โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับ “นิว-ชยภัค” จากเด็กหนุ่มผู้รักการแสดงสู่ศิลปินรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วยพลังและตัวตนของตัวเอง

LSA Thailand

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 06.08 น. • Lifestyle Asia Thailand

หากพูดถึงชื่อ “นิว–ชยภัค ตันประยูร” หลายคนคงนึกถึงภาพของหนุ่มหน้าทะเล้นที่มาพร้อมรอยยิ้มและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งยักคิ้ว หลิ่วตา หรือการเล่นหน้าเล่นตาที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวและไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ แต่เบื้องหลังความสดใสและพลังบวกของเขานั้นคือเส้นทางการเติบโตที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และความตั้งใจจริงของคนคนหนึ่งที่รักในศิลปะการแสดงและผลงานเพลงทั้งใจ

นิวเริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ทุ่มเทให้กับทุกบทบาท จนได้รับความสนใจจากซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2” ที่รับบท “อู๋” ซึ่งเป็นก้าวแรกที่พาเขาเข้าสู่สายตาของผู้ชมอย่างเต็มตัว ก่อนจะต่อยอดสู่โปรเจกต์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ที่ร่วมแสดงกับนักแสดงหนุ่มอีก 3คนอย่าง “ไป๊ป-มนธภูมิ สุมนวรางกูร” , “พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม” และ “เลออน บรอคโค่” ที่ปลุกกระแสความเป็นเจนซีหรือวัยรุ่นในกลางสยามให้กลับมาเป็นจุดสนใจและได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ

LSA และ นิว–ชยภัค ตันประยูร” คัพเวอร์สตาร์ฉบับดิจิทัล Vol. 25 พร้อมพูดคุยถึงเส้นทางจากวันแรกในวงการบันเทิงจนถึงวันนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ตลอดจนเป้าหมายต่อไปของเด็กหนุ่มที่ยังคงสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ

เราเริ่มบทสนทนากันด้วยจุดเริ่มต้นและแรงผลักดันของการเข้ามาในวงการบันเทิงของนิวเขาตอบอย่างไม่ลังเลและพาย้อนความหลังไปว่า “จริงๆ ผมเริ่มต้นเข้ามาแคสต์บท ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ 2’ เลยมีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับนาดาวบางกอก และได้เจอกับพี่บอส กูโน ด้วยความที่เราเรียนด้านการแสดงมาโดยตรง พร้อมได้มีโอกาสมาแสดงเรื่องนี้ด้วย ผมว่ามันเลยเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมชอบและสนใจงานด้านวงการบันเทิงมากๆ”

“ทุกงานที่ผมทำ ผมพยายามโฟกัสให้ถูกจุด ว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร” นิวต่อบทสนทนาด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในสายตา เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงของคนที่ไล่ตามความสำเร็จ หากแต่เป็นคนที่เข้าใจเส้นทางของตัวเองดีพอว่า “ดีใจกับทุกผลงานที่ได้ออกมาให้ทุกคนเห็น”

เมื่อถามถึง “จุดเปลี่ยน” ที่ทำให้นิวกลายเป็นชื่อที่คนจำได้เขาตอบทันทีว่า “GELBOYS สถานะกั๊กใจ”คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของการเล่นซีรีส์ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด “จริงๆ จุดเปลี่ยนมันคือช่วงเวลานั้นมากกว่าครับ ทั้งการได้เล่น GELBOYS การมีเพลง “เลิกกั๊กแล้วรักก่อน”การได้อยู่ค่ายLOOKEรวมถึงคาแรกเตอร์อย่าง ‘ยักคิ้ว แลบลิ้น หลิ่วตา’ ที่กลายเป็นภาพจำของผม” นิวหัวเราะเบาๆ ก่อนเสริมต่อ “ตอนแรกไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเล่นหน้าเล่นตา จนคนเริ่มจำได้ว่า ‘ไอ้นี่มันเล่นหน้าเก่ง’” ซึ่งต่อเนื่องมาถึงบทบาทที่เขาได้รับอย่าง “โฟร์มด” ที่เป็นเหมือนภาพแทนของเด็กรุ่นใหม่ในยุคเจนซี นิวเล่าว่า “โฟร์มดrepresent เด็กยุคนี้จริงๆ เพราะเขากล้าเป็นตัวเอง กล้าพูด กล้าแต่ง กล้าคิด และรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น” เขาเปรียบเทียบกับวัยรุ่นในยุคตัวเองว่า “ตอนผมเป็นวัยรุ่น มันยังไม่จัดจ้านแบบนี้ ยังไม่กล้าแสดงออกขนาดนั้น” แม้โฟร์มดจะต่างจากนิวภายนอก แต่ในส่วนลึกกลับมีบางอย่างคล้ายกัน “โฟร์มดเป็นคนขี้เอาชนะ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คิดอะไรพูดแบบนั้น ซึ่งตรงนี้ผมว่าคล้ายผมมาก” เขายิ้มยอมรับอย่างจริงใจ

