิเดตนายกฯที่สามารถเรียกกระแสได้ แต่นาทีนี้เขาเปลี่ยนความคิด

“ตอนนี้พรรคเพื่อไทยยวบยาบขนาดนี้ แต่กลายเป็นว่าชัดเจนน้อยที่สุด ชาวบ้านเปิดหมดแล้ว เพื่อไทยยังกั๊กอยู่เหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ แต่ประเมินตามยุทธศาสตร์ก็ต้องใช้คนในตระกูลชินวัตร เพื่อเรียกกระแส”

“หากใช้ชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ จาตุรนต์ ฉายแสง ก็ไม่ใช่ จะขายอย่างไร อย่างน้อยก็ต้องมีคนเรียกกระแสให้ได้ปาร์ตี้ลิสต์ 20-30 แต่ก็ไม่พ้นอยู่ในภาวะต่ำร้อย”

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ดร.สติธรมองแคนดิเดตนายกฯ ที่ชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะกลับมาเป็นความหวัง-ฟื้นพรรคได้หรือไม่ว่า ไม่มีผลอะไรมาก ได้แค่ความมั่นใจจากแฟนเก่า ๆ กลับมา และแสดงให้ชัดว่าไม่ได้เป็นพรรคประชาธิปัตย์ เหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น โอกาสของพรรคประชาธิปัตย์อาจกลับมาคล้าย ๆ เดิม แต่ก็ไม่ขนาดเรียกกระแสเพิ่ม เรียกคนเก่าเลี้ยวกลับมาได้ เช่น ไม่มีลุงตู่ใน กทม.ก็กลับมาเรียก อารมณ์นี้”

เกมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ยังมีอีกหลายตลบก่อนจะถึงวันที่แจ้งชื่อต่อ กกต.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปั่นกระแส ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ฝุ่นตลบ ตัวจริง-ตัวหลอก-ตัวประกอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...