“กบข.” โชว์ผลงานครึ่งแรกปี25 “แผนหลัก” +1.19%... “แผนทองคำ” ผลตอบแทนดีสุด +18.08% ส่วน “หุ้นไทย” แย่สุด -15.10% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงานของ “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของไทยกันบ้าง
เนื่องจาก “กบข.” มีแผนการลงทุนให้สมาชิกได้เลือกหลากหลาย ทำให้ผลตอบแทนก็มีความแตกต่างกันไปตามระดับของ “ความเสี่ยง” เป็นสำคัญ
แต่สำหรับ “แผนหลัก” ในช่วงครึ่งแรกปี25 ทำได้ +1.19% ส่วน “แผนทองคำ” ทำผลตอบแทนได้สูงถึง +18.08% ในขณะที่ “แผนหุ้นไทย” เองยังคงติดลบ -15.10% ชนะผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI) ที่ติดลบ -19.87%
สำหรับผลงานของ “กบข.” ในช่วงครึ่งแรกปี25 เป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“กบข.” โชว์ผลงานครึ่งแรกปี25 “แผนหลัก” +1.19%…“แผนทองคำ” สูงสุด +18.08% แต่แผน “หุ้นไทย” ไม่รอด ติดลบ -15.10%
“กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของไทย ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิส่วนของสมาชิก (ณ 30 มิ.ย. 25) กว่า 5.17 แสนล้านบาท มีแผนลงทุนให้สมาชิกเลือกเพิ่มเติมอีก 10 แผน ด้วยกัน เพื่อให้สมาชิกได้เลือกลงทุนได้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง อย่างไรก็ตาม พบว่า สมาชิกส่วนใหญ่กว่า 90% ยังคงอยู่ในแผนการลงทุนหลักเป็นสำคัญ
โดยช่วงครึ่งแรกปี25 ที่ผ่านมานั้น “แผนลงทุนหลัก” ทำผลตอบแทนได้ +1.19% ส่วนอีก 8 ใน 10 แผนยังคงโชว์ผลตอบแทนเป็น “บวก” ได้ ประกอบด้วย
- “แผนหุ้น65”: ผลตอบแทน +0.81%
-“แผนหุ้น35”: ผลตอบแทน +0.28%
-“แผนตราสารหนี้”: ผลตอบแทน +2.76%
-“แผนเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้น”: ผลตอบแทน +1.07%
-“แผนหุ้นต่างประเทศ”: ผลตอบแทน +7.04%
-“แผนทองคำ”: ผลตอบแทน +18.08%
-“แผนตราสารหนี้ต่างประเทศ”: ผลตอบแทน +1.68%
- “แผนวายุภักษ์” ผลตอบแทน +3.74%
“อย่างไรก็ตาม มี 2 แผน ที่ผลงานติดลบ ได้แก่ ‘แผนหุ้นไทย’ ยังติดลบอยู่ -15.10% และ ‘แผนกองอสังหาฯ ไทย’-6.89% ตามลำดับ แต่ยังคงชนะ ‘ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย’(SET TRI) ที่ติดลบ -19.87% (SET Index -22.19%) โดยทาง ‘กบข.’ ยังมีมุมมองเชิงบวกกับ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ที่ราคาปรับตัวลงมาจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจุดเด่นในเรื่องของ ‘อัตราเงินปันผลที่ดี’ กว่าตลาดหุ้นอื่นโดยเปรียบเทียบ”
กระจายลงทุน 18 สินทรัพย์ทั่วโลก…ปรับพอร์ตเพิ่มน้ำหนัก “สินทรัพย์ทางเลือก” เป็น 24.11% - “ลดน้ำหนักหุ้น” เหลือ 19.05% ฝ่าตลาดผันผวน
แนวคิดของ“การกระจายการลงทุน” (Asset Allocation) ไม่ใช่แค่พูดกันเชิงทฤษฎี ที่นำมานำเสนอกับนักลงทุนทั่วไปอย่างเลื่อนลอยแต่ประการใด เพราะนี่ คือ แนวคิดหลักที่นักลงทุนชั้นนำทั่วโลกใช้กัน รวมถึงนักลงทุนสถาบันอย่าง “กบข.” ด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่ปี1997 เป็นต้นมากว่า 28 ปี ด้วยการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม ผ่านวงจรเศรษฐกิจขาขึ้นและขาลงมานับไม่ถ้วน ผ่านวิกฤติน้อยใหญ่ แต่ “กบข.” มีผลตอบแทนติดลบเพียง 2 ปี เท่านั้น คือ ในปี2008 และ2022 ติดลบไป -5.17% และ -1.54% ตามลำดับ
ปัจจุบัน “กบข.” มีการกระจายลงทุนใน 18 สินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งในและต่างประเทศ ณ สิ้นไตรมาสที่2/25 “กบข.” ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน “สินทรัพย์ทางเลือก” ขึ้นเป็น 24.11% จากสิ้นปี24 ที่ 20.62% และลดน้ำหนักการลงทุนใน “หุ้น” ลงเหลือ 19.05% จากสิ้นปีก่อนที่ 22.62% โดยยังคงน้ำหนักการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ใกล้เคียงเดิมที่ 56.84% จากสิ้นปีก่อนที่ 56.76%
“ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดการลงทุนในโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี และเมื่อสภาพตลาดหุ้นกลับสู่ภาวะปกติ ก็พร้อมที่จะกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นได้อีกครั้ง”
สำหรับ 5 “หุ้นไทย” ที่ “กบข.” ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25) ในพอร์ตหุ้นไทยของเงินกองทุนส่วนสมาชิก นำมาโดย
ADVANC 9.23%
GULF 7.72%
KBANK 6.98%
BDMS 5.53%
SCB 5.13%
ส่วน 5 “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” ที่ลงทุนมากสุด ในพอร์ตหุ้นตลาดพัฒนาแล้วของเงินกองทุนส่วนสมาชิก (แสดงโดยการ Look Through ในกองทุนรวม หรือ ETF) ประกอบด้วย
MICROSOFT CORP 5.08%
META PLATFORMS INC 4.53%
TAIWAN SEMICONDUCTOR 3.98%
ALPHABET INC 3.81%
COM INC 3.36%
สำหรับการลงทุนเพื่อเกษียณ ทาง “กบข.” มีทางเลือกการลงทุนให้กับสมาชิกได้เลือกตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน ซึ่ง “ผลตอบแทน” ก็จะ “แตกต่าง” กันออกไป การเลือกลงทุนให้เหมาะกับความสามารถในการกรับความเสี่ยงของตัวเองและระยะเวลาการลงทุนจะช่วยให้สมาชิก “กบข.” สามารถบรรลุเป้าหมายเกษียณได้ดียิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต