โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้นใหญ่ปันผลสนั่น PTTEP ยิลด์เฉียด 9%

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 20.00 น.

#หุ้นปันผล #ทันหุ้น – สำรวจหุ้นใหญ่ SET50พบยิลด์ปันผลสูงทะลุ 4% ถึง 25 บริษัท PTTEP แชมป์แจกยิลด์เฉียด 9% กลุ่มแบงก์เกือบทั้งหมดให้ยิลด์สูงกว่า 5%กูรูแนะกลยุทธ์เข้าหุ้นปันผลพร้อมคัดหุ้นเก็บ มองจังหวะสะสมช่วงต้นปีใหม่แล้วขายสงกรานต์ลุ้นผลตอบแทน สองเด้ง

ตลาดหุ้นที่ปรับตัวผันผวนลดลง ส่งผลให้หุ้นใหญ่ใน SET 50 มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (Dividend Yield) จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พบว่ามีหุ้นใหญ่จำนวนถึง 25 บริษัท ที่ให้ Dividend Yield สูงกว่า 4% ซึ่งมุมหนึ่งอาจจะเป็นโอกาสของสายชอบหุ้นปันผลที่จะเก็บหุ้นใหญ่ในช่วงยิลด์สูงเช่นนี้

สำหรับหุ้นใน SET 50 ที่ให้ยิลด์สูงสุด อันดับ 1 คือ PTTEP ที่ 8.79% อันดับ 2 คือ LH 8.33% ตามมาด้วย SCB 7.68% และ HMPRO 7.03% ส่วน TISCO ยังคงให้ยิลด์สูง 6.98% PTT 6.78% TTB 6.40% KBANK 6.13% KKP 6.09% BANPU 6.02%

ด้านกลุ่มที่ให้ยิลด์ในระดับเกิน 4% ขึ้นไป ประกอบด้วย WHA 5.96% TU 5.73% EGCO 5.70% TCAP 5.62% RATCH / TLI 5.52% TOP 5.39% KTB 5.24% BBL 5.03% BJC 4.97% KTC 4.93% CPF 4.79% IVL 4.61% CCET 4.52% COM7 4.23% จะสังเกตได้ว่า หุ้นปันผลในSET50 รอบนี้ ไม่ได้กระจุกแค่กลุ่มเดียว แต่กระจายตัวชัดในพลังงาน ธนาคาร และอสังหา

@ หุ้นปลอดภัย

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น”ว่า กลยุทธ์การลงทุนหุ้นในปีหน้าแนะนำให้เน้นการลงทุนในหุ้นปันผล เพราะมีความปลอดภัย จากดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 นั้นไซด์เวย์ในทิศทางขาลงทุน จากเกิดสุญญากาศทางนโยบาย เพราะรอการเลือกตั้ง และกว่าจะทราบผลใครเป็นนายกรัฐมนตรีประมาณเดือนพฤษภาคม และปัจจุบันหุ้นในตลาดหุ้นไทยมีการจ่ายเงินปันผลสูงมาก

ทั้งนี้ส่วนตัวแนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนที่จะมีการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2568 ที่จะประกาศในช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม โดยจะคัดเลือกหุ้นที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ราคาลงมากกว่านี้ และให้ผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์)เกิน 4% ขึ้นไป ได้แก่ SCB, KTB, TISCO, CPN, WHA

@แบงก์ปันผลดียาว

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในเชิงการลงทุนหุ้นไทยเพื่อคาดหวังปันผลสูงนักลงทุนควรพิจารณาหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลัก เนื่องจากส่วนใหญ่พื้นฐานแข็งแรงและปัจจุบันราคาบนกระดานเทียบกับอัตราปันผลถือว่าค่อนข้างง่ายที่จะหาผลตอบแทนระดับมากกว่า 5%

โดยประเมินหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะยังคงรักษาอัตราปันผลที่สูงอย่างสม่ำเสมอต่อไปในปีหน้า สืบเนื่องจากการจ่ายปันผลจะช่วยให้ Return on Equity หรือ ROE ของหุ้นสูงขึ้น เป็นผลดีต่อการประเมินมูลค่า

อีกประการพบว่าช่วงที่ผ่านมาหลายธนาคารมีโครงการการซื้อหุ้นคืนซึ่งจะช่วยให้ ROE ของหุ้นสูงขึ้นได้อีกทางเช่นกัน จึงเชื่อว่าอนาคตจะมีธนาคารที่ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนอีกเรื่อยๆ เพื่อดำรง ROE ให้อยู่ในระดับที่ดีต่อไปและจะยังคงมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับนักลงทุนที่นิยมปันผล

ในขณะที่ทิศทางผลประกอบการแข็งแรงแม้แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงจะเป็นปัจจัยเชิงลบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทำให้สินเชื่อไม่ได้เติบโตมาก ทว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยถือว่ามากพอจะเข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุนกำไร

@ สูตรเล่นหุ้นปันผล

อย่างไรก็ตาม เชิงกลยุทธ์การลงทุน แม้ตอนนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังเป็นกลุ่มที่ Valuation ยังไม่แพงมาก แต่จังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการพิจารณาทยอยเข้าสะสมคือต้นปีหน้า เพื่อหวังผลตอบแทน 2 ส่วน ได้แก่ 1. Capital Gain โดยเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะปรับตัวสูงขึ้นก่อนถึงช่วงการจ่ายปันผล 2. Dividend Income หรือ รายได้จากเงินปันผล ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลรอบหลักในช่วงหลังสงกรานต์

“ถ้าเล่นรอบปันผลก็ให้ทำช่วงต้นปี ด้วยจังหวะของการลงทุนเนี่ยเชื่อว่าเงินลงทุนที่ติดตามพวกหุ้นปันผลต่างๆ ก็จะพยายามสะสมหาหุ้นในช่วงมกราคม แล้วไปขายกันในช่วงประมาณเมษายน-พฤษภาคม อาจจะได้ สองเด้ง คือได้ทั้ง Capital Gain และได้จังหวะของตัวปันผลเข้ามาด้วยนะครับ และกลุ่มธนาคารก็ยังเป็นกลุ่มหนึ่งที่โดยเฉลี่ยของตัวปันผลไม่ต่ำกว่า 5% ขึ้นไป ตอนนี้หน้าหุ้นบ้านเรามีปันผลค่อนข้างเยอะมากๆ และก็เป็นหุ้นใหญ่ด้วย”

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ดาโอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มธนาคารยังถือเป็นหุ้นปันผลอัตราสูง อีกทั้งหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เช่น SCB และ KTB กำลังมีบทบาทสำคัญในการประคองตลาดหุ้นไทย โดยกลุ่มธนาคารรวมกันมีขนาดใหญ่พอที่จะเป็นแรงหนุนต่อตลาดเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของหุ้นตัวอื่นที่มีผลต่อ SET50

ส่วนประเด็นการลดดอกเบี้ยอาจทำให้กำไรหรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนักลงทุนเริ่มมองข้ามประเด็นนี้ไปแล้วในการตัดสินใจลงทุนในหุ้นธนาคาร เพราะเน้นไปที่ความจูงใจการจ่ายปันผลแทน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยมี Dividend Yield ระดับ 4.3% สูงกว่าหลายประเทศ (ดัชนี S&P500 อยู่ 1.2%) และการได้แรงหนุนจาก กนง. ลดดอกเบี้ย เหลือ 1.25% ทำให้ Dividend Yield GAP สูงขึ้นมาบริเวณ 3% เทียบเคียงปี 2559 และ 2565 ที่กระแสเงินลงทุนไหลเข้า จึงแนะนำหุ้นปันผลสูงที่ผู้บริหารซื้อคืนต่อเนื่อง CPF (อยู่ใน SET50) และ MAJOR (อยู่นอก SET50)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...