SCB ตั้งเป้าปี 69 สินเชื่อยังโต พร้อมพิจารณาลดดอกเบี้ย
SCB วางเป้าหมายปี 2569 สินเชื่อยังโต เลือกขยายในกลุ่มธุรกิจที่ยังโตได้ สินเชื่อรายใหญ่-บ้าน-รถยนต์ และกลุ่มลูกค้ามีวินัยการเงิน พร้อมคุมคุณภาพหนี้ไม่ให้ NPL เพิ่ม ชี้อยู่ระหว่างพิจารณาลดดอกเบี้ยตามทิศทาง กนง.
18 ธ.ค. 2568 นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยภายหลังร่วมเสวนาพิเศษหัวข้อ Wealth for All : ปฏิรูปการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง ในงานสัมมนา Thailand Next Move 2026 : Wealth Creation ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร ว่า
ในปี 2569 ไทยพาณิชย์วางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อเป็นบวกโดยตั้งใจว่าจะทำให้สินเชื่อเกิดการเติบโตในเซกเตอร์ที่ธนาคารเชื่อว่าไปต่อได้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ไทยพาณิชย์รู้จักดีหรือธุรกิจที่ได้อานิสงส์ของโลกาภิวัฒน์ ขณะที่ยังพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่แม้ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงแต่เป็นกลุ่มลูกค้าชั้นดี
“ในปีหน้าไทยพาณิชย์ยังวางเป้าหมายสินเชื่อเติบโตอยู่ ไม่ได้หดตัว โดยจะพยายามผลักดันการเติบโตในทุกมิติ เพียงแต่จะเป็นการเลือกโตในกลุ่มที่เราเชื่อว่ามีอนาคต หรือ กลุ่มที่อาจไม่ได้เติบโตแต่มีวินัยทางการเงินก็พร้อมสนับสนุน”
สำหรับสินเชื่อที่จะเติบโตในปี 2569 จะมาจาก 3 สินเชื่อหลัก คือ สินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังเชื่อว่าจะยังสามารถรักษาความเป็นที่ 1 ไว้ได้ รวมถึงสินเชื่อรถยนต์ที่แม้จะมีความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่เชื่อว่ายังมีกลุ่มธุรกิจที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อรถยนต์ได้บ้าง ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีอาจไม่ได้เติบโตแต่ไทยพาณิชย์จะยังรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ยังมีความเข้มแข็ง
“ไทยพาณิชย์ต้องทำเรื่องการเติบโตของสินเชื่อและการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ไม่ให้แย่ลงไปพร้อมกัน โดยตั้งเป้าว่าจะให้ไม่ NPL ในปี 2569 สูงกว่าในระดับปัจจุบัน”
ส่วน Credit Guarantee Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องสินเชื่อเอสเอ็มอีของไทยพาณิชย์หรือไม่ นายกฤษณ์ กล่าวว่า ไทยพาณิชย์พร้อมสนองนโยบายแน่นอน โดยโครงการนี้ออกมาเพื่อช่วยเอสเอ็มอีที่ตอบโจทย์โครงสร้างของประเทศในอนาคต เพียงแต่อาจต้องรอพิจารณาว่าจะมีกลุ่มเอสเอ็มอีที่สามารถเข้าโครงการได้ตามเงื่อนไขเท่าไร
นายกฤษณ์ เปิดเผยต่อว่า ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 17 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะปรับลดในระดับให้เหมาะสม
“สมาคมธนาคารไทยก็พูดคุยกัน แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเอง ส่วนไทยพาณิชย์ก็คงจะลดแต่คงต้องดูภาพรวมด้วย”
กรณีที่หลายหน่วยงานมองว่าภัยพิบัติเป็นความเสี่ยงมากขึ้น นายกฤษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าภัยพิบัติเป็นความเสี่ยงจริง ดังนั้นภาครัฐและสถาบันการการเงินก็ต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
“เรื่องน้ำท่วมก็ไม่ใช้เรื่องที่คาดไม่ถึงเรารู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำ ดังนั้นการวางแผนระยะยาวแล้วตีกลับมาเป็น stress test เพื่อสอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ผมเห็นด้วยกับธปท. ผมเชื่อว่าภัยพิบัติจะมีผลกับ stress test และการวางแผนของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเราได้เอาเรื่องนี้มาวางแผน stress test ในปี 2569 ด้วยแล้วรวมถึงปีหลังจากนี้ด้วย”