เสวนา ครบรอบ 1 ปีท่วมเชียงราย ระดมสมองจี้รบ.ใหม่แก้ปัญหาทั้งระบบ
เสวนา ครบรอบ 1 ปีท่วมเชียงราย ระดมสมองจี้รบ.ใหม่แก้ปัญหาทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เครือข่ายภาคประชาชนได้ร่วมกันจัดงานครบรอบ 1 ปีภัยพิบัติเชียงราย โดยภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาทั้งเรื่องน้ำท่วมและมาตรการแจ้งเตือนของภาครัฐ รวมทั้งเสวนาในประเด็นสารปนเปื้อนในแม่น้ำต่างๆ การติดป้ายเรียบกร้องและรณรงค์หยุดการปล่อยสารพิษลงแม่น้ำกก ที่สำคัญภายในยังได้จัดให้มีการระดมความคิดเห็นเพื่อทำเป็นข้อเสนอแนะส่งไปยังรัฐบาลชุดใหม่ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกด้วย
โดยกิจกรรมได้รับความสนใจจากภาคส่วนต่างรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จงเชียงใหม่ เข้าร่วม อาทิ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนะวงษ์ นายก อบจ.เชียงราย นายครรชิต ชมภูแดง ผอ.ปภ.เชียงราย นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต สมาชิกวุฒิสภาฯ นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ รวมทั้งส่วนภาคองค์กรต่างๆเข้าร่วมจำนวนมาก
ซึ่งในเวทีมีการเสนอปัญหาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันที่ 11 กันยายน นี้พอดี หลายคนสะท้อนว่ายังจำภาพน้ำท่วมที่เป็นบทเรียนได้เป็นอย่างดี โดยพาะการท่วมของแม่น้ำกกที่ท่วมตัวเมืองเชียงราย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี ทำให้ปีนี้หลายคนมีการเฝ้าระวังและไม่ประมาทกับเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนปีที่แล้ว
นายครรชิต ชมภูแดง ผอ.ปภ.เชียงราย กล่าวว่าในปีนี้ จ.เชียงราย มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมไว้ในทุกด้าน มีการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทำระบบการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมก่อนเกิดเหตุ มีการติดตั้งจุดเตือนภัยถึงกว่า 17 จุดตามแนวแม่น้ำกก ซึ่งเมื่อน้ำจากประเทศเมียนมาไหลมามากเหมือนปีที่ผ่านมาก็จะทำให้ทราบทันทีและประชาชนสามารถเก็บทรัพย์สินหรืออพยบหนีน้ำได้ทันท่วงที ซึ่งปีนี้แม้จะไม่มีน้ำท่วมรุนแรงเหมือนปีที่แล้ว แต่เมื่อฝนตกหนักก็ทำให้เกิดน้ำท่วมแล้วหลายครั้ง ซึ่งแทบไม่มีความเสียหายเพราะมีการแจ้งเตือนและชาวบ้านก็เตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าไว้แล้ว
ด้านดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และสมาชิกเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกกสายรวกโขง กล่าวว่าแม้ปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมจะไม่เกิดเหตุรุณแรงเหมือนปีก่อน แต่สิ่งที่หลงเหลือคือในเรื่องของสารพิษ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะลดแต่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรี่อยๆ เดิมทีมีปัญหาการปนเปื้อนสารหนู เกินค่ามาตรฐานแต่ปัจจุบันมีโลหะหนักและสารพิษอื่นๆเจือปนมาอีก 7-8 ชนิด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง ว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ลุ่มน้ำ
ดร.สืบสกุลกล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่คือ รัฐบาลชุดใหม่ควรจัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรในลุ่มน้ำกกสายรวกโขง โดยเฉพาะการตรวจผลผลิตข้าวนาปีเนื้อที่ 100,000 ไร่ในลุ่มน้ำกก สาย และโขง ก่อนการเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่สำหรับผู้บริโภคน้ำประปาจำนวน 55,000 ราย ในอำเภอเมือง เวียงชัย แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ซึ่งทางการประปาส่วนภูภาคมีแผนดำเนินการอยู่แล้วคือการนำน้ำจากน้ำลาวมาใช้แทนน้ำกก และใช้น้ำจากแม่น้ำคำ มาแทนน้ำสาย ซึ่งรัฐบาลสามารถอนุมัติงบประมาณเข้าดำเนินการได้ ขณะเดียวกันต้องมีการจัดตั้งศูนย์การตรวจสารโลหะหนักประจำจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายขึ้น เพราะยังไม่มีศูนย์ตรวจในพื้นที่ที่ผ่านมาต้องส่งไปตรวจยังส่วนกลางต้องใช้เวลา 15-30 วันถึงจะทราบผล ทำให้ไม่ทันการณ์
ดร.สืบสกุลกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ต้องมีการเยียวยาและชดเชยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาแม่น้ำกกสายรวกโขงปนเปื้อนสารโลหะหนัก ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการแพร้านอาหารและชาวประมง มี่ต้องสูญเสียรายได้ ที่สำคัญคือการ หาวิธีการปิดเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาให้เร็วที่สุดเพราะเป็นต้นเหตุของมลพิษข้ามพรมแดน ห้ามนำเข้าแร่จากประเทศเมียนมาทั้งหมดจนกว่าผู้นำเข้าแร่จะพิสูจน์ได้ว่าแร่ที่นำเข้าไม่ได้มาจากแหล่งเหมืองแร่ที่เป็นต้นเหตุมลพิษ จัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาแม่น้ำกกสายรวกโขงปนเปื้อนมลพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา โดยการส่วนร่วมจากภาคราชการ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม และเป็นเจ้าภาพเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศไทย เมียนมา และ จีน ที่ผ่านมาแม้รัฐบาลชุดเก่าจะมีการเจรจากับทางเมียบนมาแล้ว แต่ก็เพียงครั้งเดียวและก็ยังไม่มีความร่วมมืออะไรที่เป้นรูปธรรมดังนั้นต้องหารือกันบ่อยครั้งและออกมาตรการร่วมกันระหว่างประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสวนา ครบรอบ 1 ปีท่วมเชียงราย ระดมสมองจี้รบ.ใหม่แก้ปัญหาทั้งระบบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th