แคนดิเดตนายกฯ ปชป. ร่วมแถลงเปิด 27 นโยบาย ชู “ไทยหายจนด้วยคนทำเป็น”
“มาร์ค-กรณ์-การดี” แคนดิเดตนายกฯ ปชป. ร่วมแถลงเปิด 27 นโยบายพรรค ประชาธิปัตย์ ใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ชู “ไทยหายจนด้วยคนทำเป็น” ด้วย 27 นโยบายหลัก 27ด้าน ตรงเบอร์พรรค เลข27
วันที่ 29 ธ.ค. 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ 2รองหัวหน้าพรรค และเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ร่วมแถลงเปิดวิสัยทัศน์โดยนายกรณ์ กล่าวเปิดเวทีว่า พันธกิจและนโยบายที่พรรคปชป. จะใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ใต้สโลแกน “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ด้วย 27 นโยบาย ที่มั่นใจว่าจะมีโอกาสกลับนั่งทำเนียบรัฐบาลได้ โดยจะดัน จีดีพีโต 5% ภายใน 4 ปี เศรษฐกิจต้องดีขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ต้องกลับมาพุ่งทะยาน พร้อมชูนโยบายประกันรายได้ ที่ 10,000 บาท ปรับฐานเงินเดือน 40,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี / ออกสลากออมทรัพย์ เฮงได้ แห้วคืน จังหวัดละ 1 ล้านบาท ทั่วประเทศ/ ค่ารถไฟฟ้า+รถเมล์ สูงสุดเพียง 30 บาท / หนุนให้มีลูก รับ 60,000 บาท ตั้งแต่คลอด / ให้เบี้ยคนชรา 60 ปีรับ 1,000 บาททันที / เพิ่มเบี้ยผู้พิการ คูณ 2 จาก 800 เป็น 1,600 บาท / ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ พัฒนาระบบเตือนภัย
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้หลุดพ้นได้ด้วยการทำให้ไทยหายจน ซึ่งวิธีคิดในการออกแบบนโยบาย คือ
1.บ้านเมืองสุจริต เพราะการทุจริต ทำให้เราสิ้นเปลืองงบประมาณ แทบไม่มีประเทศไหนเจริญได้ ถ้าบ้านเมืองไม่สุจริต
2.เศรษฐกิจดี ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยโตเพียง 2 % ทำไมประเทศอื่นในอาเซียน โตเกิน 5% ได้หมด ถ้าวันนี้จีดีพีโต5% จะส่งผลให้รายได้ประเทศโตขึ้น 6 แสนล้านบาท ถ้ากระจายอย่างเท่าเทียมกัน คนไทยทุกคนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นบาท และรัฐก็สามารถเก็บภาษีได้เกือบแสนล้าน เพียงพอทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ประชาชนรอคอย ซึ่งเป้าหมายเศรษฐกิจดี จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
3.มีความยุติธรรม การบังคับกฏหมาย
4.เป็นผู้นำในภูมิภาค เราต้องทำให้ภูมิภาครวมตัวกันและมีอำนาจต่อรอง
“วันนี้ความจำเป็นในการเป็นผู้นำในภูมิภาคยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปัญหาในชีวิตคนไทยทุกคนวันนี้ ไม่ใช่จำกัดอยู่ในเขตแดนประเทศไทย สแกมเมอร์คนหลอกอาจอยู่นอกประเทศ การช่วยปราบปรามสิ่งเหล่านี้ทำโดยลำพังไม่ได้ ปัญหายาเสพติด ค้ามนุษย์ ข้ามพรมแดนทั้งสิ้น และที่ทุกวันนี้อย่างประเทศไทย หรือประเทศเพื่อนบ้าน ถูกกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ จากประเทศมหาอำนาจสหรัฐกับจีน ทำให้เราขยับอะไรได้น้อยมาก วันนี้ไทยจะหายจนต้องคิดเลยพรหมแดนประเทศไทย ต้องพร้อมไปยืนในภูมิภาคอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในฐานะประธานอาเซียน ในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้ภูมิภาคนี้รวมตัวกันและมีอำนาจต่อรอง ไม่ใช่ถูกบีบจนจมมุมจากมหาอำนาจ”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องรัฐต้องทำ คือ รัฐผู้ผลักดัน ด้วยการทำ 3 อย่าง คือ 1.ชี้ทาง 2.เปิดทาง และ 3.ไม่ขวางทาง กล่าวคือ 1.เราชี้ทางได้ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ เพราะรัฐครอบคลุมข้อมูลมากที่สุด ด้วยเทคโนโลยี Open Data ให้ภาคเอกชนรู้ว่า ต้องปรับตัว และรัฐเอาข้อมูลใส่ไปในแฟลตฟอร์ม เช่น ถ้าเราเข้าถึงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ข้อมูลนักการเมืองทั้งหมด ชี้ทางได้ว่า คนโกงอยู่ที่ไหน ใครซื้อของแพง นี้คือ การชี้ทางด้วยเทคโนโลยี
