โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กล้องพกพาน่าใช้ 2025: DJI, Insta360, GoPro ครบทั้ง Action, Vlog และ 360

Positioningmag

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 14.06 น. • PR News

GoPro – ตำนานผู้บุกเบิกตลาด Action Cam
GoPro ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดย Nick Woodman จากความต้องการส่วนตัวที่จะถ่ายวิดีโอขณะเล่นเซิร์ฟโดยใช้กล้องที่สามารถติดตั้งกับร่างกายได้จริง กล้องรุ่นแรกเปิดตัวในปี 2004 เป็นกล้องฟิล์มแบบติดข้อมือ และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเทรนด์ “กล้องแอคชัน” ที่ไม่เคยมีมาก่อน GoPro ไม่ได้ขายแค่กล้อง แต่ขายประสบการณ์ของการถ่ายวิดีโอแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (POV) ซึ่งเชื่อมโยงกับความตื่นเต้น ผจญภัย และไลฟ์สไตล์กลางแจ้งได้อย่างชัดเจน
ช่วงรุ่งเรืองของ GoPro เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ในรุ่น HERO3 ถึง HERO5 ที่กลายเป็นกล้องคู่ใจของนักผจญภัย Youtuber นักกีฬา extreme และสารคดีระดับโลก กล้องมีขนาดกะทัดรัด ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง กันน้ำได้โดยไม่ต้องใส่เคส และติดตั้งกับอุปกรณ์ได้สารพัดรูปแบบ ทั้งหมดนี้ทำให้ GoPro กลายเป็นแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกล้องพกพาในยุคดิจิทัล
เมื่อเข้าสู่ยุคหลังปี 2016 GoPro เริ่มเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของตลาด คู่แข่งรายใหม่อย่าง DJI และ Insta360 นำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ทั้งด้านฟีเจอร์ AI, ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และราคาที่เข้าถึงง่าย ขณะเดียวกันสมาร์ตโฟนก็มีบทบาทมากขึ้นในโลกของการถ่ายวิดีโอ ทำให้ GoPro ต้องเร่งปรับตัวทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นเพียงรายเดียวในตลาดอีกต่อไป และต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งคู่แข่งและสมาร์ตโฟนที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ GoPro ก็ยังคงพยายามรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ รุ่น HERO13 Black ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว สะท้อนความพยายามของแบรนด์ในการขยับเข้าหากลุ่มครีเอเตอร์มืออาชีพมากขึ้น ทั้งด้านคุณภาพวิดีโอและการรองรับเลนส์เสริมที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม กระแสความสำเร็จของรุ่นนี้ไม่ได้แรงเหมือนยุครุ่งเรืองในอดีตนัก และในปีนี้ก็มีข่าวลือถึงการเปิดตัวของ GoPro Max 2 กล้อง 360 องศารุ่นใหม่ที่จะเป็นการกลับมาสู่ตลาดที่เริ่มได้รับความสนใจอีกครั้ง แม้ยังไม่แน่ชัดว่าจะสร้างความแตกต่างได้มากพอหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นความพยายามอีกครั้งของ GoPro ในการหาจุดยืนท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด.
Insta360 – ผู้เล่นใหม่ที่ใช้นวัตกรรมเปลี่ยนเกม
Insta360 เข้าสู่ตลาดกล้องพกพาในปี 2015 ด้วยแนวทางที่แตกต่างจาก GoPro อย่างชัดเจน แทนที่จะเน้นความทนทานหรือการใช้งานกลางแจ้ง แบรนด์กลับเน้น “มุมมองใหม่” และการควบคุมผ่านแอปมือถือ จุดเริ่มต้นของกระแสเกิดจากกล้อง Insta360 Nano ที่เสียบกับ iPhone และสามารถถ่ายภาพ 360 องศาได้ง่าย ๆ ซึ่งสร้างแรงดึงดูดในหมู่ผู้ใช้ที่ต้องการอะไรแปลกใหม่ สนุก และแชร์ได้ทันที
ช่วงพลิกเกมจริง ๆ คือในปี 2018 กับการเปิดตัว Insta360 One X กล้อง 360 ขนาดพกพาที่มาพร้อมระบบกันสั่น FlowState ที่ลื่นไหลอย่างน่าทึ่ง พร้อมกับแอปที่สามารถตัดต่อ เลือกมุม และสร้างเอฟเฟกต์ได้โดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี “ถ่ายก่อน เลือกมุมทีหลัง” นี้เองที่ทำให้ Insta360 แตกต่างจากทุกแบรนด์ และเป็นที่นิยมในกลุ่ม Creator บนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว
ตลอดระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี Insta360 ขยายผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกล้อง GO ขนาดจิ๋วที่ติดเสื้อได้ กล้อง X-Series ที่ใช้เซนเซอร์คู่ถ่าย 360 องศาความละเอียดสูง หรือ Gimbal อย่าง Flow และ Webcam อย่าง Link แบรนด์เน้นประสบการณ์ที่ "ง่ายแต่ฉลาด" เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานจริง ไม่ว่าจะถ่าย Vlog สายเที่ยว หรือสร้างคอนเทนต์แบบมืออาชีพบนแพลตฟอร์มโซเชียล
ในฝั่ง Insta360 ปีนี้ไลน์อัปชัดเจนและครบโจทย์ขึ้น: X5 จับตลาด 360° ระดับจริงจัง เน้นคุณภาพภาพสูงและเวิร์กโฟลว์ “ถ่ายก่อน-เลือกมุมทีหลัง” ด้วยแอปและ AI ที่ฉลาดกว่าเดิม; GO Ultra คือกล้องจิ๋วสาย Vlog/ท่องเที่ยว โดดเด่นที่ความเล็ก-เบา ติดตั้งแม่เหล็กได้ทุกที่ ถ่ายคล่อง ชาร์จไว และเก่งแสงน้อยขึ้น เหมาะกับครีเอเตอร์ที่อยากหยิบ-ถ่าย-แชร์ทันที; ส่วน ACE Pro 2 เป็นแอ็กชันแคมมุมกว้างร่วมพัฒนาเลนส์กับ Leica โฟกัสที่ภาพสวย สีดี กันสั่นนิ่ง จอพับถ่ายตัวเองสะดวก และกันน้ำลุยงานได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่ Vlog ไปจนถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีมในตัวเดียว.


DJI – จากโดรนสู่ Action Cam ระดับมืออาชีพ
DJI เป็นแบรนด์ที่เติบโตมาจากอุตสาหกรรมโดรน และได้รับการยอมรับในระดับโลกจากความแม่นยำของกล้องที่ติดตั้งในอากาศ ก่อนจะขยายมาสู่ตลาดกล้องพกพาในปี 2019 ด้วยการเปิดตัว Osmo Action รุ่นแรก ซึ่งสร้างความประหลาดใจในวงการ เพราะแม้จะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ แต่กลับมาพร้อมเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร ทั้งระบบกันสั่น RockSteady ที่พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในโดรน และจอสีด้านหน้าแบบ Dual Screen ที่กลายเป็นจุดขายหลักในยุคนั้น
หลังจากเปิดตัว Osmo Action และได้รับกระแสตอบรับในทางบวก DJI เดินหน้าพัฒนาสายกล้องพกพาแบบจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น Osmo Action 2 ที่ออกแบบมาในรูปแบบแยกโมดูล, Action 3–4 ที่เน้นการใช้งานทนทาน และกล้องขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงอย่าง DJI Pocket Series ซึ่งมีระบบกันสั่นแบบ Gimbal จริงภายในตัว ช่วยให้ DJI ขยายฐานผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่ม Creator ที่ต้องการความลื่นไหลระดับโปร แต่ไม่ต้องการใช้อุปกรณ์ใหญ่
DJI แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง GoPro และ Insta360 ตรงที่แบรนด์มีความแข็งแกร่งในด้าน "คุณภาพของภาพ" และ “การควบคุมที่เป็นมิตร” ผ่านหน้าจอที่ตอบสนองเร็ว อินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่าย และระบบเสียงที่จัดการได้ดี ทั้งยังเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่เน้นความสามารถในการใช้งานในที่แสงน้อยและการบันทึกเสียงคุณภาพสูงสำหรับสาย Vlog และสัมภาษณ์ จุดแข็งอีกด้านคือประสบการณ์ในระบบกันสั่นจากโดรน ซึ่งถูกถ่ายทอดลงมากล้องพกพาได้อย่างลื่นไหล
ในปี 2025 DJI ยังคงถูกมองว่าเป็นผู้นำตลาดกล้องพกพา หลังจากที่ Osmo Pocket 3 เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2023 และยังคงขายดีต่อเนื่องจนกลายเป็นมาตรฐานของกล้องกิมบอลพกพาสำหรับสาย Vlog และครีเอเตอร์ทั่วโลก ล่าสุด DJI ได้เดินหน้าสู่ตลาดกล้อง 360 องศาด้วยการเปิดตัว Osmo 360 ที่ผสานเลนส์คุณภาพสูงเข้ากับระบบกันสั่นชื่อดังของแบรนด์ ทำให้ถูกจับตามองทันทีว่าจะสามารถท้าทายคู่แข่งในสนามนี้ได้มากเพียงใด
ในอีกด้าน กล้อง Action 5 ยังคงรักษาฐานผู้ใช้ได้มั่นคง แม้จะไม่ใช่ตัวหลักด้านนวัตกรรม แต่ก็ยังได้รับความนิยมควบคู่ไปกับกระแสของ Insta360 Ace Pro 2 ที่ออกมาในปีเดียวกันและถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาดกล้องพกพากำลังดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ DJI ยังคงยืนหยัดได้ด้วยชื่อเสียงด้านคุณภาพงานภาพและ Ecosystem ของ Creator ที่ครบวงจร ทั้งกล้อง, ไมโครโฟน, อุปกรณ์เสริม ไปจนถึงโดรนที่เสริมการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ.
รวมแนะนำกล้อง Action Cam ขายดีล่าสุดปี 2025
GoPro HERO13 Black เป็นกล้องแอคชันเรือธงรุ่นล่าสุดที่ยังคงความแข็งแกร่งในด้านความทนทานและระบบกันสั่น HyperSmooth 6.0 ที่ลื่นไหลที่สุดของ GoPro ในปัจจุบัน รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงถึง 5.3K60 และ 4K120 พร้อมภาพนิ่ง 27MP ในรูปแบบ RAW และ HDR จุดขายสำคัญคือการรองรับ เลนส์เสริม HB-Series Mods เช่น Ultrawide, Macro และ Anamorphic ที่ทำให้มุมมองภาพหลากหลายขึ้น ตอบโจทย์สายโปรดักชันและครีเอเตอร์ที่ต้องการกล้องตัวเดียวแต่ใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งยังมีระบบเสียง Bluetooth, กันน้ำ 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส และแบตเตอรี่ Enduro ความจุ 1900mAh ที่ใช้งานต่อเนื่องได้ดี
Insta360 Ace Pro 2 คือกล้องเรือธงรุ่นล่าสุดที่ต่อยอดจากความสำเร็จของ Ace Pro เดิม โดยยังคงจับมือกับ Leica ในการพัฒนาเลนส์มุมกว้าง 157° และอัปเกรดเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้วให้รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K 30fps พร้อม Active HDR และระบบกันสั่น FlowState + Horizon Lock ที่นิ่งและลื่นไหลยิ่งกว่าเดิม จุดเด่นอีกอย่างคือหน้าจอสัมผัสขนาด 2.5 นิ้วแบบพลิกได้ และการควบคุมด้วยเสียงหรือท่าทางที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกในทุกสถานการณ์ ทั้งยังกันน้ำลึก 12 เมตรโดยไม่ต้องใช้เคสเสริม และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 3 ชั่วโมง เหมาะกับทั้ง Vlogger และผู้ที่ต้องการกล้องสายแอ็กชันที่ถ่ายได้ครบจบในตัวเดียว
Insta360 X5 เป็นกล้อง 360 องศารุ่นเรือธงที่เพิ่งเปิดตัวช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยอัปเกรดจาก X4 อย่างก้าวกระโดด มาพร้อมความละเอียดสูงสุด 8K 30fps เซ็นเซอร์ใหญ่ 1/1.28 นิ้ว และชิป AI สามตัวที่ช่วยให้การถ่ายในที่แสงน้อยมีคุณภาพดียิ่งขึ้น การใช้งานโหมด Me Mode, Bullet Time และ AI Auto Reframe ยังคงเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถถ่ายก่อนแล้วเลือกมุมทีหลังได้ง่ายขึ้น พร้อมกันสั่น FlowState ที่นิ่งสมูท และกันน้ำได้ลึกถึง 15 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคสเสริม
Insta360 GO Ultra เป็นกล้องจิ๋วที่เปิดตัวกลางปี 2025 และพัฒนาต่อจาก GO 3S ด้วยการใส่เซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้นขนาด 1/1.28 นิ้ว และใช้ชิปประมวลผล AI 5nm ทำให้รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K 60fps และทำงานได้ดีในที่แสงน้อย แม้มีน้ำหนักเพียง 53 กรัม แต่ยังรองรับกันสั่น FlowState, มุมมองกว้าง 156° และระบบชาร์จไวที่เติม 80% ได้ในราว 10 นาที พร้อมการ์ด SD แบบถอดเปลี่ยนได้และกันน้ำลึก 10 เมตร เหมาะสำหรับสาย Vlog, TikTok, POV ที่ต้องการกล้องเล็ก พกง่าย และฉลาดด้วยฟีเจอร์ AI
DJI Osmo Action 5 คือกล้องแอคชันที่มาพร้อมเซนเซอร์ 1/1.3 นิ้ว ระบบกันสั่น RockSteady 3.5 และ HorizonSteady รองรับการถ่าย 4K120 พร้อมสโลว์โมชั่น 240fps ที่ 2.7K จุดเด่นอยู่ที่จอ OLED คู่ใช้งานง่าย รองรับไมโครโฟนไร้สายผ่าน Bluetooth และกันน้ำได้ลึก 18 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส ทำให้กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Insta360 Ace Pro 2 ซึ่งเน้นความคมชัดของภาพและฟีเจอร์ AI รีเฟรมอัตโนมัติ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกล้องแอคชันกำลังแข่งขันดุเดือด โดยทั้งสองรุ่นถูกวางไว้สำหรับ Creator ที่ต้องการทั้งคุณภาพและความสะดวกในการทำงาน.
