โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD มองทองคำยังเป็นขาขึ้น ลุ้น 5,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 09.06 น.

GCAP GOLD มองทองคำยังเป็นขาขึ้น 2-3 ปี ปัจจัยหนุนหลักยังอยู่ครบ ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หนี้สาธารณะสหรัฐฯที่สูงลิ่ว ปี 69 ลุ้น 5,000 ดอลลาร์ หรือบาทละ 78,000 เตือนเก็งกำไรรายวัน โอกาส"เสีย" มากกว่า "ได้"

นายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD คาดการณ์ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นอีก 2-3 ปี เนื่องจากปัจจัยหลักยังอยู่ครบ ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง เพราะต่อให้เป็นปัจจัยเดิมๆ แต่หากสภาพปัญหาลากยาวก็จะทำให้นักลงทุนมีความกลัว

"เรามาในดินแดนที่ไม่เคยมา หรือราคาทองคำทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นคาดว่ารอบนี้จะได้เห็น 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯออนซ์ ส่วนทองในประเทศคาดว่าได้เห็น 78,000 บาทต่อบาททอง ในปี 2569

ส่วนปี 2568 คาดว่าทองคำโลกจะอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ ทองคำในประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ 62,000-66,000 บาทต่อบาททอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทด้วย"

ชัยวัฒน์ เปรียบทองคำเหมือนกรมอธรรม์ เมื่อมีความกลัวมาก ๆ ก็ต้องมีกรมอธรรม์ มากเช่นกัน พร้อมยกตัวอย่าง ถ้าหากในปัจจุบัน รัสเซีย กับจีนไม่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และหากเราเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ สามารถจัดการหนี้สาธารณะที่มี 38 ล้านล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมหนี้ทั้งหมดที่พบว่าสูงถึงประมาณ 42 ล้านล้านดอลลาร์ ให้ลดลงได้ในระยะยาว จะทำให้เหตุผลในการซื้อทองคำน้อยลงมาก แต่เหตุผลอีก 2 เรื่อง คือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางดอกเบี้ยเฟด ถามว่านักลงทุนให้น้ำหนักขนาดไหน ดังนั้นทองคำไม่ใช่เป็นการเก็งกำไรอย่างเดียว แต่มีปัจจัยหนุน

"ปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาตร์ และการคลังของสหรัฐฯ ผมว่าราคาทองคำก็หาปรายไม่เจอ ความกลัวที่เพิ่มขึ้นก็จะซัพพอร์ตราคาทองคำขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องดอกเบี้ยเป็นปัจจัยเสริม"

ชัยวัฒน์ ได้ยกตัวอย่าง ปี 2022 วันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน ราคาทองคำไม่ได้ปรับขึ้นมาก หลังจากนั้นเมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองปรับตัวลง จะเห็นได้ว่าการที่ราคาทองไม่ได้ปรับขึ้นมากจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพราะนักลงทุนคาดว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จะไม่เรื้อรัง ทองก็ไม่ได้ให้น้ำหนัก จนสุดท้ายพอเข้าสู่ปี 2023 นักลงทุนก็เริ่มประเมินแล้วว่าความขัดแย้งนี้อาจจะไม่จบ มีโอกาสยืดเยื้อ และมีแนวโน้มขยายวง นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเรื่องดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้น โดยช่วงต้นปี 2023 ที่ราคาทองคำโลกปรับขึ้น ดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เฟดยังประกาศขึ้นดอกเบี้ย

ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางจีนสะสมทองคำเข้าพอร์ตจำนวนมากนั้น ชัยวัฒน์ มีมุมมองว่า เพราะที่ผ่านมาธนาคารกลางจีน มีทองคำสำรองน้อย หรือประมาณ 6 ล้านตันเมื่อเทียบกับธนาคารกลางอื่นๆ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ชัยวัฒน์ แนะนำสำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายเก็งกำไรรายวัน หรือเดย์เทรด เมื่อดูจากปัจจัยทางเทคนิค ไม่มีสัญญาณซื้อและขาย โดยราคาทองคำโลกปรับขึ้นสูงสุดที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปรับตัวลง ดังนั้นนักลงทุนที่เก็งกำไรรายวัน มีโอกาส"เสีย"มากว่าโอกาสได้"กำไร"

ยกตัวอย่าง นักลงทุนที่เข้าซื้อตั้งแต่ราคา 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็จะมีต้นทุนที่ราคา 4,400 ดอลลาร์ อยู่ก้อนหนึ่ง แต่ทองมีแนวรับระดับ 3,750-3,780 ดอลลาร์ จะเห็นว่าแนวรับลึกจริงๆ

สำหรับนักลงทุนระยะกลางและยาว นักลงทุนที่ลงทุนตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน (YTD) ยังมีกำไร ดังนั้นแนะนำให้"ทยอยซื้อ" โดยหากราคาปรับลงมากๆ แนะนำให้ซื้อไม้ใหญ่ได้

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...