2.เปิดทาง ด้วยการทูตเชิงรุก และการเจรจาการค้าที่โปร่งใส ขอเพียงรัฐเปิดทางให้ พลังงานสะอาด พลังงานถูก รัฐก็เปิดทางได้ รัฐเป็นเจ้าของระบบสายส่งและกริด ซึ่งพรรคสามมารถลดได้ โดยไม่ใช้เงินภาษีด้วย เปิดทางให้ประชาชนติดตั้งแผงโซล่าร์ ถ้าเกินขายให้กับรัฐบาลได้ เปิดทางได้ โดยรัฐไล่ดูการซื้อจากแหล่งต่างๆ เวลาจะซื้อไฟจากโรงไหน ไปไล่ดูทำไมไม่ซื้อจากโรงที่ถูกที่สุด เปิดทางการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ของที่ผลิตในประเทศไทยก่อน แต่ที่สำคัญ 3.ไม่ขวางทาง ด้วยกฏระเบียบที่ทันสมัย ไม่วุ่นวาย ขาดกฏหมายแม่บท
“ถ้าพวกเรา3 คนมีโอกาสเข้าไปทำงาน พี่น้องจะรู้ได้อย่างไรว่า เราทำจริง ทำสำเร็จหรือไม่ ถ้าคุณกรณ์ ดร.การดีกับผมนั่งอยู่ทำเนียบ ต้องมีตัวนี้อยู่ ถ้าเศรษฐกิจเคยโต 7.5 % แล้วเหลือ 2% บอกภายใน 4 ปี อย่างน้อย 5% ความสามารถขีดความสามารถแข่งขันของประเทศต้องกลับไปอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น เหมือนที่เราเคยทำมา หนี้ครัวเรือนต้องกลับลดลงไปเหมือนที่เราเคยทำมา ดัชนีที่เกี่ยวข้องความโปร่งใสหรือการคอรัปชั่นต้องกลับไปดีขึ้นเหมือนที่เราทำมา ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ต้นทุนทั้งหลายมีการปรับลดดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ต้องพุ่งทะยานได้ นี้คือ เป้าหมาย นี้คือวิธีคิดแนวทางการทำงาน และตัวชี้วัดความเจริญที่พร้อมให้ทุกคนติดตามเราได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายทั้ง 27 ข้อ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยหายจนในปี 2569 รอการสนับสนุนจากประชาชน และขอให้ความมั่นใจว่า พวกเราทั้ง 3 คน อาสาตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อาสาตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 3 คนมีความหลากหลาย แต่สิ่งสำคัญ คือ เราคือทีมเดียวกัน เวลาไปดีเบตก็เหมือนไปพร้อมกัน 3 คน เพราะคนไหนจะตอบก็เหมือนอีกคนตอบ เพราะเราคิด เราทำด้วยกันมา และเมื่อเป็นทีมเดียวกัน ทุกคนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ หมายความว่า เจตจำนงค์ทางการเมืองเป็นสิ่งที่ผูกมัดพวกเราในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
“วันนี้มีการพูดนโยบายเยอะแยะ บางคนสำทับว่า ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่พูดแล้วทำ มันไม่พอหรอกครับ เพราะต้องคิดก่อนพูดด้วย และพูดแล้วต้องทำเป็น พวกเราทำเป็นครับ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้คิดแนวนโยบายใน 4 เสาหลัก คือ 1.หายจนรายได้ 2.หายจนใจ 3.หายจนปัญญา และ 4.หายจนตรอก จนสู่ 27 นโยบายไทยหายจน
“เสาที่ 1 หายจนรายได้
นโยบายที่ 1.ประกันรายได้จ่ายทันที ด้วยการสนับสนุนต้นทุนการผลิต ตั้งแต่ต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท ประกันรายได้ 10,000 บาท จ่ายทันทีต้นฤดูกาลไร่ละ 1,000 บาท /เก็บเกี่ยว จ่ายที่เหลือ ข้าว (5ชนิด) ประกันรายได้ 10,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน (ไม่เกิน 20 ตันต่อราย)ยางพารา ประกันรายได้ 60 บาท/กิโลกรัม, มันสำปะหลัง ประกันรายได้ 2.50 บาท/กิโลกรัม (ไม่เกิน 100 ตันต่อราย) ,ปาล์มน้ำมัน ประกันรายได้ 4 บาท/กิโลกรัม ,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกันรายได้ 8.50 บาท/กิโลกรัม