Osmo 360 คือกล้อง 360 องศารุ่นแรกของ DJI ที่เปิดตัวในปี 2025 พร้อมเซนเซอร์คู่ 1” square CMOS ที่ให้ภาพนิ่งสูงสุด 120MP และวิดีโอความละเอียด 8K 50fps จุดแข็งคือการผสานคุณภาพเลนส์กับระบบกันสั่น RockSteady 3.0 และ HorizonSteady 360° ที่ช่วยรักษาเส้นขอบฟ้าแม้กล้องหมุนอย่างรุนแรง หน้าจอสัมผัสแนวนอนขนาด 2 นิ้วสว่างชัดใช้งานง่ายแม้กลางแจ้ง แบตเตอรี่ 1,950mAh ใช้งานได้ราว 3 ชั่วโมง และต่อพลังด้วย Battery Extension Rod ได้สูงสุดถึง 4.5 ชั่วโมง พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IP68 ลงน้ำลึกได้ 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส นี่คือก้าวแรกที่ DJI รุกเข้าสู่ตลาดกล้อง 360 อย่างเต็มตัว และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Insta360 ในทันที
DJI Osmo Pocket 3 เป็นกล้อง gimbal ขนาดพกพาที่ใช้เซนเซอร์ 1 นิ้ว รองรับวิดีโอ 4K120 พร้อมระบบกันสั่น 3 แกนแบบ mechanical ที่ให้ภาพลื่นไหลกว่าแบบดิจิทัล หน้าจอสัมผัสขนาด 2 นิ้วที่หมุนได้ รองรับ ActiveTrack 6.0 สำหรับติดตามวัตถุอัตโนมัติ จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของภาพในที่แสงน้อย รวมถึงโหมดสี D-Log M และ HLG ที่ตอบโจทย์การทำงานระดับโปร นอกจากนี้ยังรองรับเสียง stereo และไมโครโฟนภายนอก เหมาะกับผู้ถ่าย Vlog แบบ handheld และคอนเทนต์ที่ต้องการความนุ่มนวลแม้ถือถ่ายด้วยมือเปล่า สิ่งที่ทำให้ Pocket 3 แตกต่างคือความลงตัวระหว่างขนาดเล็ก พกง่าย และคุณภาพระดับกล้องโปร จนหลังเปิดตัวในปี 2023 สามารถสร้างยอดขายถล่มทลาย กลายเป็นหนึ่งในกล้องพกพาที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดสองปีที่ผ่านมา ถูกยกให้เป็น “มาตรฐานใหม่” ของกล้องกิมบอลพกพาที่ทั้งครีเอเตอร์มือใหม่และมืออาชีพเลือกใช้.
บทส่งท้าย
ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดกล้องพกพา จากเดิมที่ Action Cam เคยมีภาพจำว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับสายกีฬาเอ็กซ์ตรีม วันนี้กลับกลายเป็นสนามแข่งขันของ “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ทุกระดับ ตั้งแต่มือสมัครเล่นไปจนถึงโปรดักชันเฮาส์ แบรนด์ใหญ่อย่าง DJI, GoPro และ Insta360 ต่างก็เดินหมากรุกกันคนละทาง บางรายเน้นการยกระดับสเปกดิบให้เหนือชั้น บางรายสร้างความต่างด้วยมุมมอง 360 องศา หรือ AI อัจฉริยะที่ช่วยลดขั้นตอนตัดต่อ
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้บริโภคไม่ได้เลือกกล้องแค่เพราะสเปกเพียงอย่างเดียว แต่เลือก “ระบบนิเวศ” ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริม แอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย หรือบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ เพราะในโลกที่การถ่ายและแชร์คอนเทนต์เกิดขึ้นแทบจะทันที แบรนด์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและความครบวงจรได้มากกว่า ก็มักจะครองใจผู้ใช้ได้ยาวนานกว่า
สำหรับผู้สนใจกล้องพกพารุ่นล่าสุด การเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถืออย่าง EC MALL จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ไม่เพียงแต่ได้สินค้ารุ่นใหม่ครบทุกแบรนด์ แต่ยังมั่นใจได้ในประกันศูนย์และคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ตรงความต้องการ และพร้อมออกลุยสร้างสรรค์คอนเทนต์ในทุกสถานการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...