บทสนทนาเป็นไปอย่างเรียบง่ายจนมาถึงผลงานเพลง “เลิกกั๊กแล้วรักก่อน” และ “ติดแอ๊ค” ที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอีกครั้งนิวอธิบายว่า “เลิกกั๊กแล้วรักก่อน” ยังมีมวลของโฟร์มดผสมอยู่เพราะมาจากซีรีส์ แต่ใน “ติดแอ๊ค” เขาได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปมากขึ้น “เพลงนี้มันโตขึ้น เท่มากขึ้น มีบีท มีความมัสคิวลีน การใช้เสียงและซาวด์มันชัดขึ้น ผมกับทีมคุยกันตลอดเรื่องไดเร็กชั่น เพราะผมชอบแร็ป ชอบเพลงที่โยกได้ มันเลยมีตัวตนของผมอยู่ในนั้นเยอะ” รวมถึงพัฒนาการอีกอย่างที่แฟนๆ สังเกตได้คือการเต้น ที่นิวบอกว่า “เริ่มสนิทกับร่างกายมากขึ้น จากหน้า ตอนนี้มาทั้งบอดี้แล้ว” เขาหัวเราะก่อนพยักหน้ายอมรับ

เมื่อถามถึงการทำงานในฐานะ “นักแสดง” กับ “ศิลปิน” ว่าสนุกต่างกันยังไงนิวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “แต่ก่อนผมชอบการแสดงที่สุด แต่ช่วงนี้ทำงานในฐานะศิลปินเยอะ ก็เริ่มเห็นมุมใหม่ๆ แล้วก็ชอบเหมือนกัน” เขาอธิบายเพิ่มว่าการแสดงคือสิ่งที่เขาศึกษามาอย่างลึกซึ้ง เห็น “ระดับมิลลิเมตร” ของอารมณ์และรายละเอียด ขณะที่การเป็นศิลปินยังสดใหม่ แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย “ตอนนี้อาจเป็นช่วงที่ศิลปินนำ แต่ถ้าได้กลับไปแสดงก็จะเป็นช่วงที่นักแสดงนำ ผมอยากทำควบคู่กันไปมากกว่า” เขายังพูดอย่างเข้าใจยุคสมัยว่า “สมัยนี้คนเราไม่จำเป็นต้องมีอาชีพเดียวแล้ว ใครทำได้หลายอย่างมันคือข้อดี มันเป็นความต้องการของตลาดด้วย”

นอกจากนี้นิวยังแชร์วิธีฮีลใจในวันที่เหนื่อยด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “แต่ก่อนผมจะออกไปหาเพื่อน เล่นฟิตเนส ใช้ชีวิต แต่ตอนนี้แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะไม่มีเวลาคิดถึงมันด้วยซ้ำ เศร้าได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ต้องมูฟออนไปทำอย่างอื่นแล้ว ไม่งั้นมันจะพังหมด” เขาหัวเราะนิดหน่อยแล้วพูดต่อว่า “ข้อดีของการมีงานเยอะคือเศร้าได้ไม่นาน”

การพูดคุยของเราดำเนินมายังช่วงท้าย เมื่อนิวพูดถึงเป้าหมายหลักของการอยู่ในวงการบันเทิง ซึ่งเขายังคงยึดหลักเดิมในทุกเส้นทางที่เดิน “ผมอยากทำไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม ถ้ายังรู้สึกว่าสนุกกับมันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการแสดง ดนตรี หรือแฟชั่น ผมแค่ต้องสนุกกับสิ่งที่ทำ ถึงแม้มันจะไม่ได้สมบูรณ์ในทุกขั้นตอน แต่มันคือพลังในการขับเคลื่อนงานของผม” พร้อมทั้งฝากผลงานกับแฟนๆด้วยว่า “ฝากติดตามผลงานของนิวได้ในดิจิทัลคัฟเวอร์กับ Lifestyle Asia Vol.25 รวมถึงรายการ ‘GELTY (GELBOYS VARIETY)’ ที่พา GELBOYS ทั้ง 4 คนไปตะลุยต่างจังหวัดกันสนุกๆ ตุลาคมนี้ได้ดูกันแน่นอนครับ ส่วนปีหน้าก็จะมี ‘GELBOYS ซีซั่น 2’ ด้วย ฝากติดตามกันด้วยนะครับ”

ก่อนจะจบบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ นิวยังได้ฝากข้อความถึงตัวเขาและเป็นข้อคิดที่ส่งต่อแรงบันดาลใจได้อย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า เป็นอย่างที่เป็น ชอบอย่างที่ชอบ รักในสิ่งที่รัก แล้วก็ Just go on.”…

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...