นโยบายที่ 2 ประกันรายได้ แรงงาน ด้วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยกลไก "รัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง" จัดทำดัชนีค่าครองชีพรายจังหวัด ถ้าค่าครองชีพสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ รัฐจ่ายส่วนต่างทันที ทั้งนี้ นโยบายจะเน้นแก้ปัญหาปากท้องที่ แม่นยำ หยุดเงินเฟ้อจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดแรงกดดันผู้ประกอบการไม่ต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำประชานิยมที่บังคับจริง ไม่ได้ เพราะค่าแรงขั้นต่ำเกิดจากการประชุม รัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง นอกจากนี้ยังช่วยคุมต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย แรงงานมีงานทำ ดึงแรงงานเข้าระบบ โดยไม่ทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ
นโยบายที่ 3 ลดค่าไฟ ไม่ใช้เงินภาษี ด้วยการบริหารต้นทุนการผลิตไฟ ลดการใช้ “ก๊าซธรรมชาติเหลว”ที่มีต้นทุนแพง แทนที่ด้วยพลังงานที่ประหยัดกว่า การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากหลังคาบ้านประชาชน ด้วยระบบผลิตไฟใช้เองเหลือขายให้การไฟฟ้า หรือ ไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากลาว
นโยบายที่ 4 ประเทศไทยศูนย์กลางพลังงานแห่งอาเซียน เป็นศูนย์กลางระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน ASEAN Power Grid ได้ค่าผ่านทางจากลาวไปมาเลเซีย สิงคโปร์ปีละ 5,000 ล้าน ต่ออายุโรงไฟฟ้าที่หมดสัมปทาน เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าความพร้อมใช้ เป็นกำลังสำรองราคาถูก
นโยบายที่ 5 พันธบัตรป่าไม้ ปลูกป่าได้เงินเดือน เปลี่ยนเกษตรกรเป็นมนุษย์เงินเดือน ปลูกป่านำมาให้สถาบันการเงินออกพันธบัตรป่าไม้ ระดมทุนมาลงทุนในป่าไม้ยืนต้น เงินจากการขายพันธบัตรนำมาจ้างเกษตรกรเป็นรายเดือน
นโยบายที่ 6 เงินได้ 40,000 บาทแรก ไม่เสียภาษี ปัจจุบันผู้มีรายเดือนละ 26,583 บาท หรือเงินได้สุทธิปีละ 150,000 บาทไม่ต้องจ่ายภาษี(อัตรา 0%) ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงมานานมาก ขัดกับสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เพิ่มทุกปี ดังนั้นจึงเพิ่มจำนวนเงินได้สุทธิขั้นต่ำ (รายได้รวม หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน) ที่ไม่ต้องเสียภาษีเป็น 320,000 บาทต่อปี หรือ คิดเป็นเงินเดือนเดือนละ 40,750 บาท
เพื่อให้ผู้ที่เริ่มทำงานใหม่ และประชาชนที่มีรายได้น้อย ได้ลดภาระค่าภาษี สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจจากกำลังซื้อของผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 40,000 บาทหลายล้านคน
นโยบายที่ 7 รถไฟฟ้า+รถเมล์ สูงสุด 30 บาท คำนวนค่าโดยสารเป็นแบบเขตพื้นที่ Zoning โดยการเดินทางภายในเขตพื้นที่ราคาไม่เกิน 30 บาทต่อเที่ยว ผู้โดยสารที่เดินทางระยะไกล จะจ่ายค่าโดยสารลดลงให้มีระบบตั๋วร่วมของระบบรถไฟฟ้า และรถประจำทาง โครงการนี้รัฐจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างให้ประชาชน
นโยบายที่ 8 สลากออมทรัพย์รายจังหวัด “เฮงได้ แห้วคืน” ให้มีการออกสลากการออมโดยออกเป็นรายจังหวัด จังหวัดละ 100,000 ใบ โดยกำหนดรางวัลที่หนึ่งจังหวัดละ 1,000,000 บาทต่องวด 77 ล้านบาทต่องวด โดยเงินที่ประชาชนใช้ซื้อสลากเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการออกรางวัล สามารถนำมาสะสมในกองทุน
