เดิมพันเลือกตั้ง 69 ระเบิดเวลาป.ป.ช. สะสางบัญชีคดี 44 แม่ทัพขุนพลค่ายส้ม ทางออกประเทศหรือสงครามกลางเมือง
เดิมพันเลือกตั้ง 69 ระเบิดเวลาป.ป.ช. สะสางบัญชีคดี 44 แม่ทัพขุนพลค่ายส้ม ทางออกประเทศหรือสงครามกลางเมือง
วันที่ 27 ธ.ค. 68 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครสส.เป็นวันแรก บนกระแกการเมืองเริ่มจับขั้วตั้งรัฐบาลล่วงหน้ากันแล้ว ระหว่าง “มีเราไม่เทา” กับ “มีเราไม่มีเทา” บนความหวาดผวาของพรรคประชาชนที่สุ่มเสี่ยงถูกคดีจริยธรรม 44 อดีตสส. พรรคก้าวไกล ปัจจุบันขึ้นแทนแกนนำพรรคประชาชน กรณีเสนอแก้ไขมาตรา 112 กำลังกลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่บนกระดานอำนาจ เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เลื่อนชี้ชะตาจากปลายเดือนธันวาคม 2568 ออกไป หลังผู้ถูกกล่าวหางัดเทคนิคชิงความได้เปรียบ ร้องขอความเป็นธรรมจนส่อไทม์ไลน์ขยับออกไปกลางเดือนมกราคม 2569 หรือลากยาวข้ามช็อตไปหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นจังหวะวัดใจองค์กรอิสระต้องตัดสินตามหลักกฎหมาย ไม่เช่นนั้นอาจถูกกลายเป็นเหยื่อทางการเมือง โดนตีตราว่า มี “ใบสั่ง” สกัดค่ายส้ม
สงครามชิงเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองเปิดฉากขึ้น ค่ายส้มห่วงหน้าพะวงหลัง รับศึกนิติสงครามพร้อมวางยุทธศาสตร์ลุยสมรภูมิเลือกตั้ง หากดาบป.ป.ช.ฟันก่อนวันหย่อนบัตร ผลกระทบจะลามเป็นโดมิโน ตัดสิทธิแกนนำแถวหน้าจนต้องพลิกแผนส่งตัวำสำรองขึ้นคุมทัพ แต่ในวิกฤติกลับมีโอกาส เมื่อเสียงเรียกร้อง “เลือกเพราะถูกรังแก” อาจปลุกกระแสความโกรธแค้นของมวลชนให้กลายเป็นปรากฏการณ์ชนะถล่มทลาย เพราะต้านแรงอยุติธรรม
แต่หากมติถูกลากไปหลัง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ค่ายส้มจะจัดเต็มขุนพลใหญ่ลงขยี้บ้านใหญ่ในสมรภูมิเลือกตั้งอย่างเต็มสูบ ชัยชนะอันดับ 1 ส่อเป็นเพียงวิมานในอากาศ การจัดตั้งรัฐบาลต้องชะงักงัน เพราะถูกชี้มูลตามมาทีหลัง บีบสถานการณ์ให้เกิดสภาวะ “สุญญากาศทางการเมือง” ทันที เพราะสส.หรือว่าทีรัฐมนตรีที่เป็นสส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ กลายเป็นไม้ขีดไฟก้านเดียวที่จุดไฟลามทุ่ง เสี่ยงบ้านเมืองกลายเป็นวิกฤติศรัทธาจนไม่อาจควบคุมได้ เดิมพันด้วยความล่มสลายหรือก้าวใหม่ของประเทศไทย เมื่อศึกในส่อเค้าบานปลายเป็นสงครามกลางเมือง ท่ามกลางศึกนอกชายแดนไทย-กัมพูชายังกดดันซ้ำเติมบ้านเมือง