เสาที่ 2 หายจนใจ
นโยบายที่ 9 โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย ให้เงินอุดหนุนมารดาและเด็กเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยเป็นเงินอุดหนุนแบบถ้วนหน้าทันทีตั้งแต่รับใบสูติบัตร ไม่ต้องพิสูจน์ฐานะ รัฐสนับสนุนเงินออมให้กับเด็กไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 18 ปี เดือนละ 500 บาท เพื่อให้เด็กทุกคนมีเงินออม โดยเงินออมนี้ถ้าเก็บในบัญชีเงินออมโดยไม่ถอนจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษทุก 5 ปี ครั้งละ 10,000 บาท
นโยบายที่ 10 เบี้ยคนชราถ้วนหน้า 1,000 เพิ่มเบี้ยคนชราทุกคนตั้งแต่อายุ 60 ปี คนละ 1,000 บาทต่อเดือน
นโยบายที่ 11 50,000 บาท บ้านผู้สูงวัยปลอดภัย ให้งบประมาณซ่อมและปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 70 ปี บ้านละ 50,000 บาท เช่นการทำราวจับ การลดขั้นบันได การปรับปรุงห้องน้ำ เพื่อลดอุบัติเหตุ สะดวก ปลอดภัย ลดงบประมาณค่ารักษาพยาบาลระยะยาว
นโยบายที่ 12 แปลงบ้านสูงวัย เป็นเงินใช้เลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต รัฐจ่ายเงินซื้อบ้านผู้สูงอายุด้วยการจ่ายล่วงหน้า ยังอยู่อาศัยได้จนเสียชีวิต ราคาบ้านที่ซื้อ คิดส่วนลดจากราคาประเมิน โดยรัฐจ่ายค่าบ้าน 4 งวด งวดละ 1 ปี ให้โอกาสทายาท ซื้อคืนด้วยราคาเดิม ไม่คิดค่าโอน
นโยบายที่ 13 ทำฟันสูงวัย Fast Trackผู้สูงอายุเกิน 70 ปี ไม่ต้องรอคิวทำฟันนาน ให้มีการสำรองเวลานัดหมายทันตแพทย์สำหรับผู้สูงอายุ เพราะสุขภาพฟันทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น
นโยบายที่ 14 เบี้ยคนพิการ ถ้วนหน้าx2 เพิ่มรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้พิการจาก 800 บาทต่อเดือนเป็น 1,600 บาทต่อเดือน ผู้พิการอายุน้อยกว่า 18 ปีได้รับจาก 1,000 บาทต่อเดือนเป็น 2,000 บาทต่อเดือน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เสาที่ 3 หายจนปัญญานโยบายที่ 15 บุฟเฟต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน หลักสูตรการศึกษาหลักสูตรยืดหยุ่น มีอิสระ(Flexible Curriculum) ผู้เรียนสามารถออกแบบหลักสูตรได้ด้วยตนเอง เชื่อมโยงการศึกษานอกระบบเข้าสู่ในระบบ ด้วยระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และ Skill Wallet เยาวชน และประชาชนทั่วไปสามารถเรียนรู้และสะสมหน่วยกิตจากหลายช่องทาง (Credit Bank) สามารถเรียนข้ามหลักสูตรในสถานศึกษาต่างๆ เรียนรู้จาก Platform ที่เอกชนสร้างขึ้น เช่น แอปพลิเคชั่นสอนภาษา สอนเทคโนโลยี จัดให้มีคูปองการศึกษา รัฐสนับสนุนคูปองการศึกษา ให้ประชาชนนำไปเลือกเรียนทักษะที่ต้องการในหลักสูตรระยะสั้นที่ผ่านการรับรองเพื่อเพิ่มรายได้ สนับสนุนรายละ 3,000 บาทต่อปี
นโยบายที่ 16 เรียนฟรี ต้องฟรีจริง
แก้ปัญหา "ค่าใช้จ่ายแฝง" ที่เป็นภาระหนักของผู้ปกครอง โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าอาหาร ส่งเสริมให้ท้องถิ่นชุมชนมีส่วนร่วมในการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ให้งบประมาณที่เพียงพอ ไม่จ่ายรายหัว สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และกลุ่มเด็กขาดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดอาหารกลางวัน และการเดินทางของเด็ก
นโยบายที่ 17 หางานให้ ใช้หนี้ กยศ
เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืม กยศ. สามารถทำงานบางประเภท และได้เงินอุดหนุนจากรัฐลดเงินที่กู้จากกองทุนฯได้ เช่น งานบริการสังคม งานที่ขาดคน งานดูแลผู้สูงอายุติดเตียง
นโยบายที่ 18 English for All /แพลตฟอร์ม Learn to Earn/NDLP
ด้วยการแก้เหลื่อมล้ำ มีครูเจ้าของภาษาให้เด็กไทยทุกคน จะมีแพลตฟอร์ม Learn to Earn ที่ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ในการกำหนดหลักสูตรที่ใช่และตอบโจทย์ภาคเอกชน สามารถจับคู่ทักษะของผู้จบหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึง National Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ
เสาที่ 4 หายจนตรอก
นโยบายที่ 19 ราชการในมือถือ เทคโนโลโนยี One-ID ยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว ลดความซ้ำซ้อนในการกรอกข้อมูล เข้าถึงบริการภาครัฐและเอกชนจากโทรศัพท์มือถือได้อย่างง่ายดาย 24 ชั่วโมง ทุกวัน ประหยัด ไม่เสียเวลา ไม่ต้องใช้สำเนากระดาษ เทคโนโลยีกระเป๋าเงินดิจิทัลประชาชน Citizen Wallet จัดเก็บข้อมูลสำคัญที่เดิมต้องเก็บในรูปแบบเอกสารให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงจัดเก็บสิทธิประโยชน์ สวัสดิการที่รัฐมอบให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ตรงวัตถุประสงค์ และมีประสิทธิภาพ ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (GDX) (Government Data Exchange) ทำหน้าที่เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐ และแชร์ข้อมูลให้ประชาชนเจ้าของข้อมูล
นโยบายที่ 20 Open Data ข้อมูลภาครัฐ
ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐเป็นแบบดิจิทัล Machine-Readable และเป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจสอบได้ ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจจับความผิดปรกติของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น วิเคราะห์การกำหนดสเปค การเสนอราคาที่ผิดปรกติ การเสนอสินค้า หรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ตรงตามความต้องการ ระบบติดตามงบประมาณตามพื้นที่ ให้ประชาชนสามารถกดติดตามโครงการของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ของตัวเอง ให้มีการแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะโครงการ เช่นการขยายสัญญา การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน ต้องจัดทำรายงานประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ เช่น ตารางสรุปมูลค่างานที่บริษัทได้สัญญาภาครัฐ โครงการที่ล่าช้าผิดปรกติ ฯลฯ โดยจะออกระเบียบให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับงานไปยังสำนักงานงบประมาณของรัฐสภา เพื่อเป็นผู้จัดทำรายงานดังกล่าว
นโยบายที่ 21 จัดซื้อจัดจ้างให้โอกาส SMEs ไทย Made-in-Thailand First
ปรับเกณฑ์การคัดเลือก แหล่งกำเนิด ก่อนราคาถูกที่สุด เพิ่มคะแนนผลประโยชน์การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ บังคับใช้สัดส่วนจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทย ให้สิทธิสินค้า MiT เสนอราคาสูงกว่าคู่แข่งต่างประเทศได้ ออกแบบสัญญาที่ลดความเสี่ยงให้กับ SME เช่น การแบ่งจ่ายงวดงานที่เร็วขึ้น หรือการลดวงเงินค้ำประกันสัญญาสำหรับสินค้าผลิตในไทย และรัฐร่วมทุนกับเอกชนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีสูง
นโยบายที่ 22 ตัดตอนกฎหมายล้าสมัยด้วย Super Act ร่างกฎหมาย “พระราชบัญญัติติการปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายกฎหมายที่ไม่จำเป็น เป็นกฎหมายแม่บท เพื่อเริ่มต้นปฏิรูปกฎหมาย โดยไม่ต้องแก้ที่ละฉบับให้เสียเวลา สามารถออกแบบระบบกฎหมายตามวิสัยทัศน์ และฉากทัศน์ใหม่ของประเทศ
นโยบายที่ 23 บทเรียนจากหาดใหญ่ ประเทศไทยพร้อมเผชิญภัยพิบัติ
ด้วยพัฒนาระบบเตือนภัยใหม่ แจ้งครั้งเดียว ถึงหลายหน่วย (Single Disaster Center) ช่วยชีวิตได้จริง ยกระดับกรมป้องกันภัยเป็นหน่วยงานระดับชาติ กำหนดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ต่อสัญญาณเตือนรูปแบบต่างๆ ใช้เทคโนโลยีพยากรณ์การระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวาง เพิ่มประสิทธิภาพการระบาย สร้างระบบแก้มลิง หลุมขนมครก ดักทางน้ำหลาก
จัดให้มี “สถาบันนักวิทยาศาสตร์ด้านภัยพิบัติ” เพื่อกำหนดรูปแบบภัยพิบัติและแนวทางการเตือนภัย ที่สามารถสื่อสารถึงภัยที่กำลังเกิด ให้ประชาชนสามารถเข้าใจและรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละคำเตือน ระบบนี้จะเชื่อมกับการแจ้งเตือนแบบท้องถิ่น (Local Alert – L-Alert Thailand) ที่สามารถเจาะจงการเตือนภัยได้ในระดับหมู่บ้าน
นโยบายที่ 24 แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฏหมาย 3 ฉบับ ให้มีการเฝ้าระวังเข้มงวดพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา พื้นที่ปล่อยควันพิษ ใช้มาตรการจริงใจ และลงโทษ รวมถึงเร่งกฏหมาย 3 ฉบับ 1) พรบ. อากาศสะอาด 2) พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) พรบ.เศรษฐกิจหมุนเวียน
นโยบายที่ 25 “บำบัด ปราบ ปกป้อง” ยาเสพติด แยกผู้เสพออกจากผู้ขาย ตั้งแต่ขั้นตอนจับกุมและดำเนินคดี ขยายศูนย์บำบัดและฟื้นฟูให้เพียงพอ เข้าถึงง่าย ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพิ่มเงินสินบนและรางวัลนำจับพิเศษสำหรับการจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่
"ดัชนีพื้นที่เสี่ยง" ให้มีการจัดทำข้อมูลแสดงบนแผนที่ (Spatial data) ประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดตามรายพื้นที่อย่างละเอียด จับมือกองทัพปราบปรามเส้นลำเลียง
นโยบายที่ 26 ทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรีอนุปริญญาขึ้นไป ปลดประจำการมีงานให้ รับสมัครทหารอาสา โดยสามารถรับราชการได้ 4 ปี มีสวัสดิการเหมือนข้าราชการทหารประจำการ ทหารอาสาสามารถเพิ่มวุฒิการศึกษาระหว่างเป็นทหารอาสาได้ ให้กองทัพเพิ่มโอกาสให้กำลังพลส่วนนี้สามารถรับการศึกษาควบคู่ไปกับการรับราชการทหาร ตั้งแต่ระดับอนุปริญญาขึ้นไป และมีนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ทหารอาสา 1 อาชีพ หลังปลดประจำการ เมื่อเป็นทหารอาสาครบกำหนดแล้ว สามารถสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ในหน่วยงานต่างๆ ได้ โดยกองทัพจะขอสัดส่วนตำแหน่งงานพิเศษสำหรับทหารอาสาที่ปลดประจำการ เช่น นายสิบทหาร นายสิบตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป้องกันภัย เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ
นโยบายที่ 27 มอร์เตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยเชื่อมโลก
ถนนมอร์เตอร์เวย์ สี่ทิศทั่วประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพ - เชียงราย / กรุงเทพ - สะเดา / กรุงเทพ - ตราด / กรุงเทพ - กาญจนบุรี / กรุงเทพ - หนองคาย / กรุงเทพ - อุบลราชธานี
ขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง นครราชสีมา – หนองคาย เชื่อมต่อกับประเทศลาว และเส้นทางจากประเทศลาวสู่ประเทศจีน โดยจะมีสะพานรถไฟไทย–ลาวใหม่ และระบบรองรับการข้ามแดน